หลังจากสุราชุมชนถูกตีกรอบด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายมานานหลายปี ที่ผ่านมาวิสาหกิจชุมชนจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ทั้งขั้นตอนการขออนุญาตที่ซับซ้อน ข้อจำกัดในด้านเครื่องจักร หรือแม้กระทั่งข้อห้ามในการจำหน่ายสุราผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งผลให้ศักยภาพของการผลิตสุรากลั่นในชุมชนไม่สามารถเติบโตได้เต็มที่ แม้จะมีความรู้ ภูมิปัญญา หรือวัตถุดิบอันเป็นเอกลักษณ์ในท้องถิ่นก็ตาม แต่การประกาศใช้พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ในราชกิจจานุเบกษา ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ที่เปิดทางให้สุราชุมชนสามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สร้างรายได้จริงให้กับชุมชน และยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ในวงกว้าง ‘สุราชุมชน’ ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มแต่เป็นเสมือนตัวแทนของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของผู้คนในท้องถิ่น ที่มีศักยภาพในการต่อยอดเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน

คุณชลธี ทำทิพย์ ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรรุ่งเรืองทรัพย์ทวี ตำบลตาลชุม อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ผู้สืบทอดกิจการสุรากลั่นจากครอบครัวรุ่นที่ 3 ปัจจุบัน คุณชลธีเป็นเจ้าของกิจการภายใต้แบรนด์อัสดง สะท้อนให้เห็นถึงการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อมาพัฒนาเป็นสินค้าที่ทันสมัยและมีเอกลักษณ์ แบรนด์อัสดง จึงไม่ใช่แค่สุราท้องถิ่นธรรมดา แต่คือภาพสะท้อนระหว่างรากเหง้าทางวัฒนธรรมกับแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่พร้อมจะก้าวไกลภายใต้กรอบกฎหมายที่เอื้อให้รายย่อยเติบโตอย่างเท่าเทียม
สานต่อกิจการครอบครัว
ผสมผสานภูมิปัญญา
ภายใต้เเบรนด์ “อัสดง”
คุณชลธี เล่าว่า เดิมทีครอบครัวทำกิจการสุรากลั่นชุมชนมายาวนานกว่า 90 ปี ก่อนที่คุณแม่จะยุติกิจการเพื่อทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัว เขาจึงตัดสินใจรับช่วงต่อ เเละมองเห็นโอกาสในการเติบโตของสุรา พร้อมยกระดับจากเหล้าขาวพื้นบ้าน สู่สุราพรีเมียม ที่สามารถถ่ายทอดรสชาติท้องถิ่น ชูวัตถุดิบและเล่าเรื่องราวของแต่ละพื้นที่ผ่านขวดแก้ว
บนแนวคิดที่ว่า สุราไม่ใช่เพียงเครื่องดื่ม หากแต่คือเรื่องเล่าที่กลั่นออกมาจากท้องถิ่น ด้วยความเชื่อเช่นนี้ สุราทุกขวดภายใต้แบรนด์อัสดง จึงถูกออกแบบมาเพื่อสื่อสารอัตลักษณ์ของพื้นที่ ผ่านวัตถุดิบ รสชาติ และชื่อผลิตภัณฑ์ที่แฝงนัยทางวัฒนธรรม เป็นแรงขับเคลื่อนเล็กๆ ที่สามารถพลิกชีวิต ฟื้นฟูความสัมพันธ์ในครอบครัว และสร้างรายได้อย่างมั่นคงให้กับชุมชน
สุราทุกขวดของเเบรนด์ อัสดง จะมีรสชาติที่เเตกต่างกันโดยสินเชิง เนื่องจากแหล่งวัตถุดิบต่างกัน สุราทุกขวดจึงมีคาแร็กเตอร์เฉพาะตัว ทั้งกลิ่น บอดี้ รสชาติ เกรด และกระบวนการกลั่นที่ต่างกัน จึงทำให้ผลิตภัณฑ์เเต่ละตัวมีเอกลักษณ์ กินโพรดักตัวนั้นเหมือนได้กินผลิตภัณฑ์นั้นจริงๆ
และยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และกลายเป็น Soft Power ที่ทรงพลัง ชุบชีวิตให้กับวัตถุดิบท้องถิ่น และต่อยอดภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง พร้อมทั้งยกระดับสุราไทยพื้นบ้านให้มีที่ยืนอย่างภาคภูมิในระดับสากล

โดยจุดเด่นของแบรนด์อัสดง คือการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เชื่อมโยงกับพื้นที่ต้นทางของวัตถุดิบที่นำมาผลิต โดยสุราจะระบุคำว่า “น่าน” ไว้อย่างเด่นชัด และตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ตามวัตถุดิบเเต่ละท้องถิ่นที่นำมาใช้ในการกลั่น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทุกขวดมีเรื่องราวเฉพาะตัว

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจนคือ อัสดงออเร้นจิน่าน สุรากลั่นจากส้มสีทอง 100% ที่ปลูกในจังหวัดน่าน โดยชื่อ ออเร้นจิน่าน มาจากสำเนียงท้องถิ่นที่เพี้ยนจากคำว่า ออเรนจ์ที่น่าน ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างภาษาและวัตถุดิบอย่างมีเสน่ห์

ขณะที่ เล่าเลย คือสุราที่ใช้ส้มภูเรือจากจังหวัดเลย โดยตั้งชื่อให้เล่นคำกับคำว่า เล่า ซึ่งหมายถึงการเล่าเรื่อง หรืออีกความหมายคือ เหล้า ซึ่งเป็นภาษาถิ่นของคำว่า สุรา และผสานกับคำว่า เลย ที่สะท้อนถึงแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบได้อย่างชัดเจน

ในด้านของ หลงจันทร์ ใช้ส้มมะปี๊ดจากจังหวัดจันทบุรี มีกลิ่นและรสที่นุ่มนวล ลึกลับ ชวนค้นหา เช่นเดียวกับชื่อที่ตั้งใจให้สื่อถึงเสน่ห์เฉพาะตัวของผลไม้พื้นถิ่นนั้น
นอกจากผลไม้แล้ว ยังมีวัตถุดิบสมุนไพรอย่างมะแขว่นก็ถูกหยิบมาใช้ในผลิตภัณฑ์ชื่อ บ่มโข่ว สุราที่ตั้งชื่อตามคำในภาษาเหนือ โดยใช้มะแขว่นจากเมืองดีซึ่งเป็นแหล่งที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ และระบุไว้บนฉลากอย่างชัดเจนว่า มะแขว่นจากเมืองดีเท่านั้น เป็นวัตถุดิบหายาก เพื่อสะท้อนความเฉพาะถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่แบรนด์ให้คุณค่า

เเละ เสมอดาว สุราที่กลั่นจากข้าวโพดแห้ง โดดเด่นด้วยบอดี้นุ่มลึกคล้ายวิสกี้ บรรจุภัณฑ์ได้รับการออกแบบให้มีภาพข้าวโพดบนดอย ซึ่งจริงๆ เเล้วคือทิวทัศน์ของอุทยานแห่งชาติเสมอดาว จังหวัดน่าน เป็นการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์กับภูมิทัศน์ท้องถิ่น พร้อมกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของพื้นที่ไปในตัวอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีวัตถุดิบอื่นๆ อีกมากมายที่นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ข้าว สับปะรดภูเรือ โกโก้เชียงคาน ลิ้นจี่พะเยา ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดแห้ง กล้วย มะไฟจีน ฯลฯ ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวจึงไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ และมีความตั้งใจที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนชุมชนอย่างแท้จริง
โดยเฉพาะ สุราข้าวโพด ถือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก กระบวนการผลิตจะใช้ข้าวโพดเเห้งที่ปลูกในจังหวัดน่าน เริ่มจากการบดข้าวโพดแห้ง ก่อนนำไปต้มในน้ำร้อนพร้อมเติมเอนไซม์เพื่อย่อยแป้ง ใช้เวลาต้มประมาณ 30 นาที จากนั้นหมักด้วยยีสต์และกลั่นซ้ำ 3 รอบ เพื่อให้ได้บอดี้ที่คล้ายวิสกี้ รสชาตินุ่มละมุน ดื่มง่าย เน้นความประณีตและวัตถุดิบแท้จากพื้นที่
ถือว่าได้ผลตอบรับจากผู้บริโภคดีอย่างต่อเนื่องและเติบโตอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ อัสดงน่านคลาสสิก ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ รวมถึงล่องน่านและอัสดงออเร้นจิน่านที่มียอดขายสูง เช่นเดียวกับสุราสาลีและเสมอดาว ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยม
นอกจากนี้ คุณชลธียังเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการสต๊อกอย่างรอบคอบ โดยควบคุมปริมาณการผลิตไม่ให้มีสินค้าค้างเหลือ เพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของสุราในทุกขวดเสมอ
และในแง่ของการตลาด ได้ใช้กลยุทธ์ในการแบ่งผลิตภัณฑ์ตามเกรดและเซ็กเมนต์ผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยออกแบบซับแบรนด์ให้สอดคล้องกับวัตถุดิบในแต่ละไลน์ เช่น สุราข้าวมี 5 ตัวที่ใช้ข้าวชนิดต่างกัน และสุราส้มมี 3 ตัวที่ใช้ส้มจากแหล่งต่างกัน ซึ่งสร้างความแตกต่างทั้งในบอดี้ รสชาติ กลิ่น และระดับแอลกอฮอล์ที่หลากหลาย ตามกฎหมายสุรากลั่น

นอกจากนี้ คุณชลธีกำลังวางแผนขยายไลน์สินค้าไปสู่สุราแช่ เช่น สาโท โซจู และไวน์ผลไม้ ที่มีแอลกอฮอล์ต่ำ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย พร้อมทั้งเน้นการสื่อสารเรื่องต้นกำเนิดวัตถุดิบ (Origin of Raw Material) และเพื่อชูจุดเด่นของแต่ละท้องถิ่น สร้างเรื่องราวและเพิ่มมูลค่าทางอารมณ์เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์กับผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่โดยยกตัวอย่างกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มแรงงานที่ต้องการสุราที่มีรสชาติที่มีความเข้ม ดีกรีสูง ดื่มแล้วอิ่มนาน กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่สนใจดีไซน์สะดุดตา รสชาติที่ให้ความละมุน และราคาที่เหมาะสม อัสดงจึงใช้กลยุทธ์เหล่านี้ ช่วยให้ผลิตภัณฑ์สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างครบถ้วน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของสุรากลั่นชุมชน
อัสดงกับกลยุทธ์โตสวนทางข้อจำกัด
เติบโตได้หลายเท่าตัวในทุกปี
ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายไทยที่ไม่อนุญาตให้โฆษณาหรือขายสุราออนไลน์ คุณชลธีจึงหาทางออกอย่างชาญฉลาด ด้วยการเปลี่ยนร้านกาแฟในจังหวัดน่านให้จำหน่ายสุราให้กับเราด้วย เพราะร้านกาแฟมีจำนวนมากกระจายอยู่ในทุกตำบล ทุกอำเภอ และร้านกาเเฟหลายแห่งก็มีการจำหน่ายสุราท้องถิ่นอยู่แล้ว อัสดง จึงเน้นการออกแบบแพ็กเกจจิ้งที่สวยงามและโดดเด่น เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ผ่านขวดสุรา ทำให้ลูกค้าหยิบขึ้นมาดูแล้วอยากซื้อ แม้ไม่มีการโฆษณาโดยตรงเลยก็ตาม เราวางเรื่องราวไว้เป็นอันดับหนึ่ง แพ็กเกจจิ้งคือหัวใจสำคัญ และรสชาติที่อร่อยต่างหากที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
ทำไมต้องเป็นสุรา คุณชลธี เล่าว่า ในต่างจังหวัด การแปรรูปสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ให้ราคาต่ำ เช่น ข้าว 1 กิโลกรัม อาจนำไปทำเส้นก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวพอง ซึ่งมีราคาขายไม่สูง แต่หากนำข้าวนั้นมาผลิตเป็นสุรา สามารถขายได้ในราคาขวดละ 500 บาท ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบหลายเท่าตัว นอกจากนี้ สุรายังมีข้อดีคือไม่เน่าเสีย ไม่มีวันหมดอายุ และยิ่งเก็บไว้นานมูลค่าก็ยิ่งสูง จึงตอบโจทย์ทั้งด้านรายได้และความยั่งยืน แม้ว่าจะเคยเผชิญการต่อต้านในระดับนโยบาย แต่ปัจจุบันความต้องการในตลาดยังคงมีอยู่และเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี

“อัสดง เริ่มต้นด้วยเงินทุนเพียง 1 ล้านบาท และสามารถสร้างรายได้ถึง 2 แสนบาทต่อเดือน จากความตั้งใจและการสื่อสารที่ทรงพลัง ทำให้แบรนด์เติบโตขึ้นปีละ 300-400% อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะเติบโตไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ผลิตไม่ทันความต้องการของผู้บริโภค”
ปัจจุบัน อัสดงกลายเป็นคลัสเตอร์เดียวในจังหวัดน่าน ที่ไม่ขอให้ภาครัฐช่วยหาช่องทางตลาด แต่ขอให้ช่วยสนับสนุนในเรื่องของการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค เพราะคลัสเตอร์อื่นๆ ในชุมชนมีปัญหาในเรื่องเดียวกันคือผลิตออกมาแล้วขายไม่ออก แต่ของอัสดง กลับขายดีจนผลิตไม่ทัน
ซึ่งในปัจจุบันทางภาครัฐเริ่มเข้ามาสนับสนุนมากขึ้น ทั้งในด้านการตลาด การตั้งคลัสเตอร์สุรา และการส่งเสริมให้สุราเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ตัวใหม่ของจังหวัดน่าน ที่ช่วยขับเคลื่อนชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่ให้มีรายได้มั่นคงและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
“อัสดง” งานคราฟต์ที่สื่อถึงชุมชน
คุณชลธี เล่าว่า จังหวัดน่านกำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนคนรุ่นใหม่ วัยแรงงานจำนวนมากต้องออกจากบ้านเกิดไปหางานทำในเมือง เหลือเพียงเด็กและผู้สูงวัยที่ดูแลบ้านเกิดเท่านั้น อัสดงจึงเลือกใช้สุราเป็นเครื่องมือสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อดึงคนกลับบ้าน และฟื้นฟูโครงสร้างสังคมชนบทให้แข็งแรงขึ้นอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าหากไม่มีใครลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลง ชุมชนเล็กๆ เหล่านี้จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
อัสดงจึงพยายามลบภาพจำเดิมๆ ที่มองว่าสุราเป็นสิ่งชั่วร้าย ทั้งที่จริงแล้วสุราคือสื่อกลางที่เชื่อมโยงผู้คนในชุมชน ในวันที่สินค้าเกษตรยังเผชิญกับราคาตกต่ำและการถูกกดทับจากระบบตลาด อัสดงจึงสร้างทางเลือกสนับสนุนเกษตรกรให้ส่งวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มรายได้ พร้อมยกระดับสุราชุมชนเป็นผลิตภัณฑ์ GI ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นอย่างชัดเจน คุณชลธีเชื่อว่า ถ้าครอบครัวอบอุ่น มีอาชีพ มีรายได้มั่นคง และมีสังคมที่เข้มแข็ง สุราจะไม่ใช่ภัยแต่จะกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงชุมชนผ่านวัตถุดิบ ความภาคภูมิใจ
คุณชลธี ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ปัจจุบันเเบรนด์ อัสดง กลายเป็น Soft Power ที่ทรงพลังของจังหวัดน่านอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด และหากไม่มีข้อจำกัดในด้านกฎหมาย ธุรกิจนี้จะสามารถเติบโตได้อีกหลายเท่าตัว เเละไม่ใช่เเค่เราเท่านั้นที่โตเเต่ประชากรและเกษตรกรในพื้นที่จะโตไปพร้อมกับเราด้วย
สอบถามรายละเอียด หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ สุรากลั่น สุราน่าน เฟซบุ๊ก : อัสดง ASSA DONG โทร. : 098-553-5249
ผู้เขียน :กัญญาณัฐ ทองดีธนชาต
