แปรรูปสินค้าเกษตร
พาณิชย์ เปิดโครงการแปรรูปมันสำปะหลัง หวังผลักดันให้เกษตรกรเข้าร่วมเพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องเห็นช่องทางการค้า การส่งออก สำหรับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่กินได้ นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเปิดโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์สู่อุตสาหกรรมอาหาร เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรชุมชนว่า กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวโครงการดังกล่าว เป้าหมายหลักต้องการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เกษตรกรไทยเป็น สมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือ ให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเอง ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ผลักดันให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเข้าโครงการดังกล่าว ล่าสุดเข้าร่วมกว่า 1,200 ราย โดยกระทรวงพาณิชย์ก็จะผลักดันให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการให้มากขึ้น เนื่องจากเห็นช่องทางการทำตลาดโดยเฉพาะผลิตภันฑ์ที่ทำจากมันสำปะหลัง ซึ่งมีความต้องการอย่างมากในการบริโภค โดยเกษตรกรสามารถดำเนินการผลิตเองได้ โดยกระทรวงพาณิชย์ก็จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการอบรมให้ความรู้ และพัฒนาสินค้าที่ผลิตจากมันสำปะหลังออกไปจำหน่ายในตลาด ซึ่งก็จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมในการพัฒนาและการเพาะปลูกใ
3 การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยางพาราที่มาพร้อมกับโอกาส บทวิเคราะห์โดย EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ อุตสาหกรรมยางพาราของไทยก้าวเข้าสู่ปี 2017 พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 ด้าน คือ 1) อุตสาหกรรมได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วภายหลังราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS3) เริ่มฟื้นตัวตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น 2) บทบาทของไทยในฐานะ supplier หลักในตลาดยางพาราโลกจะลดความสำคัญลง ในขณะที่บทบาทของกลุ่มประเทศ CLMV จะเพิ่มขึ้น และ 3) อำนาจการต่อรองของ rubber manufacturer เมื่อเทียบกับผู้ผลิตยางล้อจะเพิ่มขึ้น อีไอซีมองว่าไทยมีโอกาสที่จะหันมาเพิ่มการผลิตผลิตภัณฑ์ยางเพื่อเพิ่มมูลค่าในการส่งออก เช่น ถุงมือยาง โดยภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสในการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติที่มีความต้องการเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมถุงมือยางของไทย ตั้งแต่ปี 2014-2016 อุตสาหกรรมยางพาราเข้าสู่ภาวะตกต่ำจากราคาที่ลดลง ในปีนี้อุตสาหกรรมเข้าสู่ช่วงที่สดใสขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลัก 3 ด้าน ด้านแรก ราคายางพาราเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มฟื้นตัวและการลดลงของผลผลิตยางพาราไทยจากน้ำท่วมในภาคใต้ ซึ่งแสดง
กลับมาอีกครั้งสำหรับงานรวมพลเหล่าคนรักกาแฟตัวจริง ‘Thailand Coffee Fest 2017’ จัดโดยสมาคมกาแฟพิเศษไทย(Specialty Coffee Association of Thailand) หรือ SCATH ซึ่งปีนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยในปีนี้ยังคงขนความพิเศษมาเสิร์ฟให้กับเหล่าคอกาแฟกันแบบเต็มๆ เหมือนเดิม โดยไม่ว่าคุณจะอยู่ในส่วนไหนของเส้นทางสายน้ำกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำบนยอดดอยจนถึงปลายน้ำในเมืองใหญ่ ก็สามารถอินไปกับทุกกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในงานได้อย่างเต็มที่ นายอภิชา แย้มเกษร นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย (Specialty Coffee Association of Thailand) หรือ SCATHเปิดเผยว่า “ สำหรับการจัดงานในปีนี้ เราได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ และเอกชนเป็นอย่างดีเพื่อร่วมกันผลักดัน เมล็ดกาแฟ และการค้ากาแฟไทย ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมก้าวสู่การค้าในระดับสากลทุกภาคส่วน โดยภายในงาน นอกจากผู้เข้าชม จะเพลิดเพลิน จากสาระความรู้ ความสนุกสนานจากกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เกษตรกรผู้ปลูกและโพรเซสกาแฟจากยอดดอย โรงคั่วเมล็ดกาแฟคุณภาพที่จะมานำเสนอเมล็ดกาแฟคั่วในแต่ละโพรไฟล์ ร้านกาแฟอินดี้ชั้นนำของเมืองไทยพร้อมเหล่ากองทัพบาริสต้าแถวหน้าของเมืองไทย และบริษัทผู้น
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่บ้านแก่นท้าว หมู่ที่ 2 ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา บรรดาผู้สูงอายุในหมู่บ้าน ได้หาอาชีพเสริมด้วยการแกะมะขามเปียกเพื่อขายให้กับพ่อค้าคนกลางกันอย่างคึกคัก ภายหลังจากที่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่างเว้นจากการทำอาชีพเกษตรกร เนื่องจากน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักของจังหวัดนครราชสีมา เหลือน้ำน้อย ซึ่งทางชลประทานจังหวัดนครราชสีมา ไม่มีการส่งน้ำให้เกษตรกรเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงทำให้ชาวบ้านว่างงาน คนวัยหนุ่ม สาว จึงออกไปทำอาชีพรับจ้างรายวันในตัวเมือง และในโรงงานต่างๆ ทิ้งไว้แต่ผู้สูงอายุให้อยู่ในหมู่บ้าน ดังนั้นผู้สูงอายุเหล่านี้จึงได้หาทำอาชีพเสริมเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว ด้วยการไปรับซื้อมะขามสุกจากต้น ที่อยู่ในหมู่บ้านต่างๆ แล้วนำมาแกะเมล็ดออกจากฝัก เพื่อขายให้กับพ่อค้าคนกลางที่จะมารับซื้อถึงหมู่บ้าน นางสมพร ซอสูงเนิน อายุ 72 ปี ชาวบ้านเปิดเผยว่า ช่วงนี้ในหมู่บ้านเหลือแต่คนเฒ่า คนแก่ เนื่องจากคนหนุ่ม สาว ออกไปหาทำอาชีพรับจ้างทั่วไปในตัวเมือง ทำให้คนเฒ่า คนแก่ ซึ่งเคยทำไร่ ทำนา อยู่ไม่เป็นสุขต้องหาทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ช่วงว่างจากภ
“กะทิ” วัตถุดิบคู่ครัวไทยที่ต้องมีไว้ติดบ้าน แต่ในสังคมยุคใหม่ที่แสนเร่งรีบ ความสะดวกคือปัจจัยสำคัญ “กะทิกระป๋อง” จึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพ สวนมะพร้าวเกษตรอินทรีย์ จึงเป็นต้นทางของ “กะทิออร์แกนิค” ซึ่งการันตีความปลอดภัยในทุกหยดในเมนูอาหาร “เมอริโต้” แบรนด์ดังที่อาจยังไม่คุ้นหูคนไทย แต่น่าภาคภูมิใจที่เดินทางไปไกลทั่วโลก โดยได้รับการรับรองมาตรฐานสากลให้เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคแท้จากสถาบันต่างๆ ทั่วโลก อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อังกฤษ บราซิล และญี่ปุ่น พีรโชติ จรัญวงศ์ หรือคุณแซม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารเมอริท จำกัด เล่าว่า ปัจจุบันสวนเมอริโต้เป็นสวนมะพร้าวเกษตรอินทรีย์แห่งแรก และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศที่มีเจ้าของคนเดียว อาณาเขตวิมานมะพร้าวมีเนื้อที่ 2,200 ไร่ ตั้งอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี เพาะปลูกมะพร้าวสายพันธุ์ลูกผสม “พันธุ์มาวา” ซึ่งได้จากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างมะพร้าว 2 ชนิด คือ พันธุ์มลายูสีเหลือง และพันธุ์เวสท์แอฟริกันต้นสูง ลักษณะเด่นจากต้นแม่ คือ ระบบรากจะแข็งแรงเข้ากับสภาพดินและภูมิ
การเพาะเห็ดเศรษฐกิจส่วนใหญ่นิยมเพาะแบบถุง โดยบรรจุส่วนผสมของวัสดุเพาะในถุงพลาสติกด้วยแรงงานคนจำนวนมาก ทำให้คุณภาพและความหนาแน่นของวัสดุในถุงไม่สม่ำเสมอซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของเชื้อและการงอกของดอกเห็ด การบรรจุวัสดุเพาะด้วยมือ มีโอกาสที่จะทำให้ถุงเกิดรูเข็มและรอยปริแตก เนื่องจากแรงที่กดอัดขี้เลื่อยด้วยมือมีมากและไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า นับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ก้อนเชื้อเสียหายระหว่างการเพาะให้เชื้อเจริญเติบโต สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยฝ่ายวิศวกรรม ออกแบบและพัฒนา “เครื่องบรรจุวัสดุใส่ถุงแบบต่อเนื่อง” เพื่อนำไปใช้งานจริงในฟาร์มเห็ด ซึ่งนอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องความไม่สม่ำเสมอของคุณภาพและความหนาแน่นของวัสดุเพาะในถุงแล้ว ยังสามารถช่วยประหยัดเวลาและช่วยลดการนำเข้าเครื่องจากต่างประเทศอีกด้วย หลักการทำงาน ใช้ระบบนิวเมติกเป็นต้นกำลังควบคู่กับการควบคุมการทำงานด้วยระบบ PLC (Programmable Logic Control) แบ่งกลไกการทำงานเป็น 4 ส่วนหลักๆที่ทำงานแยกอิสระต่อกันแต่ทำงานสอดคล้องกัน ประกอบด้วย 1.กลไกช่วยในการจับถุงพลาสติก 2.กลไกการลำเลียงวัสดุเพาะเพื่อเตรียมปล่อ
มนุษย์ใช้ประโยชน์จากขนของสัตว์ปีกในอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย เช่น อุตสาหกรรมเสื้อผ้า และเครื่องนอน เนื่องจากเป็นขนที่มีน้ำหนักเบาและให้ความอบอุ่นได้ดี ปัจจุบันการบริโภคไก่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชีย และเฉพาะในอังกฤษมีการบริโภคไก่กว่า 945 ล้านตัวต่อปี ทำให้มีขนไก่สีขาวจำนวนมากที่ถูกนำไปทิ้ง นักศึกษาระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัย Imperial College ในกรุงลอนดอน กำลังพัฒนาวิธีเปลี่ยนขนไก่เหลือทิ้งเหล่านี้ ให้กลายเป็นวัสดุที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายขึ้น Elena Dieckmann แห่งมหาวิทยาลัย Imperial College กล่าวว่า ขนไก่คือวัสดุมหัศจรรย์ เพราะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องสัตว์ปีกจากสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย มีทั้งความเบาและสามารถป้องกันความร้อนและความเย็นได้ดี อีกทั้งยังสามารถกันน้ำและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม Elena Dieckmann ชี้ว่า มนุษย์ยังหาวิธีใช้ประโยชน์จากขนไก่หรือขนสัตว์ปีกได้ไม่มากนัก เธอจึงได้ร่วมมือกับ Ryan Robinson ซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาเอก จาก National Heart and Lung Institute เพื่อหาวิธีเปลี่ยนขนไก่เหล่านั้นให้เป็นวัสดุที่มีความทนทานสูง และสามารถใช้ประโยชน์ได
จากกระแสคนเมืองหันปลูกผัก ทำการเกษตร ทำให้วงการธุรกิจการเกษตรคึกคักขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ล่าสุด บริษัทอีสท์เวสท์ ซีด จำกัด หรือที่รู้จักกันในนาม “ศรแดง” ได้ออกมาลุยตลาดนี้ ด้วยการผลิตเมล็ดพันธุ์ ผักสวนครัว ผักพื้นบ้าน เอาใจคนเมืองสุดๆ ภายใต้ผลิตภัณฑ์ Go Grow ที่มีสโลแกน สั้นๆ ว่า “ใครๆก็ปลูกได้” นั่นคือ จะมีคู่มือการปลูก การให้ปุ๋ย การป้องกันโรคและแมลงแบบเข้าใจง่ายๆ แนะนำอยู่ข้างซอง พร้อมดีไซน์รูปแบบซองที่ทันสมัย ตอบโจทย์กลุ่มเกษตรกรขนาดย่อม และกลุ่มผู้ปลูกรับประทานในครัวเรือน ที่อาจไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการปลูก รวมทั้งกลุ่มคนเมืองที่กำลังนิยมหันมาปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือน โดยตั้งเป้าไว้ถึง 115 ชนิด ภายในปีนี้ คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล (ขวามือ) คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีสท์ เวสต์ ซีด จำกัด เผยถึง ปี 2560 บริษัท ครบรอบ 35 ปี จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Go Grow อันจะเป็นการพลิกวงการเมล็ดพันธุ์ผักไทย ที่มีการเจาะกลุ่มลูกค้าเกษตรคนเมือง และเกษตรกรรายย่อย อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ยังเผยถึง การเติบโตของธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ของประเทศไทย ว่า ในปี 2560 นี้ มีมูลค
4 ปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นประจักษ์แล้วว่า บึงกาฬเป็นเมืองหลวงของยางพาราของภาคอีสาน แสดงให้เห็นว่าพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางมีทิศทางการทำสวนยางเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น หมอนยาง การทำสนามฟุตซอล ตุ๊กตา แผ่นปูพื้น เป็นสิ่งที่เกษตรกรชาวสวนยางสามารถดำเนินการได้ ซึ่งในพื้นที่บึงกาฬมีวัตถุดิบมหาศาล พร้อมทั้งมีความร่วมมือเพื่อเพิ่มมูลค่าด้านวิชาการเข้ามาร่วมกันหาแนวทางวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการก้าวสู่ยุคดิจิตอล 4.0 ซึ่งจะเน้นให้การทำสวนยางพารามีความพัฒนายิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อาทิ เครื่องกรีดยางอัตโนมัติ การผลิตยางอัดแท่งจากยางก้อนถ้วย เปิดช่องทางออนไลน์ให้ค้าขายได้โดยตรง ไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลาง คุณเฉิน หู้เซิง (โทนี่ เฉิน) ผู้อำนวยการ ฝ่ายประเทศไทย บริษัท รับเบอร์ วัลเล่ย์ กรุ๊ป จำกัด ประเทศจีน กล่าวว่า งานยางพาราและกาชาดบึงกาฬ เป็นเหมือนวันตรุษจีนยางพารา เป็นงานที่บริษัท รับเบอร์ วัลเล่ย์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัทผู้ประกอบการจากประเทศจีน พลาดไม่ได้ที่จะเข้ามาร่วมงานด้วยเป็นประจำทุกปี สำหรับปีนี้เชิญชาวจีนจากหลายบริษัท เช่น Qingdao CIHevea Precision
นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ในเครือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เผยว่า บริษัทได้ลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ในการสร้างโกดังเก็บสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากโรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง) หมู่บ้านยาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในเนื้อที่ 22 ไร่ รวมทั้งสร้างห้องแล็บในพื้นที่นี้ด้วยวงเงินประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อเน้นการทำวิจัยด้านการขยายพันธุ์ด้วยเนื้อเยื่อ ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างหนึ่ง เพราะหน้าที่ของดอยคำคือการพัฒนาสายพันธุ์ที่ดีให้ถูกต้อง เพื่อเกษตรกรจะได้ลดความเสี่ยงในการปลูก จากนั้นส่งผลผลิตให้กับโรงงานแปรรูป โดยทางดอยคำจะสอนวิธีการปลูกสมัยใหม่ให้มีประสิทธิภาพ และวิธีการทำงานที่ง่ายขึ้น รวมทั้งการเน้นให้เกษตรกรรู้จักการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
