ทุกวันนี้ ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว ทำให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่เน้นดูแลสุขภาพเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ ในปี 2567 มีมูลค่าสูงถึง 34,000 ล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่มีการปรับปริมาณสารอาหารให้เหมาะสมกับวัยและโรค เช่น ลดไขมัน ลดน้ำตาล ลดโซเดียม และเป็นอาหารที่ปรุงง่าย เคี้ยวง่าย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวและกลืน
นอกจากนี้ กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ประเภทนมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์, นมพร่องมันเนย, น้ำผลไม้สกัดเย็น รวมทั้ง น้ำสมุนไพร เช่น น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะตูม น้ำอัญชัน น้ำขิง น้ำตะไคร้ ฯลฯ ก็เป็นเครื่องดื่มทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงจากกลุ่มผู้สูงวัยเช่นเดียวกัน

วิธีเพิ่มมูลค่า “ ตะไคร้ ”
หากใครปลูกตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรประจำบ้าน ขอแนะนำวิธีเพิ่มมูลค่า ตะไคร้พืชสวนครัว สู่ชาดอกไม้บาน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่เหมาะสำหรับเจาะตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นผลงานของ นางสาวเสาวลักษณ์ ผ่านสุวรรณ และ นางสาวกนกกานต์ บุญประสพ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ในคณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร และมี ผศ.ดร. นันท์ชนก นันทะไชย เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
คำจำกัดความ “ชาดอกไม้บาน” คือ การนำใบชามามัดรวมกันเป็นก้อนกลม ซึ่งจะมัดรวมกับดอกไม้ที่มีสรรพคุณต่อร่างกาย แล้วนำไปอบหรือตากแห้ง เมื่อนำไปชงพร้อมกับน้ำร้อน จะบานออก มีลักษณะคล้ายดอกไม้ มีต้นกำเนิดจากแถบมณฑลฝูเจี้ยนของจีน โดยชาวจีนเรียกชานี้ว่า “กงอี้ฮวาฉา” การนำชามามัดรวมกับดอกไม้นอกจากจะได้กลิ่นหอมแล้วยังให้ความสวยงามอีกด้วย จึงได้พัฒนาชาดอกไม้บาน (Blooming Tea) จากใบชามาเป็นตะไคร้ ซึ่งเป็นพืชสวนครัวที่ทุกคนรู้จักกันดี

สาเหตุที่เลือกนำตะไคร้มาทำเป็นชา เนื่องจากตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา เมื่อนำไปกลั่นด้วยไอน้ำจะได้น้ำมันหอมระเหย ซึ่งฤทธิ์ทางยาของสารสกัดจากตะไคร้สามารถออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและกระตุ้นการขับลมในร่างกายได้ ต้นสดของตะไคร้นำมาเป็นส่วนผสมของเครื่องแกง ต้มยำ และยำ หรือนำไปทำน้ำตะไคร้ดื่มคลายร้อน ขับลม แก้ท้องอืด ช่วยเพิ่มเกลือแร่ต่างๆ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอ นอกจากนี้ ตะไคร้เป็นพืชที่หาซื้อได้ง่าย มีราคาถูก จึงเหมาะสำหรับนำมาแปรรูปตะไคร้เป็นชาดอกไม้บาน
ขั้นตอนการมัดเพื่อให้เป็นก้อนชา
กระบวนการแปรรูปตะไคร้เป็นชาดอกไม้บาน เริ่มต้นจากคัดแยกตะไคร้ให้มีลักษณะสมบูรณ์ ไม่มีรอยตำหนิหรือเน่าเสีย จากนั้นนำตะไคร้ฉีกออกเป็นเส้นๆ ตามความยาวของลำต้น ล้างให้สะอาด ประมาณ 3 ครั้ง วางในถาดตะแกรงแล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาที จากนั้นนวดและหมักไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วมัดให้ได้น้ำหนัก ประมาณ 30 กรัม ห่อด้วยผ้าขาวบางแล้วนำไปอบ


ชาดอกไม้บานจากตะไคร้นี้จะใช้ดอกมะลิเป็นส่วนประกอบด้วย โดยนำดอกมะลิล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วแช่ลงในเบกกิ้งโซดากับน้ำสะอาด ประมาณ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง นำไปอบที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาที

จากนั้นนำดอกมะลิ 1 กรัม ไปมัดรวมกับตะไคร้ 30 กรัม ที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ให้เป็นก้อนกลมด้วยเทคนิคการมัดกลมแล้วย้อนปลายตะไคร้ทั้งหมดขึ้นมารวมกับที่มัดไว้ แล้วห่อด้วยผ้าขาวบาง นำไปอบอีกครั้งด้วยอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส แล้วเก็บใส่ถุงพลาสติกปิดสนิทและเก็บไว้ในที่แห้ง เพื่อสำหรับเตรียมดื่มชาต่อไป
เคล็ดลับการชงชาดอกไม้บาน
การชงชาดอกไม้บานให้มีรสชาติดี จะต้องต้มน้ำสะอาดให้เดือด แล้วทิ้งไว้สักครู่ให้น้ำมีอุณหภูมิ ประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส จากนั้นใส่ชาดอกไม้บาน 1 ก้อน ลงไปในกาสำหรับชงชา ใส่น้ำร้อนให้ท่วมก้อนชา แล้วเทน้ำทิ้งทั้งหมดเพื่อชำระล้างเศษฝุ่นละออง ขั้นตอนถัดมาเทน้ำร้อนลงไปในกา ประมาณ 500 มิลลิลิตร แช่ไว้จนก้อนชาบานเป็นดอกไม้ ใช้เวลา 2-4 นาที แล้วดื่มได้ทันที หากต้องการความหวาน สามารถเติมน้ำตาลทรายลงได้ตามความชอบ รสชาติและกลิ่นหอมของชาดอกไม้บานตะไคร้จะช่วยให้รู้สึกสบายท้อง ขับลมและผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี
