โลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อบริบทเศรษฐกิจระหว่างประเทศไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการค้าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ถูกหล่อหลอมด้วยแรงกดดันทางภูมิเศรษฐกิจ (Geoeconomics) ที่ใช้กติกาทางการค้าเป็นเครื่องมือเชิงอำนาจ ควบคู่กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้น ภัยแล้ง น้ำท่วม และความผันผวนของฤดูกาล ปัจจัยเหล่านี้กำลังสั่นคลอนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก และกลายเป็น “โจทย์บังคับ” ที่ทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในอีกด้านหนึ่ง วิกฤตกลับเปิดประตูสู่โอกาสครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในปี 2568 มีมูลค่าการลงทุนทั่วโลกสูงกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจและนักลงทุนกำลังมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศคู่ค้า เช่น กลไกปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) กำลังกลายเป็น “กำแพงใหม่” ทางการค้า ที่จะกำหนดว่า สินค้าจากประเทศใดจะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

ภายใต้บริบทใหม่นี้ แนวคิด “Net Zero” หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จึงไม่ใช่เพียงนโยบายเพื่อภาพลักษณ์องค์กรหรือกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์” ที่มีบทบาทสำคัญในหลายมิติ ทั้งในฐานะเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจจากมาตรการกีดกันทางการค้า เป็นรากฐานของความมั่นคงทางพลังงาน และเป็นปัจจัยชี้วัดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
สำหรับประเทศไทย การขับเคลื่อนสู่ Net Zero ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับนโยบายหรือภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับ “วิถีชีวิต” และ “โครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก” โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นทั้งแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก และในขณะเดียวกันก็มีศักยภาพในการเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนที่สำคัญ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต เช่น การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง การใช้วัสดุอินทรีย์อย่างไบโอชาร์ หรือการปลูกพืชแบบผสมผสาน ล้วนเป็นแนวทางที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซ พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร
ยิ่งไปกว่านั้นแนวโน้มตลาดโลกกำลังให้ความสำคัญกับสินค้า “คาร์บอนต่ำ” มากขึ้น ผู้บริโภคและคู่ค้าระหว่างประเทศต้องการความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้ ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานการผลิตและปรับตัวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสีเขียวอย่างจริงจัง

การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero จึงไม่ใช่เพียงภาระ แต่คือโอกาสเชิงโครงสร้างที่จะพลิกเกมเศรษฐกิจไทย หากสามารถปรับตัวได้อย่างทันท่วงที ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว การสร้างตลาดคาร์บอนเครดิต และการยกระดับสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในตลาดโลก
ท้ายที่สุด วิกฤตสิ่งแวดล้อมอาจเป็นความท้าทายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สำหรับผู้ที่มองเห็นโอกาสและเตรียมความพร้อม “Net Zero” และนวัตกรรมสีเขียว จะไม่ใช่เพียงทางรอด หากแต่เป็น “เครื่องยนต์ใหม่” ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในระยะยาว

หากต้องการรู้ข้อมูลเหล่านี้ให้ลึกขึ้นมาได้ที่งานสัมมนา “เปลี่ยนวิถีชีวิตพลิกเกมเศรษฐกิจด้วย Net Zero” ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 (NAC2026) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” (Sustainable Economy through Science and Technology) ระหว่างวันที่ 24-28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี หรือติดต่อ โทร. 02-564-8000
