Featured พืชทำเงิน

‘กินเข่านำกันเด้อ’ ข้าวพื้นบ้านแต่ละชนิดควรกินกับอะไร เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด

“ข้าว” ไม่ได้เป็นเพียงอาหารหลักของคนไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนวิถีชีวิต ภูมิประเทศ วัฒนธรรมการกิน และภูมิปัญญาของชุมชนในแต่ละพื้นที่อย่างลึกซึ้ง แต่รู้หรือไม่ว่า… ข้าวแต่ละภาค แต่ละสายพันธุ์ มีลักษณะและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความนุ่ม ความร่วน ความเหนียว รวมถึงกลิ่นหอมเฉพาะตัว

ดังนั้น การเลือก “กินข้าวให้เหมาะกับเมนู” จึงช่วยให้รสชาติอาหารอร่อยยิ่งขึ้น และช่วยส่งเสริมคุณค่าของข้าวพื้นบ้านไทยให้โดดเด่นมากขึ้นเช่นกัน ไม่ใช่แค่ “กินข้าวกับอะไรก็ได้” อีกต่อไป เพราะการเลือก จับคู่ข้าวให้เหมาะกับเมนู คือศิลปะการกินแบบไทยที่มีความหมายมากกว่ารสชาติบนปลายลิ้น หากแต่เต็มไปด้วยเรื่องราว วัฒนธรรม และคุณค่าของ “ข้าวพื้นบ้าน 4 ภาค” ที่ควรค่าแก่การรักษาและภาคภูมิใจ

วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน จึงได้รวบรวม “ข้าวพื้นถิ่น 4 ภาคที่โดดเด่น” พร้อมจับมาแมตช์กับเมนูที่เข้ากันอย่างลงตัว ให้ทุกคนได้ลองชิมและสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วจะพบว่าประสบการณ์การกินข้าวนั้นอร่อยและมีความหมายมากกว่าที่เคย

ภาคกลาง

ข้าวขาวเกยไชย จ.นครสวรรค์

ข้าวพัฒนาสายพันธุ์จากจังหวัดนครสวรรค์ ผสมพันธุ์ขึ้นจากข้าวบาสมาตีของอินเดียและข้าวช่อราตรีของไทย มีเอกลักษณ์ตรงเนื้อนุ่ม หนึบ แต่เมล็ดยาวคล้ายกับข้าวบาสมาตี 


ที่มาของข้าว : ‘ข้าวขาวเกยไชย’ ตั้งชื่อตามตำบลหนึ่งใน อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ซึ่งตั้งตามชื่อของจระเข้ตัวใหญ่นามระบือลือไกลว่า ‘ไอ้ด่างเกยชัย’ และด้วยผู้ปรับปรุงพันธุ์ปรารถนา ให้ชาวนาที่นี่มีข้าวอร่อยๆ ที่มีลักษณะเหมือนข้าวหอมมะลิเก็บไว้บริโภคในครอบครัวและสามารถปลูกข้าวในระบบนาปรังได้

เมนูที่เหมาะจับคู่ : ข้าวหมก เพราะเป็นข้าวเมล็ดเรียวยาว นุ่ม หอม ร่วน ไม่แฉะเมื่อหุงสุก จึงให้สัมผัสที่ดีคล้ายข้าวบาสมาติ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับเครื่องเทศข้าวหมก

จุดเด่น : หอม นุ่ม หนึบ หุงขึ้นหม้อ

ราคากิโลกรัมละ 60 บาทสนใจสั่งซื้อ : สามารถสั่งซื้อได้ที่ เพจ Facebook : มูลนิธิชีวิตไท

ภาคอีสาน

ข้าวหอมนิล จ.สุรินทร์

ข้าวเจ้าพันธุ์หอมนิลเป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับการคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์จากข้าวเหนียวดำกับข้าวหอมมะลิ 105 จนได้ข้าวพันธุ์ที่มีเมล็ดข้าวกล้องเรียวยาว สีม่วงเข้มจนดำจึงเรียกข้าวสีนิล ข้าวหอมนิลหรือข้าวสีนิล เป็นข้าวสายพันธุ์ข้าวเก่าแก่สายพันธุ์หนึ่งของไทย เป็นข้าวที่มีสีดำโดยกำเนิดจากการผสมข้ามพันธุ์  

ที่มาของข้าว : ข้าวเจ้าพันธุ์หอมนิลเป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับการคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์จากข้าวเหนียวดำกับข้าวหอมมะลิ 105 จนได้ข้าวพันธุ์ที่มีเมล็ดข้าวกล้องเรียวยาว สีม่วงเข้มจนดำจึงเรียกข้าวสีนิล ข้าวหอมนิลหรือข้าวสีนิล เป็นข้าวสายพันธุ์ข้าวเก่าแก่สายพันธุ์หนึ่งของไทย เป็นข้าวที่มีสีดำโดยกำเนิดจากการผสมข้ามพันธุ์ 

เมนูที่เหมาะจับคู่ : ข้าวยำ แกงเขียวหวาน จุดเด่น : เมื่อหุงสุกจะนุ่ม เหนียว หอม

ภาคใต้

1. ข้าวหอมหัวบอน (หอมเผือก) จ.กระบี่

ข้าวเปลือก ข้าวกล้อง และข้าวซ้อมมือ ที่แปรรูปมาจากข้าวเปลือกพันธุ์หอมหัวบอน ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวไร่พื้นเมืองดั้งเดิมของจังหวัดกระบี่ เป็นข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง ข้าวกล้องมีสีน้ำตาลแดง ส่วนข้าวซ้อมมือจะมีสีขาวขุ่นปนน้ำตาลแดง รูปร่างเรียว

ที่มาของข้าว : เมื่อข้าวหุงสุกใหม่จะกลิ่นหอมเหมือนเผือก และมีรสสัมผัสที่ดี นุ่ม หุงขึ้นหม้อ โดยเฉพาะเวลาหุงข้าวแต่ละครั้งจะหอมฟุ้งไปไกลหลายบ้าน และด้วยมีกลิ่นหอมคล้ายหรือเหมือน “เผือก”หรือ“บอน” ในภาษาใต้ จึงเป็นที่มาของชื่อ หอมหัวบอน หรือ หัวบอน หรือ หอมบอน

เมนูที่เหมาะจับคู่ : แกงกะทิปลาซาบะ น้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาร้า

จุดเด่น : ข้าวหุงสุกที่มีกลิ่นหอมเหมือนหัวเผือก ข้าวนิ่มไม่แข็ง

ช่วงฤดูการผลิต : พฤศจิกายน-พฤษภาคมสนใจสั่งซื้อ : กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาชีพข้าวไร่พัฒนาดิน ต.เขาดิน โทร. 087-266-0756

2. ข้าวไร่ดอกข่าพังงา (หอมคล้ายใบเตย)

ข้าวไร่พันธุ์พื้นเมืองที่มีสีน้ําตาลแดงอมม่วง สีแดง หรือสีแดงแกมขาว เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง เมล็ดเรียวยาว เมื่อหุงสุกจะมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย หุงขึ้นหม้อ ไม่แข็ง รสชาติอร่อย ปลูกในเขตพื้นที่อําเภอตะกั่วทุ่ง อําเภอท้ายเหมือง และอําเภอเมืองพังงา 

ที่มาของข้าว : ข้าวไร่ดอกข่าพังงายังเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ชาวบ้านได้อนุรักษ์ไว้ โดยยังคงอนุรักษ์วิธีการปลูกข้าวและการเก็บเกี่ยวแบบดั้งเดิม มีการจัดงานวันข้าวไร่ดอกข่าพังงา งานลงแขกเกี่ยวข้าวเพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านของจังหวัดพังงา ทําให้ข้าวไร่ดอกข่าพังงายังคงอยู่คู่กับจังหวัดพังงามาจนปัจจุบัน

เมนูที่เหมาะจับคู่ : สเต๊กสันคอหมู น้ำจิ้มแจ่ว, นำไปทำเส้นขนมจีน น้ำยา, ไตปลา

จุดเด่น :  ต้านทานโรค มีเมล็ดสีน้ำตาลแดงอมม่วง ลักษณะยาวเรียว หุงขึ้นหม้อ และมีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นใบเตยสนใจสั่งซื้อ : วิสาหกิจชุมชนอู่ข้าวอู่น้ำนาหัวนอน โทร. 0987-206-330

ภาคเหนือ

1. ข้าวก่ำล้านนา จ.พะเยา

ข้าวเหนียวที่มีเมล็ดสีดำที่ได้จากข้าวก่ำพันธุ์ดอยสะเก็ด ข้าวก่ำพันธุ์อมก๋อย ข้าวก่ำพันธุ์พะเยา และข้าวก่ำพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งเป็นข้าวเหนียวดำไวต่อช่วงแสง ปลูกในฤดูนาปี ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง  ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน

ที่มาของข้าว : ข้าวก่ำล้านนา เป็นข้าวเหนียวดำที่เป็นอาหารของคนในถิ่นล้านนา เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สร้างนวัตกรรมในการเพาะปลูกและโภชนาของชุมชน โดยจะปลูกข้าวเหนียวขาวเป็นอาหารหลักในนาข้าว และจะปลูกข้าวเหนียวดำบริเวณต้นทางที่จะปล่อยน้ำเข้านา เพื่อให้น้ำที่ผ่านนาข้าวเหนียวดำ นำสารที่เป็นสีของใบข้าว เมล็ดข้าว ที่เรียกว่า สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ไหลเข้าวนในนาเพื่อไล่แมลง และป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ที่จะทำลายต้นข้าว ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวล้านนาว่า “ข้าวก่ำ”เป็นพญา คือ เจ้าแห่งข้าวทั้งหลาย สามารถป้องกันผองภัยให้กับข้าวอื่นๆ ได้

เมนูที่เหมาะจับคู่ : ขนมจ๊อก ข้าวต้มหัวหงอก ข้าวหนุกงา และข้าวอีตู จุดเด่น : เมื่อหุงแล้วมีสีม่วงเข้มถึงดำนิล เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบ หอมมัน เป็นเอกลักษณ์

2. ข้าวพญาลืมแกง จ.เพชรบูรณ์

 “พญาลืมแกง” เป็นชื่อข้าวเหนียวไร่พันธุ์พื้นเมืองที่ชาวบ้านอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ปลูกและเก็บไว้กินสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน แต่ด้วยเพราะการดูแลรักษาที่ค่อนข้างยาก ต้องปลูกและเก็บเกี่ยวในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม ถ้าเก็บเกี่ยวไม่ทันเวลาก็จะได้ผลผลิตน้อย ชาวบ้านจึงปลูกกันในปริมาณที่ไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะปลูกกันไว้สำหรับบริโภคในครอบครัวเท่านั้น

ที่มาของข้าว : “ข้าวพญาลืมแกง” มีเรื่องเล่าขานต่อๆ กันมาเล่าว่า ในสมัยบรรพบุรุษได้มีเจ้าเมืองเสด็จมายังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง “เจ้าเมือง” ในสมัยโบราณเรียกว่า “พญา” ตามคำเรียกของชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านที่ทราบข่าวได้ทำอาหารหวานคาว รวมทั้งนึ่งข้าวเหนียวเพื่อต้อนรับเจ้าเมืองที่เสด็จมาให้ท่านได้เสวย เมื่อเจ้าเมืองเตรียมที่จะเสวยนั้น ก็ได้กลิ่นหอมของข้าวเหนียว ท่านจึงลองเสวย ด้วยที่ข้าวเหนียวมีกลิ่นหอม อร่อย เหนียวนุ่ม ทำให้ท่านเสวยข้าวเหนียวจนอิ่ม จนลืมเสวยอาหารคาวหวานที่ชาวบ้านเตรียมมาต้อนรับ ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านจึงเรียกข้าวเหนียวชนิดนี้ว่า “ข้าวพญาลืมแกง”

เมนูที่เหมาะจับคู่ : นำมาทำเป็นขนม เช่น ข้าวหลาม ข้าวเม่า กระยาสารท ฯ หรือจะกินคู่กับแกงเผ็ด แกงป่า  จุดเด่น : เมล็ดมีลักษณะใหญ่อ้วนป้อม เมื่อนึ่งสุก เมล็ดข้าวเกาะตัวกันดี มีเนื้อสัมผัสนุ่ม ปานกลาง มีรสชาติอร่อย และมีกลิ่นหอมมาก ลักษณะคล้ายข้าวญี่ปุ่น ทั้งความนุ่มเหนียว

กินข้าวให้อร่อย กินข้าวให้สนุกขึ้น ผ่านวิธี “ดู ดม เคี้ยว อม กลืน”

1. ดู และสังเกตรูปลักษณะภายนอกของข้าว ขนาดเมล็ด และการจับตัวของข้าว 

2. ดม ดมกลิ่นข้าวก่อนกิน 

3. เคี้ยว ในขั้นตอนการเคี้ยว ผู้ชิมจะสังเกต รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของข้าวไปพร้อมกัน 

4. อม ข้าวที่ใช้เวลาอยู่นานจะมีการเปลี่ยนแปลง และสร้างรสหวานขึ้นมา ดังนั้น ควรให้เวลาในการชิมข้าว ด้วยการอมหรือเคี้ยวอย่างช้าๆ จนแน่ใจว่ารสชาติที่เกิดขึ้นไม่มีการเปลี่ยนแปลง 

5. กลืน หลังกลืนข้าว จะเกิดรสชาติที่ค้างอยู่ในปาก หรือ Aftertaste อาจให้ทิ้งความหวาน และกลิ่นที่เพิ่มเติมจากเดิมได้ หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายคือการกินข้าวให้ช้าลง กินข้าวให้เป็นพระเอก แล้วเราจะได้สัมผัสรสชาติของข้าวอย่างแท้จริง

ข้าวแต่ละถิ่น ไม่ได้เป็นแค่ “อาหาร” แต่คืออัตลักษณ์

ข้าวพื้นถิ่นเหล่านี้ไม่เพียงเล่าเรื่องรสชาติ แต่ยังเล่าเรื่องดิน น้ำ อากาศ วัฒนธรรมการกิน และภูมิปัญญาของคนไทยในแต่ละภูมิภาคอย่างงดงาม

ครั้งหน้า ถ้าได้ลองข้าวพื้นถิ่นไทย อย่าลืมจับคู่ให้ถูกมื้อ แล้วคุณจะพบว่า “ข้าวไทยหลากสายพันธุ์” ช่วยเติมความสุขบนโต๊ะอาหารได้มากกว่าที่คิด

ขอบคุณข้อมูลจาก : มูลนิธิชีวิตไท, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กรมการข้าว, กองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว

ขอบคุณภาพจาก : นายรีวิว

Related Posts