แปรรูปสินค้าเกษตร
หลังเกิดสึนามิแล้วต่อด้วยการรั่วไหลของโรงไฟฟ้าปฏิกรณ์ปรมาณู เมื่อ 11 มีนาคม 2554 ชีวิตคนฟูกุชิมะ และเมืองรอบข้างก็ล่มสลายไม่มีชิ้นดี บางคนบอกว่า โชคดีที่ตายก่อน เพราะคนที่มีชีวิตอยู่ต้องผจญกับทุกข์ยากสาหัส คนหลายหมื่นคนต้องทิ้งบ้าน ทิ้งอาชีพการงาน ทิ้งไร่นา และกลายเป็นคนที่มี “รังสีปนเปื้อน” ติดตัวไปตลอดชีวิต ยากจะมีใครคบหาอยากผูกสัมพันธ์ สารกัมมันตภาพรังสี ปนเปื้อนในอากาศและน้ำ และทุกอย่างที่พวกเขาผลิต รวมทั้งข้าว ผลผลิตสำคัญของเมือง รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งห้ามผลผลิตการเกษตรทุกอย่าง รวมทั้ง ข้าวของฟูกุชิมะ และเมืองใกล้เคียงออกสู่ตลาด หลังพบว่ามีสารซีเซียม ซึ่งเป็นผลผลิตที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ปนเปื้อนสูงเกินกว่าที่กำหนด คือสูงกว่า 630 becquerels ต่อกิโลกรัม ขณะที่กฎหมายให้สูงได้ไม่เกิน 500 บริเวณที่ปนเปื้อนครอบคลุมกว่า 50 กิโลเมตร จากบริเวณที่เกิดระเบิด ชาวนา 154 ครอบครัว ที่ผลิตข้าวรวมกันได้ ปีละ 192 ตัน ต้องยุติการผลิต เกษตรกรรายหนึ่งใช้เวลาตลอดปีผลิตข้าวได้ 840 กิโลกรัม ถูกนำไปทำลายหมด คือพูดกันสั้นๆ ตรงๆ ไม่มีใครอยากกิน อยากแตะอะไรที่ไปจากฟูกุชิมะทั้งนั้น ข้าวที่ผลิตแล้วรอลงเรือก
ไก่งวง เป็นสัตว์ปีกจัดอยู่ในวงไก่ฟ้าและนกกระทาในต่างประเทศชาวคริสส์นิยมรับประทานในวันขอบคุณพระเจ้า ไก่งวงมีขนาดใหญ่กว่าไก่ทั่วไปหน้าตาผิดแผกไปจากไก่พื้นบ้าน ปัจจุบันมีการส่งเสริมการเลี้ยงไก่งวงในภาคอีสาน ว่ากันว่า เริ่มแรกไก่งวงเข้ามาในประเทศไทยโดยทหารอเมริกันเข้ามาประจำในฐานทัพที่ จ.อุดรธานี และ จ.นครราชสีมา กระทั่งปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์นำมาเลี้ยงสร้างรายได้มี 3 สายพันธุ์หลัก คือ พันธุ์เบลท์สวิลล์ สมอล ไวท์ (Beltsville Small White) พันธุ์อเมริกัน บรอนซ์ (American Bronze) และไก่งวงลูกผสม (Crossbred) ที่จังหวัดมหาสารคามได้รับการผลักดันส่งเสริมจากอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด “โชคชัย เดชอมรธัญ” ตั้งแต่ก่อนโยกย้ายไปประจำจังหวัดภูเก็ตปรากฏว่าไก่งวงจากมหาสารคามได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งยังได้รับการพัฒนาแม่พันธุ์ภายในชื่อใหม่ “ไก่งวงเมืองตักสิลา” ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีรายได้เพิ่มขึ้น จนสามารถจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตามมา ปัจจุบัน จังหวัดมหาสารคาม ถือเป็นแหล่งผลิตพ่อแม่พันธุ์ไก่งวงที่ดีที่สุดของประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและวางแผนการเลี้ยงจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ที่ 4 ใช้ชื่อ “
วันที่ 4 ตุลาคม มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)(สนช.) ประกาศผล “รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2559” เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมข้าวของประเทศไทยตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยในปีนี้ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับอุตสาหกรรม และระดับวิสาหกิจชุมชน ผู้ที่ได้รับรางวัลที่ 1 จะได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 80,000 บาท รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 40,000 บาท รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท และรางวัลชมเชย เงินรางวัล 10,000 บาท 2 รางวัล “ผลการประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยประจำปี 2559 ผลงานที่ได้รับรางวัลขนะเลิศระดับอุตสาหกรรม ได้แก่ โครงการ “ขี้เถ้าแกลบเสริมฤทธิ์การชะลอการสุกของผลไม้” ของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยราช
ยุคนี้ สมัยนี้ อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ธุรกิจส่วนตัว เป็นที่ต้องการของคนวัยทำงาน ทั้งที่เริ่มทำงาน และทำงานมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่อาชีพอะไรที่เหมาะกับใครนั้น อาจจะต้องเลือกๆ ดูๆ กันไป เอาง่ายๆ ว่า ใครทำอาชีพอะไรแล้วสนุกไปกับมัน ก็อันนั้น นั่นล่ะ เช่นเดียวกับ คุณสันทัต วรรณรัตน์ หรือ คุณต่อ วัย 35 ปี เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มเจนวาย มีอาชีพหลักเป็นเจ้ากิจการทางด้านสื่อการเรียนการสอนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่วายที่จะเสาะหา มองหาอาชีพเสริม ซึ่งในที่สุดก็มาลงตัวกับ “มะม่วงเบา” (มะม่วงเบา เป็นมะม่วงพื้นเมืองทางภาคใต้ มีผลขนาดเล็ก เนื้อผลกรอบ มีรสชาติเปรี้ยว เปรี้ยวขนาดที่ว่าแทบจะไม่มีรสชาติอื่นเจือปน ทว่าเมื่อนำมาแปรรูปเป็นมะม่วงแช่อิ่มแล้ว กลับมีรสชาติดี แบบชนิดที่เรียกว่า ยิ่งกินยิ่งเพลิน) คุณต่อ เล่าว่า เคยซื้อมะม่วงเบาแช่อิ่ม จากทางภาคใต้ มาฝากเพื่อนๆ เพื่อนๆ ติดใจ และถามหา จากนั้นก็ไปรับผลผลิต มาทำการตลาด ทำไปทำมา ขายดิบขายดี มีลูกค้าซื้อซ้ำ กระทั่งมาสู่การเปิดโรงงานเล็กๆ แปรรูปเองเลยในปัจจุบัน โดยยังรับซื้อผลผลิตสดจากทางภาคใต้เช่นเดิม ถ้าพูดถึงราคามะม่วงเบา ก่อนหน้านี้ เป็นมะม่วงที่ แม้แต่คนพื้นถ
วันที่ 26 กันยายน 2559 นายอนุรักษ์ โปร่งสุยา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ออย อ.ปง จ.พะเยา กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันประชาชนนิยมรักษาสุขภาพ หันมาบริโภคอาหารเสริมเพื่อบำรุงร่างกายกันมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่เป็นสมุนไพร ที่มีสรรพคุณในการดูแลสุขภาพ ป้องกันไม่ให้เกิดโรคร้ายต่างๆ เช่น เห็ดถั่งเช่า ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้รักสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ปรับสมดุลภายในร่างกาย เป็นต้น สำหรับในประเทศไทยขณะนี้ยังถือว่ามีผู้ผลิตเห็ดถั่งเช่าน้อยราย เพราะต้นทุนการลงทุนค่อนข้างสูง กระบวนการขั้นตอนที่ละเอียดอ่อน และต้องใส่ใจทุกรายละเอียด นายก อบต.ออย กล่าวต่อว่า จากการศึกษาดูงานเรื่องการผลิตและแปรรูปเห็ดถั่งเช่าที่ จ.นนทบุรี ครั้งนี้ จะเห็นว่ากระบวนการผลิตเห็ดถั่งเช่าเริ่มตั้งแต่เพาะเชื้อ ที่จะต้องมีห้องเพาะเชื้อ หม้อต้มแรงดัน ห้องปรับอากาศ เปิด 24 ชั่วโมง เพราะเห็ดถังเช่าต้องการอุณหภูมิประมาณ 22 องศาเซลเซียส ทุกขั้นตอนต้องมีความละเอียดในการเพาะเห็ดพอสมควร ส่วนใหญ่ผู้ผลิตเห็ดถังเช่าจะสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง จากนั้นนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าทางการตลาด ซึ่งใน
วันที่ 24 กันยายน ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตลาดเช้าที่ชาวพิษณุโลกนิยมมาจับจ่ายอาหารสด คาวหวาน สำเร็จรูปมากที่สุดในเขต อ.เมืองพิษณุโลก ได้พบร้านโรตีมุสลิม หรือนูรีโรตีมุสลิม ตลาดใต้ ร้านขายโรตีเจ้าดังที่มีลูกค้าขาประจำมาอุดหนุนเนืองแน่นทุกเช้า และเจ้าของร้านได้เพิ่มทางเลือกใหม่ นำผงถ่านชาร์โคลมาผสมใส่กับแป้งโรตี ที่ผสมออกมาแล้วจะเป็นแป้งสีออดดำ-เทา ต่างจากแป้งโรตีดั้งเดิมที่สีออกขาวอมเหลือง นูรียา โรตีมุสลิมตลาดใต้ เป็นกิจการในครอบครัวของคุณเสกสรร น้อยวงศ์ และคุณวิไลวรรณ น้อยวงศ์ ที่ขายโรตีในตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลกมา 10 กว่าปีแล้ว นูรียา คือชื่อลูกสาว ที่ทั้งคู่นำมาตั้งเป็นชื่อร้าน โรตีมุสลิมของครอบครัวน้อยวงศ์ แต่ลูกค้าประจำจะคุ้นกับชื่อโรตีตลาดใต้มากกว่า มีหลากหลายเมนู ตั้งแต่เมนูธรรมดา นมเนย โรตีใส่ไข่ กล้วยหอม มะตะบะ โรตีพิซซ่า และเพิ่มเมนูใหม่ขึ้นมา คือ สลัดผัดทอดหน้าไก่หยอง คุณวิไลวรรณเล่าว่า ขายที่ตลาดใต้มากว่า 10 ปีแล้ว ช่วงเช้าขายที่ตลาดใต้ ตั้งแต่เวลา 06.00-10.00 น. คุณวิไลวรรณเปิดเผยว่า เห็นว่ากระแสชาร์โคลกำลังมาแรง มีการนำมาผสมใส่ยาสีฟัน ขนมปั
ผู้สื่อข่าวรายงานจากริมถนนมิตรภาพ ตำบลมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ว่า กว่า 5 ปีมาแล้ว มีผู้ค้า นำรกวัวหรือที่เขียนป้ายแนะนำว่า “น้องวัว” รวมทั้งราวนม ของวัว ออกมาจำหน่าย ริมถนนทั้งขาขึ้นและขาล่อง ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้สัญจรไปมา ซื้อนำกลับไปปรุงอาหารที่บ้าน ส่วนใหญ่แล้วบอกว่าเป็นของหากินยาก ทำให้ราคาค่อนข้างแพงเกือบเท่าเนื้อวัว ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเมื่อวัวคลอดเกษตรกรปล่อยทิ้งให้เสียเปล่า สาเหตุที่มีการซื้อชายบริเวณนั้น เป็นเพราะพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ติดต่อกับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีเลี้ยงโคนมกันมาก เมื่อมีแม่วัวคลอดลูก เกษตรกรมีผลพลอยได้จากการขายรกวัว ซึ่งมีน้ำหนัก 3-4 กิโลกรัม ต่ออัน คุณสมศักดิ์ หนูหริ่ง อยู่หมู่ที่ 4 ตำบลมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า ตนเองจำหน่ายรกวัวหรือน้องวัว และราวนมวัว มา 4 ปีแล้ว ตำแหน่งที่ขายอยู่ริมถนน หากไปจากสระบุรีอยู่ขวามือก่อนถึง อ.ส.ค. ราว 1.5 กิโลเมตร รกวัวที่ขายมีทั้งไปรับเองและเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนำมาส่งให้ ช่วงที่แพงสุดรับมา 180 บาท ขาย 250 บาท ต่อกิโลกรัม ช่วงถูกรับมา 150 บาท ขายให้กับผู้ซื้อไปป
โอกาสมีไว้ให้พุ่งชน คงเป็นคำพูดที่ไม่ผิดนัก สำหรับนักธุรกิจวัย 24 ปีคนนี้ ที่สามารถต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ไปสู่ธุรกิจทำเงินและสามารถต่อยอดธุรกิจที่มีให้เติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบได้อย่างดีทีเดียว คุณณัฐวุฒิ เทพเซ่งลี เจ้าของธุรกิจ “ปูนึ่ง นำโชค” วัย 24 ปี เล่าว่า “เดิมเป็นคนสุราษฎร์ธานี ครอบครัวมีธุรกิจแพปูม้า มีเรือออกจับปูม้าและจับหมึกสายหยุดอยู่ก่อน แต่เป็นแพเล็กๆ ที่เมื่อได้วัตถุดิบมาก็เอาไปขายให้กับแพที่ใหญ่กว่ามารับซื้อไป วัตถุดิบที่ได้ก็ส่งไปขายหมด การขยายธุรกิจที่บ้านค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เพิ่งมาขยายได้จริง ก็เมื่อประมาณ 5 ปีมานี้ ส่วนตนนั้น ตอนเรียน เรียนอยู่ที่จังหวัดหัวหิน หลังเรียนจบก็เข้าทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำได้ประมาณ 6-7 เดือน ก็ได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ได้ทำ ด้วยเหตุผลทางโอกาสจากงานประจำที่ทำ ได้พบปะกับนักธุรกิจ ทำให้ได้ไอเดียและเกิดแนวคิดจากนักธุรกิจหลายท่านแนะนำว่า หากอยากทำธุรกิจ ลองมองหาสิ่งที่ใกล้ตัว รู้จักและชอบในการเริ่มต้น จึงปรึกษากับทางบ้านว่า หากนำเอาวัตถุดิบจากแพของเราเองมาต่อยอด โดยเฉพาะปูม้า ซึ่งทางแพที่สุราษฎร์ธานี มีคนมาแกะปูที่แพเพื่อขา
นับว่าเป็นปีทองของพืชยืนต้นกินผล ตระกูลปาล์ม สำหรับ “มะพร้าว” เพราะปี 2016 มะพร้าวขยับราคาขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี มะพร้าวหน้าสวนบางที่ลูกละ 30 บาท แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดก็ยังมีความต้องการสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นมะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวเผา หรือ มะพร้าวกะทิ และหนึ่งในผู้ปลูกและจัดจำหน่ายมะพร้าวครบวงจร ซึ่งเป็นกิจการของคนไทย นั่นคือ บริษัท เค เบสต์ ฟาร์ม จำกัด ปัจจุบัน บริษัทมีสินค้าที่ทำจากมะพร้าวหลากหลายประเภทออกสู่ตลาด ภายใต้แบรนด์ “ออลโคโค” (all coco) เช่น มะพร้าวผลสด มะพร้าวน้ำหอมบรรจุขวด มะพร้าวน้ำหอมเกล็ดหิมะ พุดดิ้ง ซอฟต์ไอศกรีม สโนว์บอล น้ำมันมะพร้าว โดยมีช่องทางจำหน่ายผ่านช็อปคาเฟ่มะพร้าวน้ำหอม ศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ เน้นเจาะตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพ นอกจากนั้น ยังส่งออกไปหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ออสเตรเลีย จีน คุณเข็มทัศน์ มนัสรังษี หรือ คุณไก่ ประธานบริษัท เค เบสต์ ฟาร์ม จำกัด เล่าถึงการบุกเบิกทำธุรกิจแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมว่า พื้นเพเป็นคนจังหวัดสมุทรปราการ เกิดมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจน้ำตาลมะพร้าว ราวปี 2540 พบวิกฤตทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ขาดทุนจำต้องปิดกิจการ จากนั้นหันมาเป็นพ่อค้า
คุณพงษ์ลดา พะเนียงเวทย์ หรือ เบลล์ หนึ่งในสตาร์ทอัพ (Startup) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม “เฟรชเก็ต” (Freshket) ที่มีแนวคิดการเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตรของไทย โดยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับเกษตรกรทั่วประเทศ นับเป็นเรื่องราวที่ทีมงาน เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้นำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ วันนี้เรื่องราวของ “เฟรชเก็ต” นำมาสู่ความสำเร็จอย่างงดงามอีก เมื่อเธอสามารถนำแพลตฟอร์มที่เธอปั้นมากับมือ คว้ารางวัลแบล็กบ็อกซ์ และ รางวัลกูเกิ้ล ลอนช์ แพด (Google Launch Pad) อีกหนึ่งรางวัลเป็นรางวัลเซอร์ไพรส์ นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งสตาร์ทอัพของไทยคือ ฟาสต์เวิร์ก (FASTWORK) คว้ารางวัล “เว็บ ซัมมิท” ไปครองในงานเวทีการประกวดของ “ดีแทค แอคเซอเรอเลท บาธ 4 เดโม เดย์” (dtac accelerate batch 4 Demo Day) เมื่อเร็วๆ นี้ “เฟรชเก็ต” ผู้ได้รับรางวัล “แบล็กบ็อกซ์” (Blackbox) จะได้ไปซิลิคอน วัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกา และ รางวัล “เว็บ ซัมมิท” (Web Summit) ไปกรุงลิสบอน โปรตุเกส ซึ่งงานนี้คัดจากการนำเสนอแผนงานทีมสตาร์ทอัพ 3 กลุ่ม คือ ทีมสตาร์ทอัพที่เก่งที่สุดในประเทศไทย ในร
