ตลาดแตงโมไม่ได้มีแต่ช่วงเวลาที่ดี เพราะราคามีขึ้นมีลงตามกลไกตลาด โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกมาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จนเกิดภาวะล้นตลาด เกษตรกรอาจต้องเผชิญกับราคาที่ลดลงเหลือเพียงกิโลกรัมละ 1-2 บาท ขณะที่บางส่วนขายไม่ออกจนต้องเททิ้ง กลายเป็นปัญหาสำคัญที่ผู้ปลูกแตงโมต้องหาทางรับมือ

กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของ บริษัท ณิชชา ชามม์ จำกัด และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแตงโมสเปเชียลตี้ เส้นทางของ คุณณิชชา แก้วสุริยา ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นเกษตรกร หากแต่เริ่มจากการเป็นแม่ค้าขายผักธรรมดาคนหนึ่ง
ในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจ การค้าขายผักถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีกำไรที่น่าพอใจ และตั้งใจจะยึดเป็นอาชีพหลักในระยะยาว กระทั่งเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ส่งผลให้ธุรกิจได้รับผลกระทบ จึงเริ่มมองหาโอกาสใหม่จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว
เมื่อสังเกตว่าพื้นที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเอง มีเกษตรกรปลูกแตงโมจำนวนมาก จึงตัดสินใจรับซื้อแตงโมจากพ่อค้าและสวนเพื่อนำมาขายส่ง เพราะมองว่าเป็นสินค้าที่มีตลาดรองรับและหาซื้อได้ง่าย

แต่เมื่อได้ลงมือทำจริง กลับพบว่าธุรกิจแตงโมไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด จากเดิมที่การขายผักสามารถสร้างกำไรได้กิโลกรัมละหลายสิบบาท การขายแตงโมกลับให้กำไรเพียงกิโลกรัมละ 50 สตางค์ถึง 1 บาทเท่านั้น หรือคิดเป็นกำไรเพียงประมาณ 500 บาทต่อการขายแตงโม 1 ตัน ตัวเลขดังกล่าวทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า จะเดินหน้าต่อหรือควรเปลี่ยนอาชีพอีกครั้ง
หลังจากผ่านการเปลี่ยนอาชีพมาหลายครั้ง คุณณิชชาเลือกที่จะไม่ถอย แต่ตัดสินใจเดินหน้าต่อ พร้อมตั้งเป้าหมายใหม่ว่า หากจะทำธุรกิจแตงโม ก็ต้องรู้จัก “แตงโม” ให้มากที่สุด เริ่มศึกษาทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ วิธีการปลูก การใช้ปุ๋ย การจัดการศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงความต้องการของตลาดและผู้บริโภค เพราะในฐานะพ่อค้าคนกลางที่ผ่านมา ไม่มีสิทธิ์เลือกผลผลิต หากเกษตรกรตัดแตงโมอ่อนหรือแก่ก็จำเป็นต้องรับซื้อทั้งหมด แต่หากสามารถปลูกเองและควบคุมกระบวนการผลิตได้ ก็จะสามารถกำหนดคุณภาพของผลผลิตได้ตั้งแต่ต้นทาง พร้อมตอบโจทย์สิ่งที่ตลาดต้องการได้
จุดเปลี่ยนสำคัญครั้งนั้น ทำให้คุณณิชชามองเห็นว่า ความสำเร็จของธุรกิจเกษตรไม่ได้เกิดจากการซื้อขายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่แปลงปลูกไปจนถึงมือผู้บริโภค และกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ต่อยอดสู่การพัฒนา “แตงโมสายพันธุ์พิเศษ” ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นจุดแข็งของธุรกิจ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตได้อย่างโดดเด่น

เปลี่ยน “แตงโม” ให้เป็นแฟชั่น! สร้างสายพันธุ์ใหม่ เพิ่มมูลค่า พลิกเกมธุรกิจเกษตร
เมื่อเข้าใจตลาดแตงโมมากขึ้น คุณณิชชาเริ่มมองเห็นว่า หากยังขายแตงโมแบบเดิม ก็ยากที่จะหลุดพ้นจากการแข่งขันด้านราคา จึงเกิดแนวคิดที่แตกต่างว่า “ทำไมแตงโมจะมีคอลเล็กชันใหม่เหมือนแฟชั่นไม่ได้”
แนวคิดนี้เกิดจากการสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชื่นชอบความแปลกใหม่และพร้อมเปิดใจลองสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นแตงโมเนื้อสีเหลือง สีส้ม หรือสายพันธุ์ที่มีรสชาติและรูปลักษณ์แตกต่างจากเดิม เมื่อสินค้าใหม่สร้างความตื่นเต้นให้ตลาด ก็ย่อมสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและกำหนดราคาที่แตกต่างจากแตงโมทั่วไปได้
แม้ในช่วงเริ่มต้นจะไม่มีความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์มากนัก แต่คุณณิชชาไม่หยุดที่จะเรียนรู้ เธอเริ่มค้นคว้าข้อมูลจากต่างประเทศ ศึกษาว่าแต่ละประเทศมีการพัฒนาสายพันธุ์แตงโมอย่างไร และพยายามติดต่อบริษัทผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อขอทดลองปลูกสายพันธุ์ใหม่ แม้จะถูกปฏิเสธหลายครั้ง เพราะยังเป็นเกษตรกรรายเล็กที่ไม่สามารถซื้อเมล็ดพันธุ์โดยตรงจากบริษัทได้
ท้ายที่สุด เธอสามารถขอแบ่งเมล็ดพันธุ์บางสายพันธุ์มาทดลองปลูก และพบว่าเพียงแค่เปลี่ยนสายพันธุ์ ผลผลิตก็สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้นกว่าปกติ นั่นยิ่งตอกย้ำความเชื่อว่า “สายพันธุ์ที่ดี คือจุดเริ่มต้นของการสร้างมูลค่าเพิ่ม”

จากผู้ค้าสู่ที่ปรึกษาพัฒนาสายพันธุ์แตงโม
ความมุ่งมั่นในการค้นหาสายพันธุ์ใหม่ ทำให้วันหนึ่งบริษัทเมล็ดพันธุ์รายใหญ่ติดต่อเชิญคุณณิชชาเข้าร่วมเป็น ที่ปรึกษาด้านการปรับปรุงพันธุ์แตงโม โดยนำประสบการณ์ที่สั่งสมจากการเป็นทั้งผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่ง และผู้ปลูก มาช่วยกำหนดโจทย์ให้ทีมนักปรับปรุงพันธุ์ (Breeder)
โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการสร้างแตงโมที่สวยงาม แต่ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า เกษตรกรต้องการสายพันธุ์แบบใด ผู้ค้าต้องการคุณสมบัติอะไร และผู้บริโภคกำลังมองหาแตงโมรูปแบบไหน เพื่อให้สายพันธุ์ใหม่ตอบโจทย์ตลาดได้จริง
การได้เข้าไปเยี่ยมชมแปลงวิจัยของบริษัทเมล็ดพันธุ์ ยังเปิดโลกให้คุณณิชชาเห็นกระบวนการพัฒนาสายพันธุ์ ภายในแปลงทดลองมีแตงโมหลายร้อยสายพันธุ์ ถูกนำมาผสม คัดเลือก และทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อค้นหาลักษณะที่ดีที่สุด ทั้งสีเนื้อ ความหวาน ความกรอบ ความบางของเปลือก และความแข็งแรงของต้น กว่าจะได้แตงโมเพียง 1 สายพันธุ์ ต้องผ่านการคัดเลือกจากสายพันธุ์นับร้อย และใช้เวลาพัฒนานานกว่า 5 ปี จึงจะพร้อมออกสู่ตลาด

คัดเลือกสายพันธุ์ใหม่ พร้อมรับผิดชอบทุกความเสี่ยงของเกษตรกร
หนึ่งในสายพันธุ์แรกที่คุณณิชชาเลือกจากแปลงวิจัย เป็นแตงโมทรงยาว ลวดลายเปลือกสวยสะดุดตา และมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เธอขอนำสายพันธุ์ดังกล่าวมาทดสอบปลูกกับเกษตรกรในเครือข่าย พร้อมเก็บข้อมูลทั้งผลผลิตและความพึงพอใจของผู้บริโภค เพื่อนำกลับไปใช้ในการพัฒนาสายพันธุ์ต่อ
สายพันธุ์นี้ได้รับการตั้งชื่อว่า “ญาญ่า” ตามกระแสที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น ก่อนจะต่อยอดไปสู่สายพันธุ์ใหม่อีกหลายชนิดในเวลาต่อมา การพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกครั้ง บางสายพันธุ์เมื่อปลูกในสภาพอากาศของประเทศไทยกลับเกิดปัญหา เช่น เนื้อแตงโมไส้ซึม หรือผลผลิตเสียหาย
แม้จะต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมาก คุณณิชชายังคงยืนยันหลักการเดิม คือ รับซื้อผลผลิตคืนทั้งหมด ไม่ว่าจะมีคุณภาพดีหรือเสียหาย เพราะต้องการรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเกษตรกร
แนวทางดังกล่าวทำให้เกษตรกรกล้าที่จะทดลองปลูกสายพันธุ์ใหม่ และเกิดความเชื่อมั่นว่า หากเกิดความเสียหายจากการทดลองปลูก จะไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเพียงลำพัง ขณะเดียวกัน สายพันธุ์พิเศษยังให้ราคารับซื้อสูงกว่าแตงโมทั่วไป จึงกลายเป็นแรงจูงใจสำคัญให้เกษตรกรเข้าร่วมเป็นเครือข่ายของบริษัท

พัฒนาสายพันธุ์รับมือ Climate Change
อีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่ภาคเกษตรกำลังเผชิญ คือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทำให้ฤดูกาลไม่แน่นอน ฝนตกหนัก พายุรุนแรง และอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตเสียหายมากขึ้นในแต่ละปี
ในฐานะผู้นำเครือข่ายเกษตรกร คุณณิชชามองว่าการแก้ปัญหาไม่ควรรอให้วิกฤตเกิดขึ้น แต่ต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้า จึงร่วมพัฒนาสายพันธุ์แตงโมรุ่นใหม่ที่มีความแข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศร้อนจัดและฝนตกหนัก เพื่อรองรับสถานการณ์เอลนีโญและความผันผวนของสภาพภูมิอากาศในอนาคต
ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการทดสอบแตงโมสายพันธุ์ใหม่จำนวน 3 สายพันธุ์ ซึ่งถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติ “อึด ถึก ทน” สามารถให้ผลผลิตได้แม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรง ก่อนเตรียมเปิดตัวสู่ตลาดในอนาคต
สำหรับคุณณิชชา การสร้างความแตกต่างไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนาแตงโมสีสันแปลกใหม่หรือรสชาติที่โดดเด่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาสายพันธุ์ที่ช่วยให้เกษตรกรรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของโลก และสามารถสร้างอาชีพที่มั่นคงได้ในระยะยาว
จากแตงโม 1 ลูก สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ไม่ลงสนามตัดราคา! ยกระดับสู่ตลาดพรีเมียม
นอกจากการพัฒนาสายพันธุ์แตงโมให้มีความแตกต่างแล้ว คุณณิชชา ยังให้ความสำคัญกับการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวอย่างเข้มงวด เพราะเชื่อว่า “คุณภาพ” คือหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้า
แตงโมทุกลูกจากฟาร์มจะผ่านกระบวนการทำความสะอาดตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร โดยเริ่มจากการล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดเศษดินและสิ่งสกปรก ก่อนเข้าสู่การล้างด้วยน้ำผสมคลอรีนในระดับมาตรฐาน เพื่อกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย และเชื้อราที่อาจปนเปื้อนอยู่บนผิวผลผลิต เนื่องจากแตงโมเป็นพืชที่สัมผัสกับพื้นดินตลอดระยะเวลาการเพาะปลูก จึงมีโอกาสปนเปื้อนสิ่งสกปรกได้ง่าย กระบวนการดังกล่าวจึงเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจว่าผลผลิตทุกลูกสะอาด ปลอดภัย และพร้อมถึงมือผู้บริโภค
หลังผ่านการคัดคุณภาพ แตงโมทั้งหมดจะถูกลำเลียงเข้าสู่ห้องรีแพ็กที่ควบคุมความสะอาด ก่อนจัดส่งไปยังห้างค้าปลีก ห้างค้าส่ง และคู่ค้าทั่วประเทศ เพื่อรักษามาตรฐานของสินค้าให้คงคุณภาพตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัท ณิชชา ชามม์ จำกัด มุ่งสร้างความแตกต่างด้วยการพัฒนาสายพันธุ์แตงโมใหม่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสายพันธุ์ที่พัฒนาแล้วกว่า 13-15 สายพันธุ์ แต่ในแต่ละปีจะคัดเลือกเพียง 5-6 สายพันธุ์ ที่เหมาะกับสภาพอากาศและตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคมาทำตลาด

แต่ละสายพันธุ์ถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ทั้งด้านสี รสชาติ และคุณสมบัติ เช่น Thumb Up แตงโมเนื้อแดงรสชาติโดดเด่น, Scarlet Sun แตงโมไร้เมล็ดสายพันธุ์ใหม่, Moonlit แตงโมเนื้อเหลือง เปลือกบาง หวานน้อย เหมาะสำหรับสายสุขภาพ, Honey Moon และ Queen Lady แตงโมเนื้อสีส้มที่ให้กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ รวมถึง Crimson Red สายพันธุ์ที่แข็งแรง ทนทาน และให้ผลผลิตสม่ำเสมอ
แนวคิดการสร้างมูลค่าของฟาร์มไม่ได้หยุดอยู่เพียงการขายผลสด แต่ยังต่อยอดสู่แนวคิด Zero Waste โดยนำงานวิจัยและนวัตกรรมด้าน Food Innovation มาใช้แปรรูปแตงโมให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ “แตงโม 1 ลูก” ไม่มีส่วนใดถูกทิ้งเปล่า

คุณณิชชาเล่าว่า แม้ตนเองจะไม่ใช่นักวิจัย แต่ทุกครั้งที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ จะอาศัยองค์ความรู้จากสถาบันวิจัยเป็นฐานในการต่อยอด จนเกิดผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายชนิด เช่น แตงโมหยีสามรส ที่ผลิตจากเนื้อสีขาวระหว่างเปลือกกับเนื้อแดง ซึ่งได้รับรางวัลจากหลายเวที รวมถึง แตงโมดองสามรส ที่ใช้เปลือกแตงโมหมักร่วมกับน้ำผลไม้และโพรไบโอติก ตลอดจนผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น แตงโมทอด และแตงโมเชื่อม ซึ่งล้วนได้รับการยอมรับด้านนวัตกรรมและคุณภาพ
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดแตงโม ซึ่งผู้ประกอบการจำนวนมากแข่งขันกันด้วยการลดราคา คุณณิชชาเลือกเดินในเส้นทางที่แตกต่าง โดยไม่ลงแข่งขันในตลาดแมสที่เน้นสงครามราคา
“การผลิตตามมาตรฐานที่เข้มงวดมีต้นทุนสูงกว่าแตงโมทั่วไป ดังนั้นเราเลือกสร้างตลาดของตัวเอง แทนที่จะตัดราคา เราเลือสร้างคุณค่า”
แนวคิดดังกล่าวทำให้บริษัทมุ่งสู่ตลาดพรีเมียม ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความแตกต่างของสินค้า มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว จนสามารถสร้างจุดยืนที่ชัดเจนในตลาด และเปลี่ยน “แตงโม” จากสินค้าเกษตรทั่วไป ให้กลายเป็นผลไม้พรีเมียมที่มีมูลค่าเพิ่มได้อย่างยั่งยืน
หากต้องการติดตามเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์แตงโมพรีเมียมไทย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ทางเพจ Facebook : ณิชชา ชามม์ Nichchar Charm และโทรศัพท์ 094-879-2914
