แปรรูปสินค้าเกษตร
นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) เปิดเผยว่า พพ. จะคงน้อมนำแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในด้านของการพัฒนาพลังงานทดแทน นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านพลังงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสอดรับกับนโยบายพลังงาน 4.0 ตามแนวทางของกระทรวงพลังงาน นายประพนธ์กล่าวว่า พพ.ได้ส่งเสริมโครงการที่เป็นประโยชน์ แบ่งเป็น 2 ระดับ ภายใต้งบประมาณปี 2560 วงเงิน 87 ล้านบาท ได้แก่ 1.ระดับครัวเรือน สนับสนุนการทำอุปกรณ์อบแห้งสำหรับพืชผลการเกษตร อาทิ การทำโดมที่ใช้เทคโนโลยีโซล่าร์สำหรับอบแห้งผลิตภัณฑ์การเกษตร อาทิ ลำไยอบแห้ง พริกอบแห้ง และกล้วยตาก เพราะการอบแห้งทำให้ผลิตภัณฑ์ออกมามีผิวสวย น่ารับประทาน สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าการตากแห้งแบบเดิมถึง 10 เท่า พพ.ได้รับงบประมาณมาดำเนินการแล้ว 19 ล้านบาท โดยจะคัดเลือกผู้ร่วมโครงการ 50 ราย โดย พพ.จะให้เงินสนับสนุน 35% ของต้นทุนทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 65% ผู้ร่วมโครงการจะออกเอง ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดหลักเกณฑ์การรับสมัครผู้ร่วมโครงการ ส่วนระดับที่ 2 คือ ระดั
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลายคนคิดว่า ใช้กับคนบางกลุ่ม ไม่เหมาะกับโลกของธุรกิจ แต่ฟังปาฐกถาของ “ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” คณะกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา เรื่อง “การประยุกต์ใช้ในการจัดการเศรษฐกิจมหภาค และในการดำเนินธุรกิจ” โดยกระทรวงต่างการประเทศ สาระที่น่าสนใจดังนี้ ปี 2540 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ประเทศไทยถูกโจมตีจากนักเก็งกำไร เงินบาทอ่อนค่าจนต้องปล่อยให้ลอยตัว มีผลให้ไทย ต้องก้าวสู่วิกฤตทางการเงิน ซึ่งกระทบเศรษฐกิจอย่างรุนแรงที่สุด.. ภายหลังวิกฤตในปี 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อ 4 ธ.ค. 2540 เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” ความตอนหนึ่งว่า “…การเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ อยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินหมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ให้มีพอเพียงกับตนเอง…” “การกู้เงินนำมาใช้ในสิ่งที่ไม่ทำรายได้นั้นไม่ดี อันนี้เป็นข้อสำคัญ เพราะว่าถ้ากู้เงินและทำให้มีรายได้ เท่ากับว่าใช้หนี้ได้ ไม่ต้องติดหนี้ไม่ต้องเดือดร้อน ไม่ต้องเสียเกียรติ กู้เงินนั้น เงินจะต้องเกิดประโยชน์ มิใช่กู้สำหรับไปเล่น ไปทำอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์” แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระราชดำรัสเ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า ทุกเช้าของทุกๆวัน บริเวณสี่แยกป่าหมาก ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง บรรยากาศหอมตลบอบอวลของกลิ่นข้าวหลาม ที่ครอบครัวและเครือญาติพี่น้องของหนุ่มใหญ่เมืองตรัง ทำการหลามกันใหม่ ๆ ทำให้ผู้คนที่ขับรถผ่านไปผ่านมาต้องแวะซื้อไปชิม ลิ้มลอง และเป็นของฝากกันอย่างไม่ขาดสาย ในวันปกติจะหลามประมาณวันละ 200 กระบอก แต่หากเป็นช่วงเทศกาลจะหลามเพิ่มเป็น 2-3 เท่าตัว และจะขายหมดทุกวัน นายเพียร เมืองไทย หรือ โกเม่น อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/7 หมู่ 4 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง เจ้าของ ข้าวหลาม OTOPโกเม่นเจ้าเก่า สี่แยกป่าหมาก ได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้ประกอบอาชีพกรีดยางพารา ต่อมายางพาราราคาตกต่ำ จึงหันมาประกอบอาชีพทำข้าวหลามขาย ซึ่งตอนแรกก็ไม่มั่นใจมากนักว่าจะประคับประคองอาชีพนี้ได้นานแค่ไหน ตนเองและครอบครัวได้ยึดอาชีพทำข้าวหลามมาเรื่อย ๆ และเห็นว่าอาชีพขายข้าวหลามอยู่ได้ สามารถสร้างรายได้ดีกว่าทำสวนยางพารา จึงทำเรื่อยมาเป็นเวลา 10 กว่าปี แล้ว วัตถุดิบต่าง ๆ เช่น ไม้ไผ่ จะใช้ไม่ไผ่สีสุก ไผ่หวาน ซึ่งต้องเดินทางไปซื้อที่จังหวัดพัทลุงและสงขลา เนื่องจากจังหวัดตรังมีไม้ไผ่ไม่เพียงพอ ก
มีท่านผู้อ่านจำนวนไม่น้อยที่ยังคิดว่าไผ่มีไม่กี่สายพันธุ์ หรือหลายท่านยังปักใจเชื่อว่าไผ่ก็มีลักษณะเหมือนกัน แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะเมื่อนักวิชาการหรือผู้คร่ำหวอดกับไผ่ อย่าง รศ. ธัญพิสิษฐ์ พวงจิก จากภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ศูนย์รังสิต) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านไผ่มายาวนาน แล้วยังตระเวนศึกษาสายพันธุ์ไผ่หลายชนิดทั่วประเทศ จึงพบว่าในประเทศไทยมีสายพันธุ์จำนวนมาก แล้วในเนื้อหาการสัมมนาครั้งที่แล้ว อาจารย์ธัญพิสิษฐ์ ยังสรุปสายพันธุ์ไผ่หลักให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น สำหรับเนื้อหาการสัมมนาในตอนนี้เป็นการลงลึกเพื่อค้นหาว่าไผ่พันธุ์ใดเหมาะกับการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อะไร โดยเฉพาะที่กำลังได้รับความสนใจในเรื่องการนำนวัตกรรมมาแปรรูปไผ่เป็นผลิตภัณฑ์น้ำไผ่ ทั้งนี้ คุณประสาน สุขสุทธิ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว ซึ่งท่านนี้ได้ศึกษาเรื่องความเป็นมา-เป็นไปของไผ่มาอย่างลึกซึ้ง แล้วได้ออกไปส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกเพื่อให้เกิดความเหมาะสมถูกต้อง จนในที่สุดได้มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์น้ำไผ่เป็นของตัวเอง และจากนี้ไปฟังเนื้อหารา
หากท่านเป็นผู้โดยสารขาประจำของสายการบินไทย คงเคยพบเห็นกล้วยตากที่บรรจุในห่อฟอยล์สำหรับไว้แจกเป็นของว่างบนเครื่องบินกันมาบ้าง คงคิดว่าเป็นสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทแบรนด์ดัง แต่แท้จริงแล้วผลิตภัณฑ์ชนิดนี้เป็นฝีมือของชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในจังหวัดราชบุรีนี่เอง จึงมีหลายคนคงสงสัยว่า ทำไม ชาวบ้านกลุ่มนี้จึงสามารถผลิตของว่างบนเครื่องบินได้ “วิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา” เป็นการค่อยๆ รวมตัวของชาวบ้านที่เริ่มต้นจากการหาอาชีพเสริมด้วยการทำน้ำพริก ทำขนมไทย และเพาะเห็ด รวมถึงยังนำเห็ดที่เพาะแล้วมาต่อยอด เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากเห็ดหลายชนิด ได้แก่ น้ำพริกเผาเห็ด, แหนมเห็ด, กะหรี่ปั๊บเห็ด และล่าสุดคือ น้ำเห็ดสามอย่าง ด้วยเป็นกลุ่มวิสาหกิจที่มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพสูง มีการบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์และคุ้มค่า จึงได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 กลุ่มวิสาหกิจทั่วประเทศ เพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือ กล้วยตาก ส่งสายการบินไทย คุณคะนอง โปรักษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา เปิดเผยว่า การผลิตกล้วยตากเกิดจากแนวคิดต่อยอดจากการแปรรูปเห็ด เนื่องจากได้รับการสนับสนุนห้องอบ
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม บ้านนาทุ่งใหญ่ หมู่ 1 ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ชาวบ้านมีอาชีพหลักคือทำนา สามารถทำได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องมีการหาอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านระหว่างว่างเว้นการทำนาทำไร่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทอผ้าที่มีการสืบทอดต่อๆ กันมาหลายชั่วอายุคน หรืออาชีพอื่นๆ ที่ทางรัฐบาลให้งบสนับสนุนส่งเสริมลงไปในพื้นที่ แต่ก็ไม่จีรังยั่งยืน โดยเฉพาะการทอผ้าลายพื้นถิ่นของคนตำบลนครชุมที่กว่าจะผลิตออกมาได้แต่ละผืน ไม่สามารถจำหน่ายได้เพราะไร้ช่องทางการตลาด บรรดาผู้สูงอายุและวัยกลางคนแทบจะเลิกอาชีพการทอผ้าเพื่อจำหน่ายกันไปแล้ว ที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นการทอผ้าเก็บไว้เพื่อนำเสนอให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวชมในหมู่บ้านเท่านั้น ปัจจุบันชาวบ้านนาทุ่งใหญ่ต่างเริ่มหันมาทำไม้กวาดดอกหญ้าเพื่อจำหน่ายกันเป็นส่วนใหญ่เพราะมีรายได้ที่สามารถจับต้องได้โดยเฉลี่ยต่อคนได้ไม่ต่ำกว่า 200-300 บาท นายกองสี รัตนโค้น อายุ 67 ปี ประธานกลุ่มไม้กวาดดอกหญ้าบ้านนาทุ่งใหญ่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันชาวบ้านนาทุ่งใหญ่หันมาทำไม้กวาดดอกหญ้าเพื่อจำหน่าย โดยขณะนี้มีสมาชิกในหมู่บ้านทั้งหมด 45 คน และหมู่บ้านอื่นๆ ใน ต.น
เผยผลงานวิจัย 4 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อสุขภาพผิว ระดับพรีเมี่ยม ผลิตจากน้ำมันดักแด้ไหมและไฟโบรอินไฮโดรไลเสท กันแดดได้สุดยอด หวังส่งเสริมเอกชนต่อยอดผลิตเชิงการค้า คุณสมหญิง ชูประยูร ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมการผลิตและจัดการการผลิตหม่อนไหม กรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม และสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกันศึกษาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ ไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านและพันธุ์ไทยลูกผสมจากน้ำมันดักแด้ไหมและไฟโบรอินไฮโดรไลเสท โดยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อสุขภาพผิว จำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โลชั่นบำรุงผิว ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน หรือไนท์ครีม (Night Cream) ครีมบำรุงมือ และลิปกลอส ซึ่งได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว ถือเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางระดับพรีเมี่ยม ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางใหม่ 4 ชนิด มีจุดเด่น คือ สามารถดูดซับน้ำ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น บำรุงผิวพรรณให้นุ่มขึ้น เนียนเรียบ ชะลอการเกิดรอยเหี่ยวย่น ช่วยปรับสภาพผิวและลดปัญหาหมองคล้ำของผิวได้ คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดคือ คุณภาพการกันแดด เครื่อง
สับปะรด จัดเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพอีกชนิดหนึ่ง หากท่านลองหาข้อมูลประโยชน์ของสับปะรดแล้วจะพบว่ามีอยู่หลากหลายประการ แต่ดูเหมือนกว่าจะได้รับประทานสับปะรดสักชิ้นคงเป็นเรื่องไม่ง่าย ดังนั้น ผู้บริโภคจึงนิยมรับประทานสับปะรดที่พ่อค้าหั่นเสร็จสรรพ เพื่อทำให้เกิดความสะดวกต่อการรับประทาน “ภูแล” เป็นชื่อพันธุ์สับปะรดที่โด่งดังของทางจังหวัดเชียงราย ถึงวันนี้หลายคนคงรู้จักชื่อเสียงของสับปะรดภูแลเป็นอย่างดี และด้วยความที่มีผลขนาดเล็ก เนื้อสีเหลืองทอง กลิ่นหอม แกนสับปะรดกรอบรับประทานได้ มีรสชาติหวานปานกลาง จึงเป็นที่นิยมรับประทานกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะผลที่มีขนาดเล็กมาก เวลาปอกเปลือกมักนิยมเหลือก้านผลไว้ถือรับประทานได้อย่างสะดวก ตลาดพระราม 5 ตั้งอยู่ริมถนนนครอินทร์ นับเป็นตลาดสดขนาดใหญ่ที่มีสินค้าจำหน่ายทุกชนิด ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง ของใช้ และบริการอื่น ซึ่งที่นั่นมีร้านหั่นสับปะรดภูแลขายอยู่ด้วย คุณจุ่น เป็นพ่อค้าร้านสับปะรดภูแลที่ขายมาพร้อมกับการตั้งต้นของตลาดแห่งนี้ เขาเป็นคนจังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบัน ทำงานประจำอยู่ที่สวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน) หลังจากเลิกงานในทุกวัน หรือวันหยุดจะมาช่วยครอบครัวขายสับป
เรียบร้อยไปแล้วสำหรับการประกาศผลและพิธีมอบรางวัลนวัตกรรม เนื่องใน “วันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๙” เพื่อเชิดชูเกียรติแก่นวัตกรไทยที่สามารถพัฒนานวัตกรรมจนประสบความสำเร็จ ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปีนี้แบ่งรางวัลออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม รางวัล Inspirational Innovator รางวัล Startup of the year รางวัล Total Innovation Management รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย และรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย โดยผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภท ดังนี้ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ ผลงานนวัตกรรม ไข่ออกแบบได้ บริษัท คลีน กรีนเทค จำกัด ด้านสังคม ได้แก่ ผลงานนวัตกรรม การพัฒนาโพรไบโอติกแลกโตแบซิลลัสพาราเคซิอิเอสดีหนึ่งเพื่อใช้ป้องกันฟันผุ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม สาขา Food Design ได้แก่ แป้งเบเกอรี่สำเร็จรูปปราศจากกลูเต็น บริษั
ไทยไฟเขียวนำเข้า “มะม่วงแก้วขมิ้น” กัมพูชา หวังป้อนโรงงานแปรรูปแช่แข็งส่งออก-บริโภคผลสดในประเทศพุ่งเท่าตัว ด้านผู้นำเข้าชายแดนฝั่งเมืองจันท์-ตราด-สระแก้ว-สุรินทร์ สบช่องเร่งปรับตัวจดทะเบียน สร้างโรงพักคัดแยกสินค้า จ่อนำเข้าให้ทันรับฤดูกาลผลิตตุลาคมนี้ หวั่นทำใบรับรองสุขอนามัยพืช-ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าฝั่งกัมพูชาไม่พร้อม เผยนายหน้าหัวใสโขกค่าดำเนินการสูงเฉียด 3 หมื่นบาท/วัน ไทยอนุญาตนำเข้ามะม่วงกัมพูชา นายสุทัศน์ แก้วสะอาด หัวหน้าด่านตรวจพืชจันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้ลงนามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำเข้าผลมะม่วงสดจากราชอาณาจักรกัมพูชา พ.ศ. 2559 อนุญาตให้นำมะม่วงสดหรือมะม่วงแก้วขมิ้นจากกัมพูชาได้ภายใต้การดูแลของกรมวิชาการเกษตรของไทย และองค์กรอารักขาพืช (NPPO) ของกัมพูชา ประกาศฉบับนี้ทำให้สามารถนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้นจากประเทศกัมพูชาได้ทุกช่องทางชายแดนที่ติดต่อกับกัมพูชาทั้ง4จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด โดยผู้นำเข้าจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการนำเข้าและส่งออก คือ 1
