นวัตกรรมอาหาร
ฝนมาแล้ว ดูแลสุขภาพให้ร่างกายอบอุ่น อย่าลืมกินผักใบเขียวทุกๆวันอย่างน้อยวันละ400กรัม เพื่อสร้างภูมิต้านทานได้แบบง่ายๆเลย หากไม่ใครมีเวลา แนะนำสินค้าทางเลือก ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผักชนิดผงกึ่งสำเร็จรูป แบรนด์ “ เนเชอรัล กรีน ”น่าจะเป็นเจ้าเดียวและเจ้าแรกของไทย ที่ใช้ผักจริง ผลไม้จริง หลายชนิดรวมกัน ออกมาแสนอร่อย.ทานแล้วสดชื่นตั้งแต่แก้วแรก จุดเริ่มต้น คุณวาสนา เดชศักดิ์กุลนันท์ เจ้าของบริษัทไทยวาสนาดี จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง จ.ระยอง เล่าถึงที่มาของสินค้าว่า สมัยก่อนเธอมีอาชีพเป็นพยาบาล ช่วงนั้นลูกชายเรียนอยู่ชั้น ม. 3 แม่อยากให้ลูกผอม จึงซื้อยาลดความอ้วนจากสารสกัดถั่วขาว ที่วางขายในร้านขายยาชื่อดัง มาให้ลูกชายกินเพียงเม็ดเดียว หวิดเอาชีวิตไม่รอด ลูกชายป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ เพราะยาดังกล่าวมีสารที่บล๊อกเอนไซม์อะไมเลสไม่ให้ย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล ทำให้ลูกชายแพ้อาหารทุกชนิด แพ้ถั่ว แพ้แป้งทุกชนิด และแพ้อาหารทะเล แพ้เคมี แพ้เครื่องปรุงทุกชนิด รักษาอาการป่วยด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน จ่ายค่ายาสัปดาห์ละ 2 พันบาท เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็มแต่อาการป่วยไม่ดี
อัครากรุ๊ป (Akara Group) ครบรอบ 30 ปี ประกาศเดินเกมขยายตลาดครั้งใหญ่ ดึงนวัตกรรมต่อยอดความเชี่ยวชาญขึ้นแท่นผู้ผลิตไข่ไก่ยุคใหม่ สู่แบรนด์อาหารและโปรตีนคุณภาพระดับสากล หลังกวาดยอดขายปี 2568 ทะลุ 3,000 ล้านบาท พร้อมเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 เป็นครั้งแรกด้วยการพลิกโฉมจากผู้ผลิตสู่ Food Solution ชูกลยุทธ์แตกไลน์สินค้ากลุ่มอาหารพร้อมทาน เจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์ผู้บริโภครุ่นใหม่ กระตุ้นการมีส่วนร่วมเปิดตัว Collaboration Marketing เปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ The Collection Journey akara x FAAN.PEETI พลิกโฉมภาพลักษณ์ สนุก ร่วมสมัย มุ่งเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์เจนใหม่รักสุขภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าปีนี้โต 6% นายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ ผู้บริหารและกรรมการบริหาร บริษัทในเครือ แสงทอง-อัครากรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ตลอด 30 ปี อัครากรุ๊ปเติบโตจากธุรกิจฟาร์มและการผลิตไข่ไก่ที่ดูแลคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้อัคราสามารถพัฒนาสินค้าไข่ไก่คุณภาพ สู่ธุรกิจอาหารที่มีพอร์ตสินค้าหลากหลายมากขึ้น ทั้งไข่ไก่สด, ไข่สุขภาพ (Eggology), ไข่สไตล์ญี่ปุ่นที่สามารถทานแบบดิบได้ปลอดภัย และแต
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ผู้นำในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารระดับโลก เสริมศักยภาพประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งภูมิภาค ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ภายใต้ธีมหลักคือ “Food Innovation for Wellness” พร้อมนำนวัตกรรมอาหารที่ผ่านการวิจัย พัฒนา เพื่อให้มีคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติที่ดี และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์อาหารคุณภาพสูงและยั่งยืนให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF กล่าวว่า “ผู้บริโภคทั่วโลกในปัจจุบันมองหาอาหารที่ไม่ได้มีเพียงความอร่อยและปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังต้องสะดวก มีคุณค่าทางโภชนาการ และผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ CPF มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและนำนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ในทุกๆ ขั้นตอนการผลิตของเราอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น สนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดี และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอทั่วโลก” นวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค ในงานนี้มีการนำผลิตภั
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม NRCT x THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 InnoFood, Healthy Choice (นวัตกรรมอาหาร… สุขภาพที่เลือกได้) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในฐานะพันธมิตรที่ร่วมผนึกกำลังในการผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหาร และ นางสาวพิมพ์ภิดา วิชญพิมพ์จุฬา ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนตลอดโซ่คุณค่า กล่าวรายงาน ณ ห้องศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม ชั้น 2 อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหารให้สามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่อยอดสู่โอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดกิจกรรมเชิญชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์อ
“กะเพรา” ถือเป็นวัตถุดิบและเป็นหัวใจของเมนูยอดนิยมของคนไทย โดยเฉพาะข้าวกะเพรา แม้กะเพราจะเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตไว และให้ผลผลิตได้ตลอดปี แต่ในทางปฏิบัติ เกษตรกรยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวน โดยเฉพาะช่วงอากาศหนาวที่ทำให้กลิ่นกะเพราลดลง นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของการควบคุมศัตรูพืชให้สอดคล้องกับมาตรฐาน GAP วิธีการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ หากขาดการวางแผนและองค์ความรู้ที่เหมาะสม คุณภาพและความสม่ำเสมอของผลผลิตย่อมไม่ตอบโจทย์ตลาด ซีพีแรมได้มีการศึกษาวิจัยและพัฒนา “กะเพราป่า” ซึ่งมีลักษณะเด่นทั้งรสชาติเผ็ดร้อน กลิ่นหอมแรงเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากกะเพราทั่วไป เมื่อนำมากะเพราป่ามาปรุงอาหาร จะให้กลิ่นหอมชวนรับประทานและรสชาติที่เข้มข้นเป็นพิเศษ ปัจจุบันสามารถจดสิทธิบัตรสายพันธุ์กะเพราที่พัฒนาเองได้แล้วถึง 4 สายพันธุ์ ผ่านการคัดเลือกสายพันธุ์เป็นไปอย่างรอบด้าน ทั้งความทนทานต่อสภาพอากาศแปรปรวน ความโตไว ให้ผลผลิตเร็ว คุณภาพใบที่ดี รวมถึงความต้านทานโรคและแมลง เพื่อลดการใช้สารเคมีและเพิ่มความปลอดภัยต่อสุขภาพของเกษตรกร แป
ไฮไลต์ “การใช้ประโยชน์ด้วยการบริโภค” เป็นแนวทางสำคัญในการจัดการและควบคุมประชากร “ปลาต่างถิ่น” โดยเฉพาะ ปลาหมอคางดำ (Blackchin tilapia) ทีมนักวิจัยของสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองเห็นการวิจัยพัฒนาแปรรูปปลาเพื่อส่งเสริมการ “กินเพื่อคุมและกำจัด” ขยายวงกว้างขึ้น และมีผลลัพธ์ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจของชุมชน จึงได้พัฒนากระบวนการแปรรูป “เนื้อปลาฟู” ให้อยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์ขั้นต้น (Raw material) ที่สามารถนำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าในรูปผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภค ช่วยส่งเสริมให้การบริโภคปลาชนิดนี้ง่ายและหลากหลายยิ่งขึ้น โดยเนื้อปลาฟูดังกล่าวเก็บได้นานถึง 6 เดือนในสภาวะอุณหภูมิห้อง พร้อมตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการ สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ และผู้บริโภคในพื้นที่ห่างไกล ปลาหมอคางดำจัดเป็นปลาต่างถิ่นที่สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่อาหารจานหลัก ของกินเล่น น้ำพริก ไปจนถึงน้ำปลา หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปในครัวเรือนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมและการเฝ้าระวังในการเคลื่อนย้ายปลา ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่อาจจะเข้าถึงปลาหมอคางดำนี้ได้ค่อนข้างยาก สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ม
“ดอกโสน เป็นพืชผักในกลุ่มผักท้องถิ่น มีดอกสีเหลืองทอง มักขึ้นบริเวณริมคลอง คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานในส่วนของดอกและยอดอ่อน ตัวอย่างเมนูที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ ขนมดอกโสน แกงส้มดอกโสน ไข่เจียวดอกโสน หรืออาจนำมาผัดน้ำมันหรือลวกสำหรับรับประทานคู่กับน้ำพริกนานาชนิด ซึ่งรสชาติของดอกโสนจะให้รสหวานมันและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว โสนเป็นพืชทางเลือกที่น่าสนใจลงทุน เพราะปลูกดูแลง่าย เก็บดอกขายได้ทั้งปี เมื่อต้นโสนเริ่มแก่ก็สามารถตัดต้นออกเพียงครึ่งต้นเพื่อปล่อยให้แตกยอดใหม่และสามารถเก็บดอกขายได้ทั้งปีเช่นเดิม ดอกโสนนอกจากนำมาทำอาหารคาวหวานได้หลากหลายเมนูแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัสมีสรรพคุณบำรุงกระดูกและสมอง มีธาตุเหล็กบำรุงโลหิต มีวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดอกโสนยังมีสารฟลาโวนอยด์ และสารเควอเซทินมีฤทธิ์ช่วยหยุดยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยระงับการอักเสบ และช่วยป้องกันอันตรายของเซลล์ปกติต่อความเครียดจากกระบวนการต้านอนุมูลอิสระ “คุกกี้เนยสดดอกโสน” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างมูลค่าเพิ่มดอกโสน เกิดจากแนวคิดของ นายวัชรศักดิ์ จักกิจ ระหว่างที่กำลังศึกษาในสาขาอาหารและโภชนา
ในยุคที่โลกของเกษตรกรรมกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)” ได้กลายเป็นคำสำคัญของการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและยั่งยืน แนวคิดนี้คือการทำเกษตรสมัยใหม่โดยนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูงมาใช้ในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเตรียมแปลง การจัดการน้ำ การใส่ปุ๋ย ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยมีพื้นฐานจาก การเกษตรแม่นยำสูง (Precision Farming) ที่เน้นการทำงานให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของพื้นที่และความต้องการของพืชในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต การใช้ข้อมูลด้านสภาพอากาศ เช่น ปริมาณน้ำฝน ความชื้น อุณหภูมิ หรือแม้แต่ความเร็วลม เข้ามาช่วยวิเคราะห์ก็ช่วยทำให้สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสีย ลดต้นทุน และยังแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงรายได้รับงบประมาณให้ดำเนินงาน โครงการ 1 อำเภอ 1 แปลงเกษตรอัจฉริยะ ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่า โดยจัดทำแปลงต้นแบบสาธิตและเผยแพร่องค์ความรู้การผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ครอบคลุมตั้งแต่การปรับระดับพื้นที่นาให้สม่ำเสมอด้วยเลเซอร์ การใช้เครื่องปักดำเพื่อลดการใช้แรงงานและเพิ่มความแม่นยำ การ
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผนึกกำลังกับ คณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการอาหาร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ จัดงาน “FINNOVA 2025 : ยกระดับความรู้สู่นวัตกรรมอาหาร” เพื่อสร้างแพลตฟอร์มใหม่ในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และผลักดันนวัตกรรมอาหารไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก โดยการจัดงานครั้งนี้ เปิดโอกาสให้บุคลากรซีพีแรมได้ร่วมแสดงศักยภาพผ่านการประกวดผลงานนวัตกรรมอาหารที่มุ่งเน้นผลลัพธ์เชิงพาณิชย์และความยั่งยืนในทุกมิติ ณ ศาลากมลปัญญา บริษัท ซีพีแรม จำกัด สำนักงานใหญ่ จังหวัดปทุมธานี นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า “FINNOVA มาจากสองคำ Food + Innovation เป็นเวทีที่เปิดกว้างสำหรับพนักงานซีพีแรมทุกคน เพื่อยกระดับความรู้และแบ่งปันผลงานนวัตกรรมอาหารของซีพีแรม โดยทุกโครงการได้มีการยกระดับความเป็นนวัตกรรมโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย (Creativity and Technology) เข้ามาช่วยในการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่มีผลลัพธ์ในเชิงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ผลงานนวัตกรรมของซีพีแรมนั้น มีความหลากหลาย อาทิ Product Innovation, Serv
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ โชว์พลังภาคธุรกิจ ฉายศักยภาพผู้ประกอบการภาคเหนือ ครบวงจรการผลิต วิจัย พัฒนา เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ให้ไทยก้าวสู่ฐานผลิตฟู้ด – ฟังก์ชันนอลฟู้ดระดับโลกผ่าน 2 เวที ‘Fi Asia Thailand 2025’ งานแสดงนวัตกรรมส่วนผสมอาหารและสารสกัด และ‘Vitafoods Asia 2025’ งานแสดงเทคโนโลยีนวัตกรรมสารสกัดและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดใหม่ เชื่อมโยงเน็ตเวิร์กธุรกิจไทย – ต่างชาติ เพื่อสร้างมูลค่าสินค้ารับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจในอนาคต นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เปิดเผยว่า อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ในฐานะผู้จัดงาน “ฟู้ด อินกรีเดียนท์ เอเชีย 2025” (Food ingredients Asia Thailand 2025) หรือ Fi Asia Thailand 2025 งานแสดงสินค้าเทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้านส่วนผสมอาหารอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย และ “ไวต้าฟู้ดส์ เอเชีย 2025” (Vitafoods Asia 2025) งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรรมสารสกัดและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียซึ่งทั้ง 2 งานนี้จัดร่วมกันในพื้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติ
