สูตรลับจากฟาร์ม แปรรูปสินค้าเกษตร

ไอเดียเด็ด !!! เพิ่มมูลค่าจากปลายข้าว สู่เมนู “ไอศกรีมกะทิข้าวมะม่วงเนื้อทอง”

“ปลายข้าว” ที่หลายคนมองข้าม เพราะคิดว่า เป็นข้าวตกเกรด เป็นเมล็ดข้าวและจมูกข้าวที่แตกหักจากกระบวนการขัดสีนั้น ความจริงแล้วปลายข้าวอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารหลายอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ปลายข้าวนอกจากมีราคาถูกและมีกลิ่นหอม นำมาต้มโจ๊กได้อร่อยมาก เป็นเมนูอาหารที่มีคุณค่าเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว

ปลายข้าวโดยทั่วไปมี 3 ขนาด คือ 1. ปลายข้าวขนาดใหญ่ เรียกกันว่าข้าวท่อน 2. ปลายข้าวขนาดกลาง และ 3. ปลายข้าวขนาดเล็ก มักมีราคาแพง เพราะมีส่วนของจมูกข้าวซึ่งเป็นต้นอ่อน มีทั้งโปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุมากกว่าส่วนอื่นของเมล็ด ส่วนปลายข้าวเหนียวก็มีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกับปลายข้าวเจ้าและปลายข้าวหอมมะลิ แต่นิยมใช้เป็นอาหารสัตว์พร้อมใส่รำละเอียดในสูตรอาหารสัตว์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาท้องผูกในสัตว์เลี้ยง

เทคนิคเลือกซื้อปลายข้าวคุณภาพดี

ปลายข้าวที่นิยมรับประทานมากที่สุดก็คือปลายข้าวหอมมะลินั่นเอง หากใครสนใจซื้อปลายข้าวหอมมะลินำมาต้มโจ๊ก ควรดูลักษณะรูปร่างและขนาดเป็นหลัก เลือกซื้อปลายข้าวหอมมะลิขนาดเล็ก เพราะย่อยได้ง่ายกว่า ปลายข้าวหอมมะลิที่ดีไม่ควรมีกลิ่นหืน ควรซื้อปลายข้าวใหม่ที่สีค่อนข้างใส สะอาด หลีกเลี่ยงปลายข้าวเก่าที่มีมอด ใยหนอน แกลบ หรือดอกหญ้าปนมา หากให้ดีควรใช้มือสัมผัส นำปลายข้าวมากำ หากไม่ติดมือแสดงว่าแห้งกำลังดี ไม่มีความชื้นปนมาด้วย  

ปลายข้าวหอมมะลิ อุดมด้วยสารอาหารที่ดี


ปลายข้าวหอมมะลิ แม้มีราคาสูงแต่คุ้มค่าเพราะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์หลากหลาย เนื่องจากเป็นส่วนของข้าวหักและจมูกข้าว ปลายข้าวหอมมะลิจึงมีไขมันต่ำ สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ ปลายข้าวหอมมะลิมีโปรตีนสูงมากกว่า 8% ที่สำคัญปลายข้าวหอมมะลิเก็บได้นานโดยไม่มีกลิ่นหืน เนื่องจากมีเยื่อใยและไขมันต่ำนั่นเอง ผู้สนใจสามารถหาซื้อได้ทั้งในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากข้าวโดยเฉพาะ

เมนูอร่อย “ไอศกรีมกะทิข้าวมะม่วงเนื้อทอง”

หากใครชื่นชอบการรับประทานไอศกรีม ขอแนะนำเมนู “ไอศกรีมกะทิข้าวมะม่วงเนื้อทอง” ที่มีรสชาติหวานหอมอร่อย มีกลิ่นไอของมะม่วงนิดๆ ซึ่งเป็นผลงานการคิดค้นสูตรของนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร หลังจากได้แนวคิดมาจาก อาจารย์เกศรินทร์ เพ็ชรรัตน์ หัวหน้าสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร ให้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มาจาก “ปลายข้าว” ที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่นิยมนำมาทำเป็นอาหาร

ตอนแรกทีมนักศึกษาได้ทดลองนำปลายข้าวไปทำเมนูเครื่องดื่มก่อน แต่เนื้อสัมผัสที่ได้ออกมาไม่ดี จึงเปลี่ยนมาเป็นไอศกรีมปลายข้าวผสมเนื้อมะม่วงแทน เพราะได้เนื้อไอศกรีมเนียนละเอียดดี และมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม โดยตั้งชื่อว่า “ไอศกรีมกะทิข้าวมะม่วงเนื้อทอง” ซึ่งมีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก เริ่มจากจัดเตรียมวัตถุดิบประกอบด้วย ปลายข้าวเจ้า 53 กรัม กะทิ 130 กรัม ครีมสด 120 กรัม น้ำตาลทราย 160 กรัม กลูโคส 12 กรัม นมสด 45 กรัม ไข่ขาว 25 กรัม มะม่วง 90 กรัม

สำหรับวิธีการทำ มีขั้นตอนดังนี้คือ ต้มปลายข้าวเจ้ากับน้ำเปล่าและใบเตยด้วยไฟกลาง ประมาณ 20 นาที จนข้าวสุก จากนั้นใส่กะทิ ต้มต่ออีก 10 นาที นำครีมสด น้ำตาลทราย กลูโคส นมสด ไข่ขาว คาราจีแนน ผสมให้เข้ากัน นำส่วนผสมทั้งหมดไปปั่นผสมให้เข้ากัน ให้มีเนื้อที่เนียน และเก็บเข้าภาชนะปิดฝาให้สนิท นำไปบ่มในช่องแช่แข็งเป็นเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นนำมาปั่นด้วยเครื่องทำไอศกรีม เป็นเวลา 20 นาที เมื่อได้เป็นไอศกรีมแล้ว เก็บเข้าภาชนะและบ่มที่ช่องแช่แข็ง เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนนำไอศกรีมมาสกู๊ปใส่บรรจุภัณฑ์

ผู้บริโภคที่ได้รับประทานไอศกรีมกะทิข้าวมะม่วงเนื้อทอง ต่างถูกอกถูกใจ เพราะไอศกรีมมีรสหวานหอมอบอวลด้วยกลิ่นไอของมะม่วงสุก แถมได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าคือ โปรตีน จากปลายข้าว ประมาณ 8% ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ ที่สำคัญไอศกรีมสูตรนี้รับประทานแล้วจะไม่อ้วน เหมาะสำหรับกลุ่มคนรักสุขภาพ ไอศกรีมสูตรนี้ ทำกินเองก็ได้รสชาติอร่อยถูกใจ หากทำขายรับรองรวยได้ไม่ยาก

…………..

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568

Related Posts