สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตากเริ่มปลูกโกโก้หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอำเภอพบพระมีพื้นที่ปลูกโกโก้มากที่สุดโดยนิยมปลูกแซมกับพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ผ่านมามีการใช้ประโยชน์จากโกโก้ในรูปแบบต่างๆ เช่น นำใบมาทำจานลดภาวะโลกร้อน เมล็ดนำมาแปรรูปเป็นอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนฝักนำมาย้อมผ้า หรือแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ หรือหมักทำปุ๋ย แต่เปลือกโก้โก้ยังไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ ทั้งๆ ที่เปลือกโกโก้มีสารอาหารที่มีประโยชน์ และสามารถนำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ ลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนออร์แกนิก ซึ่งมีสมาชิกกว่า 100 ราย มีพื้นที่ปลูกโกโก้กว่า 500 ไร่ มีผลผลิต 7,000-8,000 กิโลกรัมต่อเดือน โดยส่งเสริมการปลูกให้สมาชิกปลูกโกโก้สายพันธุ์ IM.1 (ไอเอ็ม.1) ซึ่งเป็นผลงานพัฒนาคัดเลือกพันธุ์โดย รศ.ดร.สัณห์ ละอองศรี จุดเด่นของโกโก้สายพันธุ์คือ ปลูกง่าย ทนแล้ง ทนแมลง เมล็ดโกโก้มีขนาดใหญ่ มีกลิ่นหอม ความเปรี้ยวต่ำ และให้ผลผลิตสูง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนออร์แกนิก ได้รับซื้อผลโกโก้จากสมาชิกเพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โกโก้หลากหลายรูปแบบ เช่น ผงโกโก้ โกโก้ นิสบ์ โกโก้แห้ง
มีคำกล่าวหนึ่งที่ว่า “ เสียงจากลูกค้า ( Customer ‘s Voice ) คือ จุดเริ่มต้นธุรกิจ ”สอดคล้องกับกล่าวของ Steve Jobs ผู้สร้างแบรนด์ apple และเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย ที่ว่า “ คุณต้องเริ่มต้นด้วยประสบการณ์ของลูกค้าแล้วทำงานย้อนหลังไปที่เทคโนโลยี ” หากคุณเปิดใจรับฟังปัญหาความต้องการ ความไม่พอใจของลูกค้า นำข้อมูลมาใช้พัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับวางแผนการตลาด ก็สามารถก้าวสู่โมเดลธุรกิจ ที่มีความยั่งยืนได้ไม่ยาก เพราะนวัตกรรมนั้น จะกลายเป็น “ Golden Pain Point ปัญหาที่แท้จริงที่พร้อมทำเงินให้กับคุณได้ ” สมการแห่งความโชคดีนั้น เกิดจาก โอกาส +การเตรียมพร้อม คนที่ชนะ คือ คนที่มองเห็นโอกาสและลงมือทำก่อนนั่นเอง กลุ่มสินค้าอะไร เป็นเทรนด์มาแรง ในเวที NRCT Open House 2026 คุณพัชกร ไทยนิยม บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ) ได้นำเสนอแนวคิดสร้างนวัตกรรมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหาร จากเทรนด์อาหาร สู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ในอดีตประเทศไทยทำเกษตรกรรม 1.0 คือ ขายตามปริมาณ ราคาถูกกำหนดโดยตลาด ความเสี่ยงสูง พึ่งพาธรรมชาติ การ
. “กระชายป่า” หรือ “กระชายดอย” ถือเป็นสมุนไพรพื้นถิ่นในตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสลับดอยที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ทำให้พืชสมุนไพรจากแหล่งนี้ มีคุณค่าทางยาสูง ดีต่อสุขภาพมากมาย ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านปางสีเสียด ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพร ต.น้ำปั้ว ภายใต้การนำของ นายสหัส สุขบรรจง ประธานกลุ่มฯ ด้วยการนำ “กระชายดอย” พืชสมุนไพรในท้องถิ่นมา พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพหลากหลายรูปแบบภายใต้แบรนด์ “ บ้านปางเฮิร์บ” เพื่อให้รับประทานง่าย เหมาะสมกับวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันมากขึ้น กลายเป็นสินค้า OTOP ของดีเมืองน่านที่ได้คุณภาพมาตรฐานสากล สร้างอาชีพและสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยผลงานที่โดดเด่น จึงคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 วิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2569 เพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยงานวิจัย คุณสหัส สุขบรรจง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพร ต.น้ำปั้ว เล่าให้ฟังว่า ทางกลุ่มฯ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งช
จังหวัดน่านมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาที่มีความลาดชันสูง ทำให้น้ำไหลเร็ว ไม่สามารถกักเก็บน้ำ ทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่มีลำน้ำสาขาจำนวนมาก แต่ขาดระบบหน่วงและกักเก็บน้ำในระดับพื้นที่ ทำให้จังหวัดน่านประสบปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบน้ำ ในช่วงฤดูฝนมีปริมาณน้ำมากจนเกิดน้ำหลากและน้ำท่วม แต่ฤดูแล้งกลับขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง จึงได้เกิดโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลุ่มน้ำห้วยมุ่น และห้วยเมืองหลวง เพื่อวางแผนป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งในเขตลุ่มน้ำ ที่มีเส้นทางน้ำไหลลงสู่แม่น้ำน่าน ผ่านเทศบาลเมือง ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม ต.ผาสิงห์ ต.ไชยสถาน ต.ดู่ใต้ และเทศบาลเมืองน่าน ประมาณ 16,000 ไร่ จังหวัดน่านพยายามหาทางเก็บ กัก ดัก หน่วง ชะลอไว้ ซึ่งกรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 2 ได้ขุดลอกหนองน้ำปรับพื้นที่ให้เป็นโครงการแก้มลิง เพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัย รวมทั้งใช้กักเก็บน้ำเป็นต้นทุนสำหรับทำการเกษตร และสามารถนำน้ำจากห้วยลี่มาใช้ประโยชน์ได้ในช่วงฤดูแล้งอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมก่อสร้างนวัตกรรมฝายแกนดินซีเมนต์ เพื่อกักเก็บน้ำ ชะลอน้ำ เกิดป่าเปียก แก้ท่วม ยังแก้แล้งและดักเศษตะกอนและวัสดุที่ไหลมากั
น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) คือ น้ำมันกลิ่นหอมที่พืชสร้างขึ้นและเก็บไว้ในดอก ใบ ผล ลำต้น ตลอดจนเมล็ด ซึ่งกลิ่นเหล่านี้ มีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในพืชแต่ละชนิดเช่น สารterpinenในน้ำมันไพลมีสรรพคุณคลายกล้ามเนื้อ สาร eugenol ในน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากพืชตระกูลกะเพราช่วยดึงดูลแมลง ส่วนสาร Citronellol oil จากใบตะไคร้หอมช่วยไล่แมลง ขณะที่สารชาวิโคล (Chavicol) จากใบพลูมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด ทุกวันนี้ น้ำมันหอมระเหยของไทย ที่สกัดจากพืชสมุนไพรตามธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ ใบไม้ และเปลือกไม้ โดยน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ที่ได้จากการกลั่นแยกจะมีกลิ่นหอมและติดทนกว่าน้ำมันหอมระเหยที่ผสมจากสารเคมีเลียนแบบธรรมชาติแล้ว ยังมีคุณสมบัติทางยาที่โดดเด่นมีสารประกอบที่มีกลไกออกฤทธิ์ที่มีผลต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการไข้ ปวดหัว วิงเวียน คลื่นไส้อาเจียนได้ ฯลฯ จึงเป็นที่ต้องการตลาดทั้งในประเทศและส่งออก น้ำมันหอมระเหย ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องหอมและสปา ทำหน้าที่สร้างเอก
วันที่ 26 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award ภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัล Platinum Award จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลและเกียรติบัตร โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ผู้บริหารหน่วยงาน และผู้ได้รับรางวัลเข้าร่วม ณ เวที Highlight Stage ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติครั้งนี้ สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมีการมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award เพื่อเชิดชูหน่วยงานที่มีความโดดเด่นด้านการจัดแสดงและนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรม อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเ
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รับรางวัล Bronze Award จากผลงานเครื่องต้นแบบเคลือบฟิล์ม DLC ภายในท่อเหล็กกล้าสำหรับลำเลียงก๊าซธรรมชาติที่จัดแสดงภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 โดยผลงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือวิจัยระหว่างสถาบันฯ และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เพื่อช่วยป้องกันการกัดกร่อนภายในท่ออุตสาหกรรมปิโตรเลียม ช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ลดความถี่ในการซ่อมบำรุง และลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของสารเคมีหรือก๊าซที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร – สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนรับรางวัล Bronze Award จากผลงาน “นวัตกรรมเครื่องต้นแบบเคลือบฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชรภายในท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเลียม” ซึ่งจัดแสดงบริเวณโซนนิทรรศการงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026) ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเต
การเลี้ยงแพะเป็นหนึ่งในอาชีพสำคัญของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ส่วนใหญ่เลี้ยงแพะแบบปล่อยและกึ่งขังคอก โดยปลูกหญ้าเนเปียร์เป็นอาหารหยาบในการเลี้ยงแพะ เนื่องจากจังหวัดนราธิวาสมีฝนตกชุกและมีสภาวะอากาศแปรปรวน เกิดภัยแล้งและน้ำท่วมเป็นระยะ จึงมักประสบปัญหาขาดแคลนอาหารสัตว์เพราะหญ้าธรรมชาติมีไม่เพียงพอในช่วงฝนตก น้ำท่วม หรือภัยแล้ง ที่ผ่านมา เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะจึงต้องซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูปจากภายนอก ซึ่งค่าอาหารสัตว์คิดเป็น 60-70% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด (ค่ายาและเวชภัณฑ์ 5-10% ค่าแรง 10-15% และค่าลงทุนอื่นๆ) ทุกวันนี้ ค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์ผันผวน ควบคุมไม่ได้ ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ผศ.ดร.ซารีนา สือแม คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ศึกษาพบว่า ในจังหวัดนราธิวาสมีการปลูกและบริโภคทุเรียนอย่างแพร่หลาย ทำให้มีของเหลือทางการเกษตรคือ เปลือกทุเรียนจำนวนมากตลอดฤดูการผลิต ซึ่งเปลือกทุเรียนเป็นขยะทางการเกษตรที่กำจัดยากและเกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม จึงเกิดแนวคิดนำเปลือกทุเรียนหมักเป็นแหล่งอาหารทางเลือกใหม่ในการเลี้ยงแพะ ปรากฏว่าสามารถลดต้นทุนค่าอาหารได้มากก
ขอเชิญร่วมการเสวนาพิเศษ “ทางรอดของเกษตรกรไทยในการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการส่งออก” ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิต การตลาด และการแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมไทยสู่ตลาดโลก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร เตรียมจัดการเสวนาพิเศษหัวข้อ “ทางรอดของเกษตรกรไทยในการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการส่งออก” ภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาศักยภาพการผลิตมะพร้าวน้ำหอมไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00–12.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร เสวนานี้เหมาะสมกับเกษตรกร ผู้ประกอบการ นักวิจัย นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอม การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.กล้าณรงค์ ศรีรอต ประธานคณะกรรมการด
วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เป็นประธานในพิธีการลงนาม MOU ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังอย่างยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม ในระหว่างกิจกรรมการตรวจเยี่ยม “การขับเคลื่อนผลงานวิจัยนวัตกรรมเพื่อการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก” โดยในพิธี มี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. พร้อมนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมลงนามความร่วมมือ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงฯ ฉบับนี้ เป็นมากกว่าความร่วมมือเชิงวิชาการ แต่คือ ‘หมุดหมายสำคัญ’ ที่สะท้อนเจตนารมณ์ของกระทรวง อว. ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากงานวิจัย มาเปลี่ยนผ่านสู่การปฏิบัติที่จับต้องได้จริง โดยกระทรวง อว. พร้อมให้การสนับสนุนทั
