Featured สูตรลับจากฟาร์ม

“มะอึก” พืชพื้นบ้านขนดก รสเปรี้ยว ที่ซ่อนความอร่อย และคุณค่าอาหาร

มะอึก เป็นพืชพื้นบ้านที่พบได้ในสวนครัวไทยมาอย่างยาวนาน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Solanum stramonifolium Jacq. อยู่ในวงศ์ Solanaceae มีชื่อสามัญว่า Solanum หรือ Bolo Maka ขณะที่ชื่อเรียกในท้องถิ่นแตกต่างกันไปตามภูมิภาค เช่น มะเขือปู่ มะปู หมากขนในภาคเหนือ หมากอึก หมักอึก บักอึกในภาคอีสาน และลูกอึกในภาคใต้ ความหลากหลายของชื่อสะท้อนให้เห็นถึงความคุ้นเคยของพืชชนิดนี้ กับวิถีอาหารและวัฒนธรรมการกินของคนไทยในแต่ละพื้นที่ แม้ในปัจจุบันจะไม่ค่อยมีการปลูกในเชิงการค้า แต่ก็ยังพบปลูกประปรายตามครัวเรือน โดยเฉพาะในกลุ่มพืชผักพื้นบ้านที่ใช้ประกอบอาหารเฉพาะถิ่น

มะอึกมักถูกมองว่าเป็นพืช “ลูกครึ่ง” ในสวนครัว เพราะมักขึ้นรวมกลุ่มอยู่กับพืชวงศ์เดียวกันอย่างมะแว้งและมะเขือพวง ลักษณะภายนอกของมะอึกที่มีขนอุยปกคลุมทั่วทั้งต้น ใบ และผล ทำให้หลายคนรู้สึกไม่คุ้นชิน หรือไม่กล้าจับต้อง เนื่องจากเกรงว่าจะก่อให้เกิดอาการคัน ผู้ที่ต้องการนำมาประกอบอาหารจึงต้องผ่านขั้นตอนการโกนหรือขูดขนอุยออกอย่างพิถีพิถัน ก่อนนำไปโขลกหรือตำในครกจนเนื้อแตกละเอียด แตกต่างจากมะแว้งหรือมะเขือพวงที่เพียงเด็ดและแช่น้ำก็พร้อมใช้งาน ความยุ่งยากในขั้นตอนนี้เองที่ทำให้มะอึกค่อยๆ ถูกลดบทบาทลงจากครัวเรือนเมืองใหญ่

เด็กและเยาวชนในปัจจุบันจำนวนไม่น้อยไม่ค่อยรู้จักมะอึกนัก เนื่องจากวิถีการบริโภคอาหารเปลี่ยนแปลงไป ห่างไกลจากน้ำพริกพื้นบ้าน และคุ้นเคยกับผักหรือผลไม้ต่างชาติอย่างกีวี พรุน แคร์รอต หรือบร็อกโคลีมากกว่า มะเขือพวงจึงยังพอเป็นที่รู้จัก ขณะที่มะแว้งก็มีชื่อเสียงจากการนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในยาอมสมุนไพรแก้ไอ ทั้งที่ในความเป็นจริง มะอึกเองก็เป็นวัตถุดิบสำคัญในอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแกงเผ็ดเป็ดย่าง หรือผัดเผ็ด มิได้จำกัดอยู่เพียงแค่น้ำพริกเท่านั้น ในภาคใต้ มะอึกถูกเรียกอย่างเอ็นดูว่า “ลูกอึก” และถูกนำไปตำเป็น “น้ำชุบลูกอึก” ซึ่งเป็นน้ำพริกพื้นบ้านที่ผู้เฒ่าผู้แก่รับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย จนลืมอาการสะอึกไปตามชื่อเรียก

ในด้านการบริโภค มะอึกนิยมใส่ในน้ำพริกกะปิ โดยเฉพาะผลสุกที่มีสีเหลืองสดและให้รสเปรี้ยวอ่อนๆ สามารถใช้ทดแทนมะนาวได้ในช่วงที่มีราคาสูง การทำน้ำพริกมะอึกให้อร่อยตามตำรับนิยม มักใช้พริกขี้หนูสวน หอมแดงเผา กะปิเผา และเกลือเล็กน้อย ซอยหรือฝานผลมะอึกบางๆ แล้วโขลกรวมกัน หากเพิ่มเนื้อปลาย่างลงไปด้วย จะช่วยเสริมรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ในภาคใต้มีคำเรียกการใส่เนื้อปลา หรือเนื้อกุ้งลงในน้ำพริกว่า “ทำน้ำชุบทอดปลาย่าง” เมื่อนำน้ำชุบลูกอึกมาคลุกกับข้าวสวยร้อนๆ รับประทานคู่กับผักสดอย่างแตงกวาและมะเขือเปราะ ก็ถือเป็นมื้ออาหารพื้นบ้านที่ให้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน


แม้มะอึกจะเป็นไม้ล้มลุก สูงเพียงราวหนึ่งเมตรกว่า แต่ด้วยลักษณะของต้นที่มีขนละเอียดและหนามตามใบและลำต้น ทำให้หลายคนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ มะอึกยังมีสรรพคุณทางสมุนไพรที่หลากหลาย รากใช้ดับพิษร้อนและแก้ไข้ ผลช่วยขจัดเสมหะและแก้ไอ ใบใช้แก้ปอดบวมและนำมาตำพอกฝี เมล็ดใช้แก้ปวดฟันด้วยการเผาแล้วสูดควันเข้าไป ดอกของมะอึกเมื่อแย้มบานก็มีความสวยงามไม่แพ้ไม้ประดับ หากต้องการปลูก เพียงเพาะเมล็ด ใช้เวลาไม่ถึง 3 เดือนก็สามารถเก็บผลสุกมาประกอบอาหารได้แล้ว

มะอึกจึงไม่ใช่เพียงผักพื้นบ้านที่ต้อง “โขลก” อย่างอึกทึก หากแต่เป็นพืชอาหารและสมุนไพรที่สะท้อนภูมิปัญญาและรสชาติของครัวไทยได้อย่างชัดเจน เพียงโขลกลูกอึกให้สากลงครกพอเหมาะ ก็สามารถสร้างความอร่อยจนลืมคำว่า “สะอึก” ไปได้อย่างไม่ยากเลย

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 20 มกราคม 2026

Related Posts