สูตรลับจากฟาร์ม แปรรูปสินค้าเกษตร

แชร์ไอเดีย  9 วิธีปรุงดอกไม้กินอร่อย ให้สนุกและเพลิดเพลิน !!!

ดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม ไม่ได้มีไว้แค่ชื่นชมเท่านั้น  แต่ยังกินได้อีก ทุกวันนี้ มีดอกไม้หลากหลายชนิดที่ปลอดภัยต่อการบริโภค สามารถเพิ่มรสชาติและประดับตกแต่งจานอาหารของคุณได้อีก  ในที่นี้ ขอแบ่งประเภทดอกไม้ที่เราสามารถกินได้ ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

ดอกกุยช่าย


1.ดอกของพืชผัก

เช่น กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ ดอกกุยช่าย ดอกเก๊กฮวย ดอกผักกวางตุ้ง ดอกต้นหอม ดอกข่า ดอกกระเทียม ดอกฟักทอง ดอกกระถิน ฯลฯ

2.ดอกของไม้ดอกไม้ประดับ

เช่น ดอกกุกลาบ ดอกเข็ม พวงชมพู ลั่นทม ดาวเรือง ดาวกระจาย ชบา เฟื่องฟ้า ซ่อนกลิ่น ฯลฯ

3.ดอกของไม้ผล

เช่น ดอกทุเรียน ดอกชมพู่ หัวปลี (ดอกกล้วย) ดอกมะละกอ ฯลฯ

ดอกพวงชมพู
ดอกงิ้ว

4.ดอกของต้นไม้ป่าและไม้ยืนต้นบางชนิด

เช่น ดอกพะยอม ดอกงิ้ว ดอกแคบ้าน ดอกแคป่า ดอกแคฝรั่ง ช่อสะเดา ช่อมะกอก ดอกขี้เหล็ก ดอกกระโดน ดอกลำพู ดอกนุ่น ดอกมะรุม ฯลฯ

5.ดอกของวัชพืช

เช่น ดอกกะลา ดอกดาหลา ดอกบัวสาย ดอกสลิดหรือดอกขจร ดอกผักปลัง ดอกผักตบชวา ดอกกระเจียว ดอกโสน ฯลฯ

ดอกผักตบชวา

ดอกไม้สวย รสชาติเป็นฉันใด

ส่วนใครที่สงสัยว่า ดอกไม้หลายชนิดที่เอ่ยชื่อมานั้น ฟังดูคุ้นหูอยู่ก็จริง แต่รสชาติเป็นฉันใดกันแน่ “ คุณยุคคล จิตสำรวย” นักจัดสวนมือทองได้สรุปรสชาติของดอกไม้แต่ละชนิดไว้ดังนี้

กระพี้จั่น                      รสมันขม เหมาะกับลวกจิ้มน้ำพริก หรือแกง

ลั่นทม                          รสมัน เหมาะกับชุบแป้งทอด

กุหลาบ                        จืด ชุปแป้งทอด หรือใส่ในยำโดยไม่ต้องทอด เอาสีสวยไว้แต่งจาน

อัญชัน                         ไม่มีรส ชุบแป้งทอด หรือคั้นน้ำ

พวงชมพู                      รสมัน ฝาด ชุบแป้งทอด

เข็มแดง                       รสมัน ปรุงอาหารได้หลายแบบ

ดอกลีลาวดี ภาพจาก Pixabay
เข็มแดง         

ผักเสี้ยน                      เหมาะกับการทำผักดองอย่างเดียว กินสดรสฉุน ร้อน

ข่า                                รสเผ็ดร้อน กินสด แกง

เกสรชมพู่                     เปรี้ยวอย่างเดียว ใส่ยำเหมาะที่สุด

ดอกกระเจียว              รสจืดมัน ไม่เผ็ดเหมือนข่า นิยมทั้งกินสดและลวก

ดอกฟักทอง                รสหวาน ปรุงอาหารได้หลากหลาย

ดอกทุเรียน                  ชาวสวนทางภาคใต้นิยมยัดหมูสับแล้วทอด

ดอกมะละกอ              ลวกจิ้มน้ำพริก

ดอกมะละกอ  
ดอกฟักทอง

ดอกพะยอม                   กินเป็นผักสด รสหวานมัน หอม

ช่อมะกอก                    รสเปรี้ยว

กระโดน                       ฝาดมัน

ซ่อนกลิ่น                      รสมัน หวาน

แคฝรั่ง แคป่า              หวาน มัน ขม

ดาวเรือง ดาวกระจาย รสเผ็ด หอม ทอดกรอบ หรือโรยหน้าสลัด

ฯลฯ

ดาวเรือง

มีดอกไม้ในมือแล้ว เอาทำอะไรกินได้บ้าง?

มาดูอะไรที่เป็นการปรุงอาหารจากดอกไม้เต็มรูปแบบกันบ้าง

1.รับประทานสด วิธีนี้ง่ายสุด กินดิบแบบบุพกาลกันไปเลย ได้สารอาหารครบถ้วน ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อนแม้แต่น้อย แค่นำดอกไม้สดมาล้างให้สะอาด หยิบเข้าปากเคี้ยวเปล่าๆ ได้รสธรรมชาติของดอกไม้แต่ละชนิดแตกต่างกันไป เหมือนกินผักสด หรือจะทำเป็นดอกไม้จิ้มน้ำพริก ราดน้ำสลัดง่ายๆ รสที่ชอบ เช่น สลัดกลีบดอกไม้ เมี่ยงดอกไม้ ที่ฉันเพิ่งแนะนำไป บุปผาน้ำปลาหวาน หรือรับประทานเป็นเครื่องเคียงกับอาหารชนิดอื่น เช่น ลาบ ส้มตำ ขนมจีน ฯลฯ

2.ปิ้ง ย่าง เป็นวิธีปรุงอาหารแบบง่ายๆ เพียงแค่ก่อไฟเอาอาหารที่เตรียมพร้อมแล้ววางบนตะแกรงหรือภาชนะย่าง พลิกไปมาจนสุกก็กินได้ วิธีปิ้งย่างนี้มักใช้กับดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่หน่อย เพราะเวลาย่างดอกไม้จะหดตัวมาก  ดอกไม้ที่นำมาปรุงด้วยวิธีนี้ ได้แก่ ดอกเพกาสอดไส้ย่าง และดอกเบญจมาศย่างกับปลา (น่าจะเหมือนทำสเต๊ก) ฯลฯ

3.ยำ ง่ายอีกแล้ว ก็แค่นำดอกไม้มาลวกสุกหรือเอาแบบสดมาปรุงกับน้ำยำรส เปรี้ยว เค็ม หวาน จัดจ้าน เช่น ยำบุปผานานาพันธุ์ ยำดอกดาหลา ยำดอกขจร ยำสะเดากับกุ้งย่าง ยำดอกไม้รวมมิตร ฯลฯ

4.ลวก นึ่ง เป็นการรับประทานดอกไม้แบบเดียวกับผักลวกจิ้มน้ำพริกที่เราคุ้นเคยกันดีในชีวิตประจำวัน  เช่น ดอกสะเดาลวกเป็นเครื่องเคียงน้ำปลาหวาน, เต้าหู้ดำนึ่งกับดอกสายน้ำผึ้ง, ไข่ตุ๋นดอกเข็ม เป็นต้น

5.ผัด เหมาะกับดอกไม้ที่มีกลีบหนา เวลาโดนความร้อนจัดจะยังเหลือเนื้อให้เคี้ยวได้เต็มปากเต็มคำ เมนูแนะนำได้แก่ ดอกกาหลงผัดกุ้ง, กุ้งผัดดอกกุยช่าย, เต้าหู้นิ่มผัดกุยช่ายขาว, ผัดดอกกะหล่ำ, เป็นต้น

6.ทอดกรอบ เหมาะกับดอกไม้หลายชนิดมาก ทั้งดอกเล็ก ดอกใหญ่ โดยเฉพาะดอกไม้กลุ่มที่ไม่ค่อยมีรสชาติในตัวเอง เพราะน้ำมันกับแป้งที่เคลือบกลีบดอกไม้จะช่วยเสริมรสชาติได้ดีขึ้น เมนูเด็ด ได้แก่ ดอกลั่นทมสอดไส้ ไข่เจียวดอกไม้ หรือจะนำกลีบดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ พวงชมพู ดอกเข็ม มาชุบแป้งทอดก็อร่อยเหมือนกัน

7.แกง กูรูแนะนำว่าดอกไม้ที่นำมาทำแกงควรเป็นประเภทที่โดนความร้อนแล้วสีไม่ซีดง่ายและรสชาติไม่เปลี่ยน เช่น ดอกกุหลาบ ดอกขิงแดง ดอกกล้วยไม้ ดอกขจร ดอกขี้เหล็ก เป็นต้น  เมนูแนะนำในกลุ่มนี้ ได้แก่ ซุปกุหลาบกับเต้าหู้ดำ เต้าหู้ขาว, ต้มกะทิสดดอกบัว, แกงจืดบุปผาสาคู, ต้มส้มดอกขิงแดง, ต้มข่าดอกกล้วยไม้, แกงจิ้นส้มกับดอกผักปลัง, แกงจืดพวงชมพู, แกงส้มพริกสดปลาช่อนกับดอกผักปลัง, แกงส้มดอกขจร ฯลฯ

8.ขนม ดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม สามารถนำมาปรุงกับกะทิ แป้ง น้ำตาล ทำเป็นขนมหวานหน้าตาน่ากินไม่แพ้วัตถุดิบอื่น เช่น ขนมดอกโสน เค้กดอกโสน, มัฟฟินกุหลาบ เป็นต้น

หมี่น้ำปาร์คนายเลิศดอกไม้ทอด

9.เครื่องดื่ม ชงได้ทั้งแบบสดและแบบแห้งแล้วแต่กรรมวิธีที่ชอบ แบบสดก็เอาดอกสดมาปั่นแล้วกรองกากออก เอาแต่น้ำมาผสมน้ำผึ้ง มะนาว เกลือ หรือวัตถุปรุงรสอื่นที่ชอบ ดื่มอุ่นหรือเย็นก็ได้ ถ้าขี้เกียจทำสดก็เก็บดอกไม้ตากแห้งเอาไว้ เวลาอยากดื่มค่อยนำมาต้มทำเป็นเครื่องดื่มดับกระหายได้ เช่น น้ำเก๊กฮวย, น้ำกระเจี๊ยบ, น้ำดอกเข็มแดง, น้ำดอกดาหลา, น้ำดอกอัญชัน, น้ำกุหลาบ หรือชาดอกไม้ต่างๆ  แค่ 9 วิธีนี้ ก็สนุกกันจนเพลินจะแย่แล้วค่ะ

8 ดอกไม้ มีสรรพคุณต้านมะเร็ง

ก่อนหน้านี้ รองศาสตราจารย์ ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และนักศึกษาปริญญาโทหลักสูตรพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการต้านโรคมะเร็ง ได้ทำการศึกษาสารที่มีฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ของดอกไม้ที่คนไทยนิยมบริโภค 8 ชนิด ได้แก่ หัวปลี ดอกขจร ดอกเข็ม ดอกแค ดอกบัว ดอกเฟื่องฟ้า ดอกโสน และ ดอกอัญชัน  พบว่า ดอกไม้กินสดและดอกไม้ที่ผ่านวิธีการต้มหรือชุบแป้งทอด มีสารต้านฤทธิ์การก่อกลายพันธุ์สามารถลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี !!!

การศึกษาทดลองครั้งนี้ทีมวิจัยได้ใช้แมลงหวี่สายพันธุ์พิเศษซึ่งจะไวต่อสารกลายพันธุ์ คือ ถ้าหากแมลงหวี่ได้รับสารก่อกลายพันธุ์จากดอกไม้ คือ สารยูรีเทน ก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงของขนบนปีก จากปกติที่มีเพียง 1 เส้น กลายเป็น 3-4 เส้น จากรูขุมขนเดียวกัน ผลการทดลอง พบว่า แมลงหวี่กินอาหารที่มีส่วนผสมของดอกไม้กินได้ทั้ง 8 ชนิด จำนวนการเปลี่ยนแปลงขนบนปีก เนื่องจากยูรีเทนนั้นลดลง เมื่อเทียบกับกลุ่มแมลงหวี่ที่ได้รับสารยูรีเทนอย่างเดียว  สรุปง่ายๆ คือ ดอกไม้กินได้ทั้ง 8 ชนิด ดังกล่าว มีฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์

เมนู ดอกไม้คลุกฝุ่น

นอกจากนี้ ดอกไม้กินได้ทั้งหมด ยังอุดมด้วยคุณค่าจากใยอาหารช่วยในการขับถ่ายได้ดีเยี่ยม แถมสีสันอันหลากหลายของดอกไม้ รวมทั้งพืชผักที่มีสีเข้มเป็นพิเศษก็มีประโยชน์ต่อร่างกายสูงในฐานะแหล่งกำเนิดวิตามินเอ เมื่อบริโภคเป็นประจำ สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้เช่นกัน  แม้วิธีการปรุงอาหารดอกไม้ผ่านความร้อนจะมีผลในการทำลายสารอาหารไปบ้าง แต่สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายก็ยังสามารถทนความร้อนและคงฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ได้เป็นอย่างดี ผลการวิจัยนี้ สามารถนำไปประยุกต์ต่อยอดการใช้ประโยชน์ดอกไม้ 8 ชนิดในด้านอื่นๆ ได้อีก เช่น เพิ่มคุณค่าเป็นสีผสมอาหาร และพัฒนาเป็นยาป้องกันโรคได้

แนะปลูกดอกไม้กินเอง เพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ก่อนเด็ดดอกไม้มากิน ควรรู้ด้วยว่าดอกไม้นั้นสะอาดปลอดภัยไร้สารพิษจริงๆ หากเป็นไปได้ควรจะ “ปลูกดอกไม้กินเอง” หรือหาดอกไม้ตามป่าธรรมชาติในสภาพแวดล้อมที่สะอาด ไม่มีการรั่วไหลปนเปื้อนของสารพิษและสารเคมี

……

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2564

Rewrite 4/12/68

Related Posts