แปรรูปสินค้าเกษตร
วันนี้ ธ.ก.ส. โอนเงินตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ไร่ละพัน) ปีการผลิต 2566/67 เป็นรอบที่ 6 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนกว่า 1.9 หมื่นครัวเรือน เป็นเงินกว่า 121 ล้านบาท นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า วันนี้ ธ.ก.ส. ได้โอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต รอบที่ 6 จำนวน 1.9 หมื่นครัวเรือน เป็นเงิน 121 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 กรอบวงเงินรวม 54,336 ล้านบาท ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาท เป้าหมายเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 4.68 ล้านครัวเรือน โดยเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงมาแล้ว จำนวน 5 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2566 รอบที่ 2 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 รอบที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 รอบที่ 4 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 และรอบที่ 5 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 โดยการโอนเงินดังกล่าว สามารถให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้แล้วถึง 4.64 ล้านครัวเรือน
ผ่านช่วงเวลาเฉลิมฉลองปีใหม่กันไปแล้ว หลังจากนี้คือการมุ่งมั่นทำงานหาเงินเลี้ยงชีพกันต่อ ซึ่งในส่วนของภาคการเกษตรปีนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ คุณอภิวัฒน์ สุขพันธ์ ผู้อำนวยการสายงานบริหารพื้นที่ ตลาดสี่มุมเมือง เพื่อนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาเผยแพร่สู่กันฟัง โดยมุ่งประเด็นไปที่เทรนด์สินค้าเกษตรในปี 2024 มาเป็นของขวัญให้พี่น้องเกษตรกรทุกท่านได้มีแนวทางในการปรับตัว ตั้งรับ และมองเห็นช่องทางในการสร้างรายได้มากยิ่งขึ้น หากถามถึงเรื่องของเทรนด์สินค้าเกษตรปีนี้ว่า สินค้าเกษตรแบบไหน ที่กำลังเป็นกระแส เชื่อว่าหลายคนคงพุ่งเป้าไปที่สินค้าประเภท ผัก ผลไม้ หรือของสดกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหลายคนคาดการณ์ผิด โดยคุณอภิวัฒน์ สุขพันธ์ ผู้อำนวยการสายงานบริหารพื้นที่ ตลาดสี่มุมเมือง ได้ให้ข้อมูลในแง่ของเทรนด์สินค้าเกษตรมาแรงในปี 2024 ว่า ถ้าถามถึงเทรนด์ของสินค้าเกษตรในปีนี้ และปีต่อๆ ไปก็ต้องมองในเรื่องของผู้บริโภคเป็นสำคัญ คือ ณ ปัจจุบันนี้ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยในอาหารมากขึ้น และมาประกอบกับช่วงที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ยิ่งส่งผลให้กระแสรักสุขภาพรับประทานอาห
อบแห้ง เป็นหนึ่งในแนวทางถนอมอาหารในอีกหลายวิธี เช่น การตากแดดอย่างกล้วยตาก หรือผลไม้กวน เพื่อต้องการเก็บไว้ทานได้นานขึ้น โดยยังคงรักษาคุณภาพกลิ่น สี และรสหวานตามธรรมชาติไว้ เพียงแต่มีปริมาณน้ำตาลที่ต่ำกว่าผลไม้สด จึงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้คนทุกเพศวัย หรือผู้ป่วยเบาหวาน แบรนด์ “เกวียนทอง” ผลิตผลไม้แปรรูปอบแห้งหลายชนิดที่ปลูกในพื้นที่ทางภาคเหนือ โดยผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดได้คิดค้นสูตรส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เข้าสู่กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด ผ่านการรับรองคุณภาพ ความปลอดภัย ส่งขายตลาดในและต่างประเทศ คุณเหนือสุชา สีห์นราสถาพร หรือ คุณหล้า เจ้าของแบรนด์ บอกถึงที่มาว่า ครอบครัวเป็นชาวสวนลำไย ตั้งแต่เด็กลำไยที่ครอบครัวปลูกเป็นอาชีพสร้างรายได้ประสบปัญหาราคาตกต่ำอยู่เป็นประจำและเป็นระยะเวลายาวนาน จึงหาทางแก้ไขด้วยการนำมาแปรรูปอบแห้งเหมือนจังหวัดลำพูนที่ประสบความสำเร็จแปรรูปอบแห้งเป็นลำไยสีทอง เส้นทางสู่ธุรกิจเริ่มต้นขึ้นในปี 2547 มีโอท็อปเข้ามาในชุมชน ซึ่งในพื้นที่มีเพียงคุณหล้ารายเดียวที่แปรรูปอบแห้งลำไย ดังนั้น ทางอำเภอจึงได้ส่งเสริม สนับสนุน ให้คว
องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจหลักสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรด้านการจัดการตลาดสินค้าเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูป พัฒนาธุรกิจของ อ.ต.ก. ให้มีความพร้อมต่อการแข่งขัน โดยสร้างภาคีเครือข่ายร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในการจัดหาและจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ วัสดุการเกษตรในราคาที่เป็นธรรม เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร ดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายวัสดุการเกษตร ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค จากแผนกลยุทธ์การตลาด อ.ต.ก. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร ส่งเสริม สนับสนุนเกษตรกรด้านช่องทางการตลาดสินค้าเกษตร และขับเคลื่อนตามแผนแม่บทพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร พ.ศ. 2564-2568 เพิ่มรายได้จากการดำเนินธุรกิจตลาดสินค้าเกษตร โดยแบ่งแผนเป็น 3 รูปแบบด้วยกัน คือ 1. การจัด Marketplace ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ในรูปแบบเป็นศูนย์แสดงสินค้าคุณภาพสูง คัดสรรสินค้ามาตรฐานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำมาต่อยอดสร้างแบรนด์ร่วมขึ้นมา 2. ก
วิสาหกิจชุมชนสนธิวัฒน์ ตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ นำหอยนางรมสัตว์น้ำเศรษฐกิจของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาผลิตเป็นน้ำพริกชูเป็นจุดขาย เกิดเป็น “น้ำพริกเผาหอยนางรม” รายแรก พร้อมการันตีคุณภาพ มาตรฐานและความปลอดภัยด้วย OTOP 5 ดาว และ อย. คุณเบญจนาฎ คงเจริญ หรือ คุณบัว ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสนธิวัฒน์ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสนธิวัฒน์ เกิดขึ้นมานานกว่า 30 ปี โดยมารดาของตนเองคือ คุณแม่วิมล เริ่มจัดตั้งแล้วชักชวนแม่บ้านในพื้นที่ที่มีความสามารถในการทำน้ำพริกร่วมกันผลิตน้ำพริกขายแล้วนำหอยนางรมที่เป็นอาหารทะเลเด่นของจังหวัดมาผสมเพื่อสร้างความต่างจากน้ำพริกชนิดอื่น ชูเป็นเอกลักษณ์เด่นของผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่าของน้ำพริก ช่วยสร้างยอดขาย และรายได้ให้กับชาวบ้าน คุณบัว เล่าว่า ในช่วงแรกที่นำหอยนางรมมาเข้ากระบวนการแปรรูปน้ำพริกซึ่งยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน จึงลองผิดลองถูกอยู่นานกว่าส่วนผสมทุกอย่างจะลงตัวได้รสชาติตามที่ต้องการ จากนั้นเริ่มวางขายตามงานในชุมชนหลายแห่ง ขายแบบตักใส่ถุง เมื่อขายดีจึงค่อยปรับใส่กระปุกแปะฉลากแบบง่ายๆ เพื่อให้รู้แหล่งที่มา ภายหลังที่คุณบัวเข้ามารับช่วงต่อจากคุณแม่วิมล จึงวางแผน
ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่มะขามเปรี้ยวสุก ทุกวันนี้มะขามเปรี้ยวไม่ค่อยพบบ่อยนัก ในช่วงที่มะนาวแพง ดังนั้น ในแต่ละครัวเรือนจึงนิยมใช้มะขามเปียกแทนมะนาวเพื่อให้รสเปรี้ยว ฉะนั้นการที่จะถนอมอาหารให้มีมะขามเปียกไว้ปรุงรสในครัวเรือนได้นานๆ คุณเดือน เหลาประเสริฐ ที่อยู่ 18 หมู่ที่ 2 บ้านกงกลาง ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากที่เก็บมะขามเปรี้ยวสุกมาแล้ว ต้องแกะเปลือกและเส้นใยออกทั้งหมดแล้วนำไปตากแดดประมาณ 3 วัน นำไปตากให้แห้งเพื่อที่จะแกะเมล็ดง่ายเพราะถ้ามะขามไม่แห้งจะแกะยาก ระยะเวลาการเก็บ มะขามเปียกจะเก็บไว้ปรุงรสได้เป็นปี หลังจากที่แกะเมล็ดออกแล้วก็จะนำมาปั้นเป็นก้อนขนาดเท่ากำปั้นแล้วนำไปแช่เก็บไว้ในตู้เย็น เพราะหากเก็บไว้ด้านนอกมะขามจะดำ คุณเดือน บอกว่า มะขามเปียกในตลาดจะขายกิโลกรัมละ 40 บาท (ยังไม่แกะเมล็ด) แต่ถ้าแกะเมล็ดออกแล้วจะมีราคาแพงกว่านั้น (ราคาก้อนละ 20 บาท ถ้าแกะเมล็ดแล้ว) มะขามเปียกจะใช้ปรุงเวลาทำต้มยำ น้ำจิ้มลูกชิ้น ใส่ต้ม แกงต่างๆ จะช่วยประหยัดเรื่องค่าใช้จ่ายโดยใช้แทนมะนาวในช่วงมะนาวแพง เวลาจะนำมาปรุงอาหารจะใส่น้ำร้อนหรือผสมน้ำอุ่น ห
“หอยเชอรี่สีทอง” สัตว์เศรษฐกิจยอดฮิต เลี้ยงอย่างไรให้อยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น คุณศิริวัฒน์ ซุยกระเดื่อง อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 249 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น อดีตพนักงานประจำ ผันตัวเป็นเกษตรกร นำประสบการณ์จากที่เคยไปทำงานที่ต่างประเทศมาประยุกต์ใช้พัฒนางานในสวน เน้นให้ความสำคัญกับเวลาในการทำงาน รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นเครื่องทุ่นแรง คุณศิริวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะผันตนเองมาเป็นเกษตรกร เคยทำงานเป็นพนักงานประจำมาก่อน จากนั้นได้ลาออกจากงานประจำเพื่อไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานด้านการเกษตรที่เกาหลีใต้เป็นเวลากว่า 3 ปี ทำให้เห็นว่าภาคเกษตรกรรมของต่างประเทศจะเน้นให้ความสำคัญกับเวลา และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการภายในสวนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จะมีการจ้างแรงงานคนที่น้อยมาก โดยพื้นที่การทำเกษตรจำนวน 10-20 ไร่ ใช้เพียงแรงงาน 2 คนในการดูแล แต่ได้ประสิทธิภาพสูง ซึ่งตนเองก็ได้เก็บเกี่ยวนำเอาสิ่งที่ได้ไปเรียนรู้ และได้ไปสัมผัสมาประยุกต์ใช้กับการทำเกษตรที่บ้านได้เป็นอย่างดี โดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนไร่อ้อยของพ่อแม่ มาทำเกษตรผสมผสาน ทำนาปลูกข้าวไว้กินเอง เลี้ย
เมื่อพูดถึงจังหวัดสระบุรี ผู้อ่านหลายท่านคงจะนึกถึงของเด่น ของดี ของฝากขึ้นชื่ออย่างกะหรี่ปั๊บและอีกมายมาย แต่อีกหนึ่งของดี หากได้เดินทางไปที่ตลาดนัดร่มโพธิ์ สี่แยกเสาไห้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี คงต้องได้ “ปลาร้าลอย” อาหารพื้นบ้านที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างช้านาน ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันอย่างแน่นอน สำหรับผู้อ่านท่านใดที่เป็นชื่นชอบปลาร้า น้ำพริกนานาชนิดและผักต้ม เมื่อมีโอกาสได้มาแวะเดินตลาดนัดร่มโพธิ์ สี่แยกเสาไห้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี คงต้องห้ามพลาด ร้านปลาร้าลอยลุงอ๊อด ที่ใครมาถึงตลาดนัดร่มโพธิ์ จำเป็นต้องได้รับประทานเมนูปลาร้าลอยปลาดุก หากได้ลิ้มลองรสชาติ รับรองติดใจ ไม่เช่นนั้นถือว่ามาไม่ถึงที่ ครั้งเดินทางไปถึงหน้าร้าน สายตาต้องสะดุดกับแผงด้านหน้า ที่ถูกจัดรายล้อมด้วยน้ำพริกรสเด็ดพื้นบ้านที่คุ้นเคย ทั้งน้ำพริกตาแดง น้ำพริกปลาร้า และน้ำพริกพื้นบ้านนานาชนิด ผักต้มสดๆ พร้อมเสิร์ฟ และเครื่องเคียงจำนวนมากให้ลูกค้าได้เลือกสรร จำหน่ายในราคาที่สบายกระเป๋า สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือกลิ่นความนัวและความหอมของน้ำปลาร้าลอยที่ถูกต้มลงในหม้อเบอร์ใหญ่กำลังเดือดปุดๆ ด้วยความร้อนจากไฟ น้ำปลาร้าถูก
อัตลักษณ์ที่โดดเด่นของน้ำตาลดอกมะพร้าวจากแบรนด์ “Hom Prao” คือ ผลิตจากมะพร้าวทับสะแก ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดินแดนที่อุดมไปด้วยมะพร้าวพันธุ์ดีที่สุดของประเทศแห่งหนึ่ง คุณดาวิด สุระเสรี หรือ คุณอาร์ม เจ้าของแบรนด์ Hom Prao (หอมพร้าว) อยู่บ้านเลขที่ 175/12 หมู่ที่ 5 บ้านหินเทิน ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทิ้งเงินเดือนหลักแสน กลับบ้านเกิด ปั้นแบรนด์ “Hom Prao” ตามสโลแกน “เพิ่มหวานได้ไม่ต้องเบาหวาน” ด้วย หอมพร้าว น้ำตาลดอกมะพร้าวแท้ เอกลักษณ์ทับสะแก สร้างรายได้สู่ชุมชน เตรียมเส้นทางพร้อมโกอินเตอร์ คุณอาร์ม เล่าให้ฟังว่า แบรนด์หอมพร้าวเกิดขึ้นมาเป็นเวลาประมาณ 2 ปี หากย้อนไปสมัยก่อนตนเองเคยทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากพอสมควร ซึ่งเงินเดือนที่รับในตอนนั้นเป็นเงินหลักแสน แต่ต้องประสบกับปัญหาสุขภาพ จำเป็นต้องกลับมาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน และลาออกจากงานประจำในที่สุด โดยขณะนั้นก็ยังมองไม่เห็นช่องทางในการประกอบอาชีพหลังจากลาออกจากงานประจำ แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์หอมพร้าว “ตอนนั้นพี่นอนพัก
คุณสุภร พรมจิตร์ หรือ พี่สุ เล่าให้เราฟังว่า ชุมชนชาวบ้านโต๊ะเมืองเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก มีประกอบอาชีพทางการเกษตรคือการทำสวนยางพาราเป็นอาชีพหลัก เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ภาวะเศรษฐกิจไม่ดีราคายางพาราตกต่ำ และได้มีการร่วมกันหาแนวทางตอนนั้นมีสมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งเห็นการทำผ้าบาติกจากที่อื่น จึงเกิดความสนใจและกลับมาพูดคุยกันของสมาชิกว่ามีความสนใจและความต้องการที่จะดำเนินการในการทำผ้าบาติกเพื่อพัฒนาอาชีพนอกจากการทำสวนยางซึ่งยังมีเวลาในช่วงบ่ายที่จะสามารถหาอาชีพเสริมได้ โดย กศน.อำเภอกันตังได้จัดหาบุคลากรเพื่อมาสอนการทำผ้าบาติกให้กับกลุ่มเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2546 ในขณะนั้นกลุ่มมีสมาชิกทั้งหมด 15 คน ได้เกิดการเรียนรู้ และนำมาผสมผสานด้านภูมิปัญญาของชาวบ้านในการประดิษฐ์ผ้าบาติก จนมีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง และจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินกิจกรรมมาจนถึงปัจจุบันและมีการพัฒนาตนเองมาอย่างต่อเนื่อง “บาติกบ้านโต๊ะเมือง” มาจาก “โต๊ะ” เป็นคำสรรพนามของผู้อาวุโสของชุมชนมุสลิมทางภาคใต้ หมายถึง “ตา หรือ ปู่” ส่วนคำว่า “เมือง” เป็นชื่อบุคคลผู้เป็นต้นบรรพบุรุษของหมู่บ้าน โต๊ะเมือง “บาติก” เป็นชื่อผ้าขาวที่นำมาเขีย
