Net Zero
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้ายุทธศาสตร์ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาเข้าร่วมในกิจกรรม “ชุมชนคนปลอดขยะ Zero Waste Zero ปีที่ 2” ณ ชุมชนคลองบางกอบัว คุ้งบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อปลุกพลังการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการลดก๊าซเรือนกระจก ขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน “ชุมชนคนปลอดขยะ Zero Waste Zero” ในปีนี้ ออกแบบให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมผ่านการทำกิจกรรมใน 3 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ ฐานที่ 1 การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ ฐานที่ 2 การพายเรือปลูกต้นไม้ในคลองบางกอบัว และฐานที่ 3 การเรียนรู้แนวทางการจัดการขยะเพื่อชุมชน ณ วัดจากแดง เพื่อสะท้อนแนวทางการดูแลระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจุดประกายให้สังคมไทยตระหนักว่า การเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้นสามารถเริ่มต้นได้จากเราทุกคน พันธกิจของซีพีแรมไม่ใช่เพียงการเป็นผู้นำอุต
ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ภายใต้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวบรรยายในหัวข้อ “Material Solutions for Low-Carbon Economy: นวัตกรรมวัสดุพร้อมเสิร์ฟ สำหรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” ภายในงาน NSTDA Annual Conference 2026 หรือ NAC 2026 ว่า วันนี้ทีม MTEC สวทช. ไม่ได้ต้องการนำเสนอเพียง ‘งานวิจัย’ แต่ต้องการส่งต่อ ‘โอกาส’ ไปสู่ภาคการลงทุน ภาคอุตสาหกรรม และประชาชนทั่วไปที่สนใจเทคโนโลยีด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยระบุว่า ปัจจุบันโจทย์ของโลกเปลี่ยนไปแล้ว การแข่งขันทางธุรกิจไม่ได้วัดกันเพียงเรื่อง ‘ราคา’ หรือ ‘คุณภาพสินค้า’ เท่านั้น แต่ตลาดโลกเริ่มตั้งคำถามถึงที่มาของสินค้า ว่ากระบวนการผลิตปล่อยคาร์บอนเท่าไร ผลิตที่ใด สามารถรีไซเคิลได้หรือไม่ รวมถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมสามารถตรวจสอบย้อนกลับและยืนยันความถูกต้องได้มากน้อยเพียงใด ยกตัวอย่างประเด็นที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้กล่าวไว้ว่า โลกกำลังเผชิญผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ท
หลายคนคงพอได้ยินเรื่อง คาร์บอนเครดิต คาร์บอนฟุตพรินต์ หรือ Net Zero กันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะในยุคที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการรับมือกับปัญหาโลกร้อน เพื่อคุณภาพอากาศและคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกหลายคนที่อาจยังไม่เข้าใจชัดเจน หรือยังนึกภาพไม่ออกว่า เรื่องเหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทสำคัญกับชีวิตประจำวัน ภาคการเกษตร และภาคธุรกิจของเราอย่างไรในอนาคต ทั้งที่ในวันนี้ หลายประเทศและหลายบริษัททั่วโลก เริ่มนำเรื่องการลดการปล่อยคาร์บอนมาเป็น ‘มาตรฐานใหม่’ ของการค้า การลงทุน และการทำธุรกิจ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อทั้งผู้ผลิต ผู้ส่งออก รวมถึงเกษตรกรไทยในอนาคตด้วย ดร.อัมพร โพธิ์ใย นักวิจัยอาวุโส และหัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตลาดคาร์บอน (DIT) กล่าวบรรยายในหัวข้อ “จาก ERP สู่ Net Zero ทางลัดการคำนวณคาร์บอนอัตโนมัติ” ภายในงาน NAC 2026 (NSTDA Annual Conference 2026) ว่า ปัจจุบันเรื่อง Net Zero ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นมาตรฐานสำคัญของภาคธุรกิจและการค้าโลก โดยอธิบายว่า “Net Zero” หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็
ท่ามกลางกระแสโลกที่กำลังตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมและการลดขยะพลาสติก ภาคการเกษตรเองก็เริ่มเผชิญคำถามสำคัญว่า จะทำอย่างไรให้การผลิตเติบโตควบคู่ไปกับความยั่งยืนได้จริง เพราะแม้ “พลาสติก” จะเป็นวัสดุที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการเกษตรในหลายด้าน แต่ในอีกมุมหนึ่ง พลาสติกจำนวนมหาศาลกลับกลายเป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยเฉพาะพลาสติกที่ผลิตจากปิโตรเลียม ซึ่งใช้เวลาย่อยสลายนานและก่อให้เกิดปัญหามลพิษสะสมทั่วโลก ในช่วงเวลาที่หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียวและการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ “ยางพารา” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย กำลังถูกมองใหม่ในฐานะวัสดุแห่งอนาคต ที่สามารถต่อยอดได้มากกว่าการผลิตยางรถยนต์หรือผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมทั่วไป เพราะวันนี้ นักวิจัยไทยกำลังพยายามเปลี่ยน “ยางธรรมชาติหรือยางพารา” ให้กลายเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ผ่านนวัตกรรม “ถุงเพาะกล้ายางพาราย่อยสลายได้” ที่ช่วยลดการใช้พลาสติก พร้อมเพิ่มมูลค่าให้กับยางพาราไทยในเวลาเดียวกัน ดร.ไพโรจน์ จิตรธรรม นักวิจัยอาวุโส และผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมการแปรรูปยาง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. กล่า
โลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อบริบทเศรษฐกิจระหว่างประเทศไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการค้าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ถูกหล่อหลอมด้วยแรงกดดันทางภูมิเศรษฐกิจ (Geoeconomics) ที่ใช้กติกาทางการค้าเป็นเครื่องมือเชิงอำนาจ ควบคู่กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้น ภัยแล้ง น้ำท่วม และความผันผวนของฤดูกาล ปัจจัยเหล่านี้กำลังสั่นคลอนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก และกลายเป็น “โจทย์บังคับ” ที่ทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในอีกด้านหนึ่ง วิกฤตกลับเปิดประตูสู่โอกาสครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในปี 2568 มีมูลค่าการลงทุนทั่วโลกสูงกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจและนักลงทุนกำลังมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศคู่ค้า เช่น กลไกปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) กำลังกลายเป็น “กำแพงใหม่” ทางการค้า ที่จะกำหนดว่า สินค้าจากประเทศใดจะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ภายใต้บริบทใหม่นี้ แนวคิด “Net Zero” หรือการปล่อ
บริษัท คิวพี (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ายกระดับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดประกาศผนึกกำลังกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลงนามในข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวภายใต้โครงการ Utility Green Tariff 1 หรือ UGT1 เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตอาหารที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดแบบครบวงจร พิธีลงนามข้อตกลงดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ณ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ โดยมีผู้บริหารจากบริษัท คิวพี (ประเทศไทย) จำกัด นายโทชิฮิโกะ ซุกิโมริ กรรมการผู้จัดการ นางพรทิพย์ ภูติภัทร์ รองกรรมการผู้จัดการ นายมานิตย์ แย้มศิริ กรรมการฝ่ายโรงงาน และผู้บริหารจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายจรัล ตั้งวงศ์ชูเกตุ ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สายงานยุทธศาสตร์ (กิจการองค์กร) นางสาวสุชาดา คงธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจพลังงาน และนายเสริมชัย จารุวัฒนดิลก รองผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจพลังงาน เข้าร่วมลงนาม โดยความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในทุกขั้นตอนของสายการผลิต ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภ
วันนี้ ( 3 ธ.ค.2568 )ที่ศูนย์ประชุม ซี อาเซียน (C asean Ratchada) อาคารซีดับเบิลยู ทาวเวอร์ (CW Tower) เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ‘องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)’ หรือ อบก. และ ‘เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย’ หรือ TCNN ร่วมกันจัดงานใหญ่แห่งปี ‘TGO Forum & TCNN Conference 2025: ขับเคลื่อน Net Zero ไทย ด้วยพลังองค์กรผู้นำ’ เพื่อเป็นเวทีในการเชื่อมโยงมิติเชิงนโยบาย การปฏิบัติ และนวัตกรรมสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยภายในงานประกอบด้วยเวทีสัมมนา การเสวนาแลกเปลี่ยน และนิทรรศการแสดงนวัตกรรม ชูเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอน-Net Zero Emissions นายรัฐกร กัมปนาทแสนยากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ความยั่งยืนองค์กร บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน ) ในฐานะประธานกรรมการเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย ( TCNN)กล่าวว่า TCNN คือ พลังรวมขององค์กรผู้นำภาคเอกชนไทยที่ทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ โดยเน้นที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เร่งการดำเนินงาน Climati Action และส่งเสริมการตั้งเป้าหมาย Net Zero ระดับองค์กรภายในปี 2
สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ร่วมมือ รัฐซัสแคตเชวัน แคนาดา (Saskatchewan) ลงนาม MOU แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ เร่งยกระดับผลักดันการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงการดักจับ-ใช้ประโยชน์จากคาร์บอน และด้านพลังงานสะอาด นำอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์สู่ Net Zero 2050 และสนับสนุนเป้าหมาย NDC 3.0 พร้อมตั้งเป้าแผนร่วมงานระยะยาว ปั้นโมเดลโครงการนำร่องในสระบุรี แซนด์บ็อกซ์ สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และรัฐซัสแคตเชวัน (Saskatchewan) ประเทศแคนาดา โดยกระทรวงการค้าและพัฒนาการส่งออก (Ministry of Trade and Export Development) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเสริมสร้างความร่วมมือพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน และสนับสนุนเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก โดยมุ่งเน้นภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน และเทคโนโลยีขั้นสูงการดักจับ-ใช้ประโยชน์จากคาร์บอน โดยได้รับเกียรติจากอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และผู้แทนระดับสูงรัฐซัสแคตเชวัน ร่วมเป็นสักขีพยาน รัฐซัสแคตเชวัน โดยกระทรวงการค้าและการพัฒนาการส่งออก มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอย่างมากในเทคโนโ
สยามคูโบต้า จับมือ เกรฮาวด์ ออริจินัล เปิดตัวแคมเปญ KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL PRESENT “Turn waste to Agri-Wear” ต่อยอด “ฟางข้าว” เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มุ่งสนับสนุนงานวิจัยและงานฝีมือช่างทอผ้าไทย สู่การเป็นเสื้อผ้าสุดเท่สไตล์สตรีทแฟชั่น หวังจุดประกายการ Upcycling เศษวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์ตั้งเป้าปลุกกระแส Sustainable Fashion ให้ทุกคนเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงโลกที่ดีกว่าเดิม เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมวงการแฟชั่นไทย พร้อมชวนชาวกรีน เลิฟเวอร์ อัปเดตคอลเล็กชันสุดพิเศษแล้ววันนี้ ที่ เกรฮาวด์ ออริจินัล นายพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญวิกฤตทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางอากาศ หรือแม้แต่ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทุกปี รวมถึงผลกระทบจากการเผาในภาคการเกษตร ดังนั้น ปัญหาสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญของคนทั่วโลกที่ต้องหันกลับมาตระหนักถึงแนวทางในการแก้ไข เราเชื่อว่า ทุกคนบนโลกล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลง ตลอดระยะเวลา 46
ในช่วงที่ผ่านมาเราคงได้ยินคำนี้กันมาบ่อยแต่อาจจะไม่รู้ว่ามันมีความสำคัญยังไง ซึ่งในความเป็นจริงเรื่อง Ner Zero นั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวอย่างมาก และเป็นเรื่องที่เราทุกคนที่ต้องช่วยกัน รับผิดชอบ Net Zero คือการ ‘ลด’ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ โดยสร้างสมดุลให้กับสภาพภูมิอากาศโลกด้วยวิธีการ “จำกัด” และ “กำจัด” การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศนั่นเอง พูดง่าย ๆ คือการใช้วิธีหักลบเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การปลูกต้นไม้ การฟื้นฟูป่า หรือการซื้อขายคาร์บอนเครดิต รวมถึงการทำกิจกรรมเรื่องของอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมปลูกฝังการรักษ์โลก เพื่อให้มีการผลักดันแนวความคิดเรื่องมลพิษที่ปล่อยออกมาต้องเท่ากับ ‘ศูนย์’ เราทุกคนสามารถทำ Net Zero ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากยานยนต์ แล้วหันมาเดินทางโดยใช้รถสาธารณะหรือปั่นจักรยานไปในที่ใกล้ ๆ แทน หรือจะหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้า พลังงานแสงแดดก็ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากนำเสนอกับทุกคนคือ โลก กำลังอ่อนแอเพราะถูกทำลายชั้นบรรยากาศ หากเราทุกคนยังคงนิ่งเฉย สักวันสิ่งแวดล้อม
