ในยุคที่อาหารปลอดภัยกลายเป็นเรื่องจำเป็น และค่าครองชีพพุ่งสูงทุกวัน “การปลูกพืชผักกินเอง” กลายเป็นทางเลือกที่ทั้งประหยัด ปลอดภัย และยั่งยืน ยิ่งถ้าเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตไว และเก็บกินได้ทุกวันโดยไม่ต้องปลูกใหม่ซ้ำๆ ยิ่งตอบโจทย์สำหรับชีวิตคนเมืองและคนที่มีพื้นที่จำกัด
วันนี้เราได้รวบรวม 7 พืชสารพัดประโยชน์ ที่คุณสามารถปลูกไว้กินเองได้ที่บ้าน เก็บกินได้เรื่อยๆ แถมยังปลอดสารเคมี 100% ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ผักใบเขียว ปลูกง่าย เก็บเกี่ยวได้ไม่นาน
1. ผักบุ้งจีน
ผักบุ้งจีนเป็นผักพื้นบ้านคู่คนไทยมานานที่มากด้วยคุณประโยชน์ ที่ช่วยในเรื่องบำรุงสายตา บำรุงโลหิต บำรุงสมอง และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัย อีกทั้งยังมีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณดูสดใส เปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย มีวิธีการปลูกอย่างง่ายดังนี้
วิธีการปลูก
เริ่มจาก นำเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนไปเเช่ในน้ำสะอาดนาน 6 ชั่วโมง จากนั้นนำเมล็ดขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำประมาณ 10 นาที แล้วจึงนำเมล็ดไปโรยลงบนดินที่เตรียมไว้ โดยไม่ควรโรยหนาจนเกินไป
จากนั้น โรยดินกลบเบาๆ ความหนาของดินเท่าเมล็ด หรือหากเพาะบนผ้าขนหนู ให้นำเมล็ดที่แช่น้ำแล้ว โรยเป็นชั้นเดียว ลงบนผ้าขนหนูที่ปูรองในตะกร้า แล้วใช้ผ้าอีกผืนคลุมทับให้มิด เพื่อช่วยเก็บความชื้น
รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น โดยใช้ละอองฝอย และระวังอย่าให้ดินหรือวัสดุเพาะ แฉะหรือแห้งจนเกินไป
เมื่อครบ 5 วัน ให้เปิดผ้าคลุมออก จะเห็นต้นอ่อนมีสีเหลืองอ่อน จากนั้นในวันที่ 6 ให้นำต้นอ่อนออกไปรับแสง เพื่อช่วยในการสร้างคลอโรฟิลล์ ต้นอ่อนจะเริ่มเขียว มีใบและยอดอ่อนเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์
ผักบุ้งจีนสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 25-30 วัน หรือเมื่อต้นสูงประมาณ 30-35 เซนติเมตร ก่อนเก็บควรรดน้ำให้ดินชุ่ม เพื่อให้ถอนง่าย รากไม่ขาดมาก จากนั้น สะบัดดินออก แล้วล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้ง ทั้งยังเป็นผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_162116
2. สะระเเหน่
สะระแหน่ เป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเย็นเป็นเอกลักษณ์ นิยมนำมาใช้ทั้งในอาหารและเครื่องดื่ม กลิ่นหอมของสะระแหน่ช่วยเพิ่มความสดชื่น และยังมีสรรพคุณทางยา ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด จุกเสียด แก้ไอ และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้นอีกด้วย มีวิธีปลูกดังนี้
วิธีการปลูก
คัดเลือกเมล็ดสะระแหน่ที่สมบูรณ์ ซึ่งสามารถหาซื้อได้จากร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ทั่วไป จากนั้น หว่านเมล็ดลงในกระถางหรือแปลงปลูกที่เตรียมไว้ โดยพรวนดินให้ร่วน แล้ว กลบเมล็ดเบาๆ
รดน้ำเป็นประจำทุกวัน และภายในประมาณ 10-15 วัน เมล็ดจะเริ่มแตกต้นอ่อน และเจริญเติบโตต่อไป ระยะเวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 40 วัน
เคล็ดลับ ดินสำหรับปลูกสะระแหน่ควรมีอินทรียวัตถุในปริมาณมาก เช่น มูลสัตว์หมัก ใบไม้ผุ หรือขุยมะพร้าว เพื่อช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดิน และรักษาความชื้นอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ต้นสะระแหน่ เจริญเติบโตได้ดี ลำต้นอวบ และแตกยอดได้เร็ว
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/how-to/tips/article_255827
3. ผักชี
ผักชี เป็นผักล้มลุกอายุสั้น มีกลิ่นหอมอ่อน นิยมนำมาตกแต่งจานอาหาร ใช้ได้ทั้งใบ ก้าน และราก นิยมนำไปต้มทำน้ำซุป หรือใช้ดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้ดีเยี่ยม โดยสามารถปลูกตามได้ง่ายๆ ดังนี้
วิธีการปลูก
โดยจะเริ่มจากการเตรียมดิน ตากดินไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นพรวนให้ดินร่วน เเล้วนำมาผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยสด คลุกเคล้าให้เข้ากัน หลังจากนั้นบดเมล็ดผักชีที่เตรียมไว้ให้แตกเป็น 2 ซีก แล้วแช่น้ำ 2-3 ชั่วโมง เเล้วผึ่งให้หมาด คลุกกับทรายหรือขี้เถ้าเล็กน้อย เมล็ดที่เริ่มงอกให้นำไปหว่านลงกระถางหรือแปลงปลูก คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
ผักชีสามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกพื้นที่ ปลูกง่าย แต่ต้องการน้ำมาก จึงควรรดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น โดยหลีกเลี่ยงน้ำขัง เพราะอาจทำให้รากเน่า
ผักชีพร้อมเก็บเมื่ออายุ 40-45 วัน โดยเลือกต้นที่สมบูรณ์ สูง 20-30 เซนติเมตร ก่อนเก็บควรรดน้ำให้ดินชุ่ม เพื่อถอนง่าย รากไม่ขาด จากนั้นสะบัดดิน ล้างน้ำ และควรคัดใบเหลืองหรือใบเน่าออกก่อนนำไปใช้
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/how-to/tips/article_255827
4. ผักกาดขาวปลี
ผักกาดขาวปลี เป็นผักยอดนิยมที่กินได้ทั้งสดและสุก รสชาติกรอบ หวาน กินอร่อย โดยมีสรรพคุณคือ ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย เเก้ท้องผูก เเละยังช่วยบำรุงผิวให้สวยเปล่งปลั่งอีกด้วย สามารถปลูกตามได้ง่ายๆ ดังนี้
วิธีการปลูก
เริ่มจากหว่านเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวปลีบางๆ ให้ทั่วแปลง เมื่อต้นกล้างอกและมีอายุ ประมาณ 14-20 วัน ให้ถอนต้นที่ไม่สมบูรณ์ออก โดยเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 30-50 เซนติเมตร หลังปลูกควรคลุมแปลงด้วยฟางแห้ง เพื่อช่วยให้ต้นกล้าเติบโตดีและเพื่อรักษาความชื้นในดิน
ผักกาดขาวปลีต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ชอบน้ำขัง จึงควรรดน้ำให้ดินชุ่มพอดี และหลีกเลี่ยงการให้น้ำมากเกินไป เพื่อป้องกันรากเน่าและลำต้นอ่อนแอ
ผักกาดขาวปลีโตเร็ว ใช้เวลาปลูกเพียง 35-45 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว อีกทั้งยังสามารถปลูกได้หลายรอบภายใน 1 ปี
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.rakbankerd.com/agriculture/print.php?id=1122&s=tblplant
5. ต้นหอม
ต้นหอมเป็นพืชผักสวนครัวที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ นิยมนำมาโรยหน้าอาหาร เช่น ต้มจืด ไข่เจียว หรือน้ำพริก เพื่อเพิ่มทั้งกลิ่นและรสชาติ นอกจากใช้ประกอบอาหารแล้ว ต้นหอมยังมีสรรพคุณช่วยขับลม แก้หวัด และลดอาการแน่นจุกเสียดอีกด้วย โดยสามารถปลูกตามได้ง่ายๆ ดังนี้
วิธีการปลูก
เริ่มจากนำต้นหอมไปปลูกกลางแจ้งในแปลงผัก โดยเตรียมดินให้ร่วนซุย ผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในปริมาณเหมาะสม จากนั้น หยอดหรือปักหัวหอม ที่ตัดปลายทิ้งบางส่วนลงดิน แล้วคลุมด้วยฟางแห้ง เพื่อช่วยรักษาความชื้น พยุงต้นให้ตั้งตัวเร็ว และลดการขึ้นของวัชพืช
ควรรดน้ำสม่ำเสมอ เช้าเ-ย็น โดยเฉพาะช่วงแรกหลังปลูก เพื่อให้ต้นตั้งตัวและเจริญเติบโตได้ดี
ต้นหอมเเบ่งพร้อมเก็บเมื่ออายุประมาณ 35-40 วัน
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/techno/plants-vegetables-fruit/article_165181
6. โหระพา
โหระพาเป็นพืชมีกลิ่นหอมและรสชาติเฉพาะตัว นอกจากช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยบรรเทาท้องอืด ลดหวัด บรรเทาปวดหัว และคลายเครียด อีกทั้งนิยมปลูกเป็นพืชประดับเพื่อสร้างบรรยากาศสดชื่นในบ้านและสวน จึงเป็นผักคู่สวนที่คนมักปลูกไว้เสมอ สามารถปลูกตามได้ง่ายๆ ดังนี้
วิธีการปลูก
เติมดินลงในกระถางให้เหลือความลึกจากปากกระถางประมาณ 1 นิ้ว หยอดเมล็ดที่ฆ่าเชื้อแล้วลงไปโดยกระจายให้ทั่ว ไม่ให้รวมกันเป็นกระจุก โรยดินบางๆ คลุมเมล็ด และตามด้วยฟางแห้งบางๆ รดน้ำเบาๆ ให้ดินชื้นตลอดเวลา วางกระถางในที่มีแสงแดดรำไร และหมั่นรดน้ำอย่าปล่อยให้ดินแห้ง
อายุการเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 30-35 วัน และสามารถเก็บได้ทุก 15 วัน ต้นที่พร้อมเก็บจะเริ่มมีดอกและส่งกลิ่นหอมชัดเจน วิธีเก็บคือเด็ดกิ่งแก่หรือยอดที่สมบูรณ์
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/techno/plants-vegetables-fruit/article_314089
7. ใบกะเพรา
กะเพราไม่เพียงเเต่เป็นผักคู่ครัวที่เพิ่มรสชาติให้อาหาร แต่ยังมีสรรพคุณทางสมุนไพร เพราะใบกะเพรามีฤทธิ์บำรุงธาตุไฟที่ช่วยขับลม แก้ปวดท้อง จุกเสียด คลื่นไส้ อาเจียน เมล็ดเมื่อแช่น้ำจะพองเป็นเมือกขาว ใช้พอกตาจะสามารถช่วยดึงผงหรือฝุ่นออกโดยไม่ทำให้ระคายเคือง ส่วนรากเมื่อนำไปต้มดื่ม จะช่วยบรรเทาอาการจากโรคธาตุพิการได้อีกด้วย ซึ่งสามารถปลูกตามได้ง่ายๆ ดังนี้
วิธีการปลูก
โดยหว่านเมล็ดลงในแปลงที่เตรียมไว้ จากนั้นคลุมด้วยฟางบางๆ โรยปุ๋ยคอก และรดน้ำให้ชุ่ม ภายใน 7 วัน เมล็ดจะเริ่มงอกเป็นต้นกล้า เมื่อต้นกล้าอายุครบ 1 เดือน ให้ถอนแยกเว้นระยะห่างประมาณ 20×20 เซนติเมตร เมื่อต้นโตเต็มที่ก็สามารถเด็ดใบมาใช้ประกอบอาหารหรือจำหน่ายได้
สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 30-35 วัน
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/techno-news/article_266239
ทั้งนี้ พืชที่ได้กล่าวมาทั้ง 7 ชนิด ไม่เพียงแต่ปลูกง่าย โตไว และเก็บกินได้ทุกวันเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทั้งยังได้สารอาหารดีๆ จากธรรมชาติโดยตรงอีกด้วย เเละที่สำคัญคือ ผักปลอดสารเคมี 100% เเละไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ แม้มีแค่ระเบียงเล็กๆ หรือขอบหน้าต่าง ก็สามารถปลูกในกระถางหรือภาชนะเล็กๆ ได้สบาย
สุขภาพดีเริ่มต้นได้ที่บ้านคุณเอง แค่ปลูกพืชกินเองเล็กๆ น้อยๆ ก็เปลี่ยนชีวิตได้ในแบบที่ทั้งเรียบง่ายและยั่งยืน
เรียบเรียงโดย : กัญญาณัฐ ทองดีธนชาต
