ดอกไม้กินได้
สมัยก่อนมักเข้าใจผิดว่ามีพื้นที่น้อยจะไม่สามารถทำการเกษตรได้ แต่ปัจจุบันพื้นที่น้อยสามารถสร้างรายได้ให้กับหลายๆ คนได้ชนิดที่ว่ามากกว่าการทำงานประจำ โดยเฉพาะในช่วงนี้การปลูกดอกไม้ที่สมัยก่อนเป็นเพียงการประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ในยุคนี้เป็นสินค้าสวยงามที่ทำเงินให้กับผู้ปลูกได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ชนิดที่ว่าแซงเงินเดือนงานประจำและมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินในอนาคตได้อีกด้วย คุณฐิรนาถ นิธิภัทร์ธนโภคิน หรือ คุณฝน ได้มีแนวความคิดและสร้างจุดเริ่มต้นของการปลูกดอกไม้กินได้ขึ้น โดยศึกษาในเรื่องของสายพันธุ์ต่างๆ ว่าแบบไหนดอกสีอะไรเป็นที่ต้องการของตลาด จากนั้นจึงหาซื้อพันธุ์ดอกไม้จากพื้นที่ต่างๆ เข้ามาปลูกพร้อมกับเรียนรู้การขยายพันธุ์เอง นอกจากทำให้มีผลผลิตตลอดปีแล้ว ยังประหยัดต้นทุนในเรื่องของการซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน ใช้พื้นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ไม่ถึง 20 ตารางวา ปลูกดอกไม้ คุณฝน เล่าให้ฟังว่า ช่วงแรกทำงานประจำอยู่ที่บริษัท ต่อมาเมื่อได้มาแต่งงาน จึงได้ลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัว เพราะต้องดูแลลูกน้อยที่ยังเล็กอยู่ และในขณะนั้นคุณแม่ของสามีพาคุณฝนไปซื้อต้นไม้ที่มีดอกสวย
“ดอกไม้กินได้” เป็นอีกหนึ่งผลผลิตทางการเกษตรที่ปัจจุบันตลาดกำลังไปได้กว้าง เพราะในกลุ่มลูกค้าร้านอาหารและคาเฟ่ ไม่ได้รังสรรค์อาหารที่รสชาติดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังใส่ใจในเรื่องของรูปลักษณ์และความสวยงามมากขึ้น จึงทำให้ทุกเมนูไม่เพียงมีความอร่อยเพียงเท่านั้น แต่ยังถูกถ่ายทอดด้วยสีสันสวยงาม และถูกลูกค้าถ่ายภาพพร้อมกับลงผ่านทางช่องออนไลน์ออกไปในช่องทางต่างๆ ช่วยให้ความสวยงามของดอกไม้กินได้ที่นำมาประดับตกแต่งนั้น เป็นตัวช่วยชั้นดีที่เพิ่มสีสันจึงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ดอกไม้กินได้หลายชนิดสามารถปลูกได้ในประเทศไทย ใช้พื้นที่ไม่มาก ดูแลไม่ยาก และต่อยอดเป็นวัตถุดิบสร้างรายได้ให้เกษตรกรและชุมชนได้อย่างน่าสนใจ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวบรวม ดอกไม้กินได้ 8 ชนิด ที่นิยมใช้ในครัวและร้านอาหาร จะมีชนิดไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย ดอกอัญชัน ดอกไม้สีม่วงน้ำเงินที่คุ้นตาคนไทยที่สุด มีประโยชน์ช่วยบำรุงสายตา มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ลดความเสี่ยงเส้นเลือดอุดตัน ช่วยบำรุงให้ผมดกดำเงางาม และช่วยลดการอักเสบ นิยมนำมาทำเป็นน้ำอัญชัน ข้าวเหนียวอัญชัน ขนมเปียกปูนดอกอัญชันน้ำกะทิ วุ้นอัญช
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านพามาทำความรู้จักกับ เรื่องราวของ “คุณวิลาศ จุลกัลป์” หรือ “ลุงวิลาศ” เจ้าของ Wasunthara Eatery Farm บ้านวสุนธารา จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอสันทราย กระแสดังโอมากาเสะดอกไม้ ศิลปะกินได้ ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นเชฟ หรือเกษตรกรมืออาชีพ แต่เริ่มจาก “ความตั้งคำถามกับชีวิต” “วสุนธารา” มาจากคำว่า “วสุ” ที่แปลว่าแผ่นดิน และ “ธารา” ที่แปลว่าน้ำ สะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตที่พึ่งพาธรรมชาติ – ดิน น้ำ และฟ้า – เปรียบเสมือน “ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ” ที่ต้องดูแลด้วยใจ จากลูกชาวนา สู่คนเมือง และการกลับมาที่มุ่งมั่น ลุงวิลาศ เล่าว่า ปัจจุบันอายุ 61 ปี เป็นชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอไชยา เติบโตมาในครอบครัวชาวนา แต่ในวัยเด็กกลับไม่อยากเดินตามเส้นทางเดิม เพราะมองว่าชีวิตเกษตรกรเต็มไปด้วยความลำบาก จึงตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสร้างชีวิตใหม่ ทำงานด้าน แปลเอกสารและงานหนังสือ ใช้ชีวิตแบบคนเมืองที่ “ทุกอย่างต้องซื้อ” ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือปัจจัยพื้นฐานต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป การใช้ชีวิตในเมือง รวมถึงข้อมูลด้านสุขภาพ ทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อเห็นแนวโน้มของคนไทยที่ป่วยด
รวม 10 ดอกไม้รับประทานได้ แถมช่วยเพิ่มสีสันความสวยงามให้กับจานอาหารของเราอีกด้วย ซึ่งดอกไม้บางชนิดสามารถนำมาทำได้ทั้งอาหาร และเครื่องดื่มสีสันหวาน หอม คุณประโยชน์จัดเต็ม ซึ่งดอกไม้ที่สามารถรับประทานได้จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย! 🌼ดอกเก๊กฮวย นิยมนำมาใช้ทำเป็นเครื่องดื่มช่วยดื่มแก้กระหาย เพราะประโยชน์ของเจ้าดอกไม้สีเหลืองเล็กๆ ดอกนี้ช่วยบำรุงร่างกายแก้ร้อนใน มีฤทธิ์เย็นช่วยเพิ่มความสดชื่น 🪻ดอกอัญชัน ต่อด้วยดอกไม้สีน้ำเงินเข้ม แต่ที่เราเห็นว่าน้ำกลายเป็นสีม่วงซึ่งเกิดจากสารแอนโธไซยานินไปทำปฏิกิริยาเมื่อโดนกรด โดยประโยชน์ของเขาคือ อุดมไปด้วยสารอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ และช่วยบำรุงสายตา 🌼ดอกดาวกระจาย ดอกไม้ที่เรามักคุ้นชินว่าเป็นดอกไม้สวยงามปลูกตามริมรั้ว แท้จริงแล้วดอกไม้ชนิดนี้สามารถรับประทานได้ ดอกดาวกระจายมีสรรพคุณช่วยบรรเทาการอักเสบ และใบสดของดอกดาวกระจายยังขึ้นคือว่าเป็น “ราชาแห่งสลัด” อีกด้วย 🌸ดอกพวงชมพู อีกหนึ่งดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ประดับริมรั้ว เพราะด้วยความน่ารักของเจ้าดอกเล็กๆ สีชมพู ซึ่งแน่นอนว่าพวงชมพูสามารถรับประทานได้! แถมใช้เป็นวัตถุดิบในการทำข้าวยำอีกด้วย สรรพคุณของพวงชมพูคือ ช่วย
ดอกไม้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมากินได้ด้วย ปัจจุบันกระแสนิยมดอกไม้กินได้กำลังมาแรง ทั้งในธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และการตกแต่งจานอาหารให้น่าสนใจมากขึ้น ใครที่กำลังมองหาอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักเกี่ยวกับการปลูกดอกไม้กินได้ ต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อนที่จะลงมือปลูกจริง “ดอกไม้กินได้” เป็นอีกหนึ่งผลผลิตทางการเกษตรที่ปัจจุบันตลาดกำลังไปได้กว้าง เพราะในกลุ่มลูกค้าร้านอาหารและคาเฟ่ ไม่ได้รังสรรค์อาหารที่รสชาติดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังใส่ใจในเรื่องของรูปลักษณ์และความสวยงามมากขึ้น จึงทำให้ทุกเมนูไม่เพียงมีความอร่อยเพียงเท่านั้น แต่ยังถูกถ่ายทอดด้วยสีสันสวยงาม และถูกลูกค้าถ่ายภาพพร้อมกับลงผ่านทางช่องออนไลน์ออกไปในช่องทางต่างๆ ช่วยให้ความสวยงามของดอกไม้กินได้ที่นำมาประดับตกแต่งนั้น เป็นตัวช่วยชั้นดีที่เพิ่มสีสันจึงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง เคยเห็นดอกไม้สวยๆ แล้วแอบคิดไหมว่า “ถ้ากินได้ก็คงดี?” บอกเลยว่าไม่ได้มีแค่ในจินตนาการ “ดอกไม้กินได้” (Edible Flowers) คือดอกไม้ที่สามารถนำมากินได้จริงแบบปลอดภัย ไม่ว่าจะใส่ในอาหาร เครื่องดื่ม แต่งเค้ก ตกแต่งจาน
ดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม ไม่ได้มีไว้แค่ชื่นชมเท่านั้น แต่ยังกินได้อีก ทุกวันนี้ มีดอกไม้หลากหลายชนิดที่ปลอดภัยต่อการบริโภค สามารถเพิ่มรสชาติและประดับตกแต่งจานอาหารของคุณได้อีก ในที่นี้ ขอแบ่งประเภทดอกไม้ที่เราสามารถกินได้ ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้ 1.ดอกของพืชผัก เช่น กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ ดอกกุยช่าย ดอกเก๊กฮวย ดอกผักกวางตุ้ง ดอกต้นหอม ดอกข่า ดอกกระเทียม ดอกฟักทอง ดอกกระถิน ฯลฯ 2.ดอกของไม้ดอกไม้ประดับ เช่น ดอกกุกลาบ ดอกเข็ม พวงชมพู ลั่นทม ดาวเรือง ดาวกระจาย ชบา เฟื่องฟ้า ซ่อนกลิ่น ฯลฯ 3.ดอกของไม้ผล เช่น ดอกทุเรียน ดอกชมพู่ หัวปลี (ดอกกล้วย) ดอกมะละกอ ฯลฯ 4.ดอกของต้นไม้ป่าและไม้ยืนต้นบางชนิด เช่น ดอกพะยอม ดอกงิ้ว ดอกแคบ้าน ดอกแคป่า ดอกแคฝรั่ง ช่อสะเดา ช่อมะกอก ดอกขี้เหล็ก ดอกกระโดน ดอกลำพู ดอกนุ่น ดอกมะรุม ฯลฯ 5.ดอกของวัชพืช เช่น ดอกกะลา ดอกดาหลา ดอกบัวสาย ดอกสลิดหรือดอกขจร ดอกผักปลัง ดอกผักตบชวา ดอกกระเจียว ดอกโสน ฯลฯ ดอกไม้สวย รสชาติเป็นฉันใด ส่วนใครที่สงสัยว่า ดอกไม้หลายชนิดที่เอ่ยชื่อมานั้น ฟังดูคุ้นหูอยู่ก็จริง แต่รสชาติเป็นฉันใดกันแน่ “ คุณยุคคล จิตสำรวย” นักจัดสวนมือทองได้ส
ผม ( กฤช เหลือลมัย) ทนดูดอกราชพฤกษ์ (ดอกคูน) บานสะพรั่งให้สองข้างทางท้องถนนเสมือนมีม่านสีเหลืองสดใสคลี่ขยายเป็นฉากหลังมาได้นานหลายสัปดาห์นะครับ และก่อนที่มันจะวายไปหมดในหน้าแล้งปีนี้ ก็เพิ่งได้โอกาสปรุงกับข้าวสำรับที่ชอบมากที่สุดอีกสำรับหนึ่งในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้เอง ช่วงนี้ของปี ดอกไม้นานาพันธุ์จะแข่งกันเบ่งบาน แต้มแต่งให้ริมสองข้างถนนหนทาง ท้องไร่ท้องนา และสวนของเราเต็มไปด้วยสีสันสดใส โดยเฉพาะมันเป็นสีสันที่กินได้ และกินอร่อยเสียด้วย นี่จึงเป็นห้วงยามของการ “กินดอกไม้” ที่น่าประทับใจยิ่งช่วงหนึ่งของปีทีเดียว เริ่มด้วยการออกตระเวนซื้อ ตระเวนเก็บดอกไม้กินได้มาเตรียมไว้ให้ได้หลายๆ อย่างก่อน เราสามารถหาซื้อ ดอกขจร (ดอกสลิด) ดอกแคขาว ดอกโสน ดอกกวางตุ้ง ได้ตามร้านขายผักที่ค่อนข้างใหญ่หน่อย ส่วน ดอกบวบ ดอกฟักทอง ดอกข้าวสาร จะมีขายตามแผงเล็กๆ เช่น แผงผักพื้นบ้านลาว เป็นต้น สำหรับ ดอกราชพฤกษ์ นั้น เราต้องทำเป็นใจกล้า เลือกเก็บจากข้างถนน เฉพาะช่อที่ยังมีดอกตูมๆ อยู่มากหน่อยนะครับ เช่นเดียวกับ ดอกเฟื่องฟ้า ดอกชงโค ดอกพวงชมพู หรือ ดอกกาหลง ที่ยังพอมีคนปลูกไว้ตามริมทางให้เก็บได้อยู่ ครั้นได้มาพ
อัญชัน หลายคนมองว่าเป็นวัชพืช จริงๆ แล้วไม่ถือว่าเป็นวัชพืชโดยตรง แต่ก็มีลักษณะบางอย่างที่คล้ายวัชพืชในบางบริบท เช่น โตเร็ว เลื้อยคลุมพื้นที่ได้ง่าย ถ้าไม่ควบคุม อัญชันอาจขึ้นคลุมต้นไม้อื่นหรือแทรกในแปลงเพาะปลูกได้ ในทางการเกษตรและสมุนไพร อัญชันถือเป็นพืชที่มีประโยชน์มาก เช่น ใช้ทำสีอาหาร สกัดเป็นสมุนไพร หรือใช้เป็นพืชคลุมดินบำรุงดิน เพราะเป็นพืชตระกูลถั่วที่ช่วยตรึงไนโตรเจน ปัจจุบันมีเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามเริ่มมีการปลูกอัญชันสร้างรายได้กันมากขึ้น โดยการปลูกและนำไปตากขายเป็นดอกแห้ง ให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่จะส่งออกไปต่างประเทศ โดยตลาดหลักตอนนี้อยู่ที่ประเทศจีนสำหรับการนำไปทำสมุนไพร ชมพู่-เฌอพัชญ์ นามชารี พนักงานบริษัทเอกชน เจ้าของสวนพรธิดา การ์เด้น – สวนอัญชัน ออร์แกนิค ปากทางบ้านนาเลา อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ผู้เป็นแรงผลักดันและสนับสนุนให้ครอบครัวสร้างรายได้เสริมจากการปลูกอัญชันส่งขายสร้างรายได้เสริมกว่าเดือนละ 30,000 บาท จุดเริ่มต้นของการปลูกอัญชันสร้างรายได้ คุณชมพู่เล่าให้ฟังว่า เกิดจากที่คุณแม่เห็นเพื่อนบ้านเริ่มปลูกอัญชันกันเยอะ จึงได้มาปรึกษากับตนเองว่าอยากจะป
คุณณกรณ์ พงศ์เครือไชย หรือ คุณเพชร เจ้าของ KAS Farmstay ตั้งอยู่ที่ 117 หมู่ที่ 1 ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เรียนจบจากคณะรัฐศาสตร์ ผันตัวเป็นเกษตรกร ปลูกพืชผสมผสานอย่างพอเพียง เลี้ยงไก่ไข่สีพาสเทล ควบคู่กับการปลูกดอกไม้กินได้เป็นรายได้หลัก และปลูกพืชผักสวนครัวสร้างรายได้รอง “ชีวิตมีความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง” พร้อมกับมีรายได้เข้ามาจุนเจือครอบครัวอย่างไม่ขัดสน คุณเพชร เล่าให้ฟังว่า การปลูกดอกไม้กินได้ของตนเองนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากนิสัยส่วนตัวเป็นคนชอบปลูกดอกไม้เป็นทุนเดิม และก็มาประจวบเหมาะกับการที่ได้เข้าไปศึกษาเรื่องอาหารกับเพื่อนที่เป็นเชฟเพิ่มเติม ซึ่งเพื่อนเห็นว่าตนเองเป็นคนชอบปลูกดอกไม้อยู่แล้วจึงได้แนะนำให้ทดลองปลูกดอกไม้กินได้ เนื่องจากกำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ที่ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรู ร้านเบเกอรี่ ร้านเครื่องดื่ม ต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีความต้องการดอกไม้กินได้ไปประดับตกแต่งมื้ออาหารให้ดูสวยงามและดึงดูดมากขึ้น ตนเองเห็นว่าน่าสนใจ จึงได้เริ่มลงมือปลูกโดยเริ่มจากดอกไม้ที่มีอยู่แล้วในสวนมาศึกษาว่าดอกไม้ชนิดไหนกินได้ก็ทำการขยายพันธุ์เพิ่ม และอีกส่วนคือการสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์
ทำเกษตรกลางเมือง บนที่ดินมูลค่า 100 ล้าน ปลูกดอกไม้กินได้ ต่อยอดทำธุรกิจเกษตร . คุณภิญญาพัชญ์ ปรีดาบุญ เจ้าของสวน ดอกไม้กินได้ Papin-garden ทำเกษตรกลางเมือง ปลูกดอกไม้กินได้ ส่งร้านอาหาร โรงแรม 5 ดาว เชฟมิชลิน พร้อมแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับดอกไม้กินได้ . พัฒนาสู่ธุรกิจเกษตรเปิดคาเฟ่ มีชื่อว่า Jungfood มาจาก Jungle ที่หมายถึงป่า เพราะที่นี่มีต้นไม้เยอะมาก และก็ยังปลูกดอกไม้เองด้วย . “ความสนุกของดอกไม้กินได้ก็คือ นอกจากสีสันต่างกัน รสชาติต่างกัน ไซซ์ดอกต่างกัน ก็ยังมีความสนุกอีกหลายรูปแบบเลย ที่สวนเรามีดอกไม้กับใบไม้กินได้มากกว่า 70 รายการเลย ดอกไม้ที่คนนิยมจะเป็นดอกที่น่ารักๆ ตั้งแต่พวงชมพู มากาเร็ต ผีเสื้อ เดซี่ต่างๆ รวมถึงเล็บมือนาง ดอกเข็ม แต่ว่าช่วงนี้หน้าร้อน ที่ฮิตๆ ก็จะเป็นมะลิกับกุหลาบค่ะ แล้วก็ใบมินต์ใบสมุนไพรต่างๆ อันนี้ก็จะเป็นที่ถูกใจของร้านคาเฟ่ค่ะ” #ดอกไม้กินได้ #เกษตรในเมือง #สวนดอกไม้กินได้ #เทคโนโลยีชาวบ้าน #technologychaoban
