งาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ผศ. ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ร่วมเป็นวิทยากรในหัวข้อเสวนา: “ร่วมคิด เปลี่ยน สร้าง: ม.อ. ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลิกโฉมชุมชนสู่ความยั่งยืน” ในเวที SX Talk Stage เวลา 18.00 – 19.00 น. ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

ม.อ. มุ่งมั่นเชื่อมพลังขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย สู่การสร้าง ผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดย ผศ. ดร.พงค์เทพ กล่าวตอนหนึ่งว่า ม.อ.ปรับใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ให้เกิดประโยชน์ในการแก้จน-ลดหนี้-เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต รับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนพื้นที่ภาคใต้ให้เป็น “คลังอาหารของโลก” สร้างความมั่นคงแก่เศรษฐกิจครัวเรือน ที่ผ่านมา ม.อ.ได้นำทุนทางวัฒนธรรมและนวัตกรรมในท้องถิ่น “ Soft Power” และเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนหลากหลายมิติ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ลดหนี้ และเพิ่มรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ภาคใต้
ม.อ. ภายใต้โครงสร้างการบริหารรูปแบบใหม่เรียกว่า โมเดล “PSUX” ทลายข้อจำกัดทางราชการ เชื่อมโยงความเชี่ยวชาญข้ามศาสตร์ในการแก้ไขวิกฤต ตอบสนองความต้องการของชุมชนและสังคมได้อย่างรวดเร็ว เช่น โครงการ HatYai Model Plus ที่ ม.อ.ร่วมกับภาคีเครือข่ายและภาคประชาชน มุ่งพัฒนาระบบนิเวศการจัดการภัยพิบัติแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การเตรียมพร้อม การเผชิญเหตุ และการฟื้นฟู

นอกจากนี้ ม.อ.ยังมีผลงานวิจัย และนวัตกรรมที่มีศักยภาพอีกมากมาย เชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ครอบคลุม ด้านพลังงาน ด้านการเกษตร ด้านยางพารา ด้านการแพทย์ ด้านนวัตกรรมสร้างสรรค์ ด้านเวชสำอาง ฯลฯ ม.อ.ได้ขับเคลื่อนผลงานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงเชิงพาณิชย์ และสร้างคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
“เซรั่มยาง” รายได้เสริมเกษตรกรไทย
“ ยางพารา ” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ม.อ.จึงมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยางพาราครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้เกิดผลงานนวัตกรรมด้านยางพาราในรูปแบบต่าง ๆ นำไปสู่การสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมยางพาราใหม่ ที่สร้างความยั่งยืนและมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมยางพารา

ปัจจุบัน นักวิจัย ม.อ. ได้เปลี่ยนจากของเสียในโรงงานยางให้กลายเป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง เป็นอาหารเสริมสุขภาพ และเวชสำอาง ผลงานวิจัยชิ้นนี้ มีชื่อว่า “ HeLP” (Hevea Latex Polysaccharide) ซึ่งเป็นสารชีวโมเลกุลชนิดใหม่จากเซรั่มน้ำยางพาราเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติก (Prebiotic) ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์และระบบภูมิคุ้มกันในทางเดินอาหาร มีส่วนช่วยต้านมะเร็ง ในสัตว์ทดลองผ่านระบบภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ สมานแผล และต้านแผลในกระเพาะอาหาร HeLP ไม่ใช่แค่ผลงานวิจัยธรรมดา แต่คือ “ทรัพย์สินใหม่ของสวนยาง” เป็นการสร้างห่วงโซ่ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยางไทยที่มีความยั่งยืนมากขึ้น
ปัจจุบันผลงานวิจัยชิ้นนี้ได้ถูกจดสิทธิบัตรทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการขึ้นทะเบียน เป็น “อาหารใหม่” (Novel Food) กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว และถูกนำไป ต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรม โดยสร้างโรงงาน มาตรฐาน GMP ในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ กำลังการผลิตเซรั่ม 20,000 ลิตร/วัน และผลิต HeLP ได้ 5,000 กิโลกรัม/เดือน เพื่อนำสารสกัดที่ได้ไปใช้ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุตสาหกรรมเวชสำอางและอาหารฟังก์ชัน (Functional Food)

นวัตกรรม Zero Waste “แมลงโปรตีนกินได้”
นักวิจัย ม.อ. ได้พัฒนาผลงานวิจัย “แมลงโปรตีนกินได้” จาก แมลงวันลาย ( BSF) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์แนวคิด Zero Waste และเศรษฐกิจหมุนเวียน จุดเริ่มต้นของแนวคิดของโครงการคือ การกำจัดเศษอาหาร โดยใช้ หนอนแมลงวันลาย (BSF) ในการช่วยย่อยสลายเศษอาหารและขยะอินทรีย์จากภาคอุตสาหกรรมหรือชุมชน
ทั้งนี้ แมลงวันลายยังเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือก (Super Food) ตัวหนอนและแมลงที่เพาะเลี้ยงสามารถนำมาแปรรูปเป็นโปรตีนคุณภาพสูงสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบอาหารแล้ว ยังเกิดผลพลอยได้คือ มูลของหนอนแมลงวันลายยังสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับเกษตรกรรมได้อีกด้วย
PSU Blen อาหารเหลวพร้อมทาน
ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ทางคณะแพทยศาสตร์ และคณะอุตสาหกรรมเกษตร ของ ม.อ. จึงได้ร่วมกันพัฒนา PSU BLEN อาหารปั่นเหลว ที่ให้คุณประโยชน์ในทุกคำ เป็นอาหารทางเลือกที่อุดมไปด้วยโปรตีน สูงถึง 14 กรัมในปริมาณ 350 กรัม ซึ่งเพียงพอต่อการรับประทานใน 1 มื้อ

PSU BLEN ผลิตจากวัตถุดิบหลักคือ ถั่วเหลือง ถั่วเขียวและเนื้อออกไก่ ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง รสชาติอร่อย เหมาะสำหรับทุกคน ทุกเพศทุกวัย แม้แต่ผู้ที่มีสุขภาพดี สินค้าผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และการรับรองมาตรฐานฮาลาล
“ข้าวกล่องยังชีพพร้อมทาน”
หนึ่งตัวอย่างของการนำงานวิจัยและเทคโนโลยีของไทยมาต่อยอดใช้แก้ปัญหาเพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤตได้อย่างแท้จริง ที่ ผศ. ดร.พงค์เทพ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจคือ ข้าวกล่องยังชีพพร้อมทานได้ทันที บรรจุถาดแยกข้าวและกับข้าว แกะรับประทานได้เลยโดยไม่ต้องอุ่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ตัดขาดและไม่มีไฟฟ้า ปัจจุบันพัฒนาแล้วถึง 7 เมนู เช่น มัสมั่นไก่, พะแนงไก่, แกงส้มปลาทู, กะเพราไก่ ฯลฯ

นวัตกรรมนี้ จุดเริ่มต้นจาก นักวิจัย ม.อ.เล็งเห็นปัญหาและข้อเสียของการแจกจ่ายอาหารในสภาวะภัยพิบัติและปัญหาไม่มีข้าวทานของพี่น้องชาวมุสลิมในช่วงเวลากลางดึก จึงพัฒนาข้าวกล่องที่เก็บได้นานในอุณหภูมิปกติ โดยไม่ใส่สารกันบูด ใช้เทคโนโลยีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนและความดันสูง ช่วยยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ให้อาหารเสีย จึงเก็บได้นานถึง 18 เดือน
ตัวแพ็กเกจ ใช้วัสดุ pp ทนความร้อน ส่วนด้านบนใช้ฟิล์มขุ่น ทนความร้อนสูงและป้องกันแสงแดดกับออกซิเจนทำให้สีไม่เปลี่ยน สินค้าผ่านการรับรองจาก อย. และมาตรฐานฮาลาล มั่นใจ ปลอดภัยทั้งคุณภาพและศาสนา ม.อ. เคยนำนวัตกรรมอาหารยังชีพไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่หาดใหญ่เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วพร้อมกับมีการแจกจ่ายให้กับทหารตามชายแดน กล่าวได้ว่า ผลงานวิจัย ของ ม.อ. มีคุณค่าทางสังคม และระบบเศรษฐกิจ สร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

