แปรรูปสินค้าเกษตร
ภายใต้เงาร่มไม้ใหญ่บนเนื้อที่กว่า 250 ตารางวา ย่านใจกลางทองหล่อ ถูกเนรมิตรเป็นพื้นที่สีเขียว ให้เป็นที่ตั้ง ของร้าน“Patom Organic Living” จำหน่ายสินค้าออร์แกนิก ประเภท อาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์แปรรูปสกินแคร์ ชนิดต่างๆ ภายใต้ แบรนด์ “Patom” ที่รับวัตถุดิบอินทรีย์ตรงจากเกษตรกรเครือข่าย สามพรานโมเดล ใน จ.นครปฐม และพื้นที่ใกล้เคียง คาเฟ่แห่งนี้เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 แต่ด้วยความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร ทั้งตัวผลิตภัณฑ์ และบรรยากาศของร้านที่ถูกออกแบบให้เป็นกล่องกระจกสี่เหลี่ยมทำจากไม้เก่าของสวนสามพราน ตั้งไว้ท่ามกลางร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ใจกลางทองหล่อ ทำให้กระแสตอบรับดีเกินคาด โดยเฉพาะวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน ที่นี่บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะทางร้านได้จัดกิจกรรมพิเศษขึ้น ภายใต้ชื่อ Organic Farmers’ Market เชื่อมโยงอาหารอินทรีย์สู่ผู้บริโภค โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อนัฆ นวราช ผู้บริหารทั่วไป โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ และ Patom Organic Living พาย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ก่อน Patom จะเกิดขึ้น เขาเล่าว่า คุณอรุษ นวรา
ส้มตำ เมนูยอดฮิตของไทย มีขายทุกภาคของประเทศ หรือจะกล่าวได้ว่า ทุกชุมชน มีตั้งแต่ร้านในตรอก ซอก ซอย กระทั่ง เป็นหนึ่งในเมนู ของโรงแรมห้าดาว ด้วยลักษณะพิเศษ ของรสชาติ คุณค่าทางอาหาร ทำให้คนกินส้มตำกันได้เรื่อยๆ ทั้งนี้ วัตถุดิบหลักของส้มตำก็คือ มะละกอ ดังนั้น มะละกอ จึงเป็นพืชที่มีตลาดใหญ่รองรับแน่ๆ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่สำรวจตลาดเทศบาลเมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พบร้านค้าที่ขายมะละกอสับ อย่างเป็นล่ำเป็นสันถึง 2 ร้าน ในตลาดเดียวกัน และเมื่อได้เข้าไปพูดคุย ก็ทำเอาอึ้งกันเลยทีเดียว ด้วยยอดขายที่สูงถึงวันละ 800 กิโลกรัมต่อวัน ที่สำคัญ เป็น 800 กิโลกรัม ที่หมุนเวียนอยู่เฉพาะที่อำเภอเมือง เท่านั้นเอง มะละกอสับ สำเร็จรูป เป็นอีกหนึ่งสินค้า ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้เป็นอย่างดี ด้วยว่า ซื้อแล้ว นำไปลงครก ทำส้มตำขายได้เลย ไม่ต้องมานั่งปอกเปลือก และสับ ให้เสียเวลา ร้านแรก เป็นร้านของ คุณลอน หาเนาสุข โดยมีคุณตั้ม หนึ่งในทีมงาน ให้ข้อมูลกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ขายมานานนับสิบปีแล้ว ในแต่ละวัน ใช้มะละกอ มากถึง 800 กิโลกรัม (มะละกอก่อนสับ) โดยเทียบให้ฟังว่า มะล
คุณภานุศักดิ์ สายพานิช ประธานกลุ่มทุเรียนเอ็กโซทีค (EXOTIQ ) เล่าว่า ทุเรียน EXOTIQ เป็นแบรนด์ทุเรียนเกรดพรีเมี่ยมที่ได้มีการจดทะเบียนชื่อบริษัท Exotique Durian มีตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นระดับภัตตาคารระดับไฮเอนด์ในเซี่ยงไฮ้ ในไทยที่ห้างพารากอน เดอะมอลล์ เอ็มควอเทียร์ ทำมา 3 ปี แล้วเริ่มจากการได้รับคำแนะนำให้ทำทุเรียนคุณภาพของจังหวัดจันทบุรี จึงใช้ที่ดินสวนทุเรียนของมรดกรุ่นคุณปู่ที่ปล่อยทิ้ง และมารู้จักกับเพื่อนที่ชอบทำทุเรียนคุณภาพด้วยกัน จึงรวมกลุ่มเพื่อนๆ 5 คน จัดตั้งกลุ่มทุเรียนเอ็กโซทีคทำการศึกษาวิจัยในแปลงทดลองของกลุ่ม มีเป้าหมายผลิตทุเรียนคุณภาพสูงและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ขณะนี้มีทุเรียนมากกว่า 10,000 ต้น พื้นที่ผลิตมากกว่า 1,500 ไร่ แต่นำมาทำทุเรียนเกรดพรีเมี่ยมได้ไม่เกิน 50 ต้น และต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าทุเรียนทั่วไป 10 เท่า “จากแรงบันดาลใจประสบความสำเร็จครั้งแรกที่งาน Thaifex เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ขายได้ลูกละ 1,800 บาท ไม่มีการแพ็กเกจจิ้งใดๆ กลับมาพัฒนาจ้างมืออาชีพมาออกแบบเป็นกล่องไม้แฮนด์เมด พัฒนากระบวนการผลิตและแบ่งเกรดผลผลิตเป็น 4 เกรด จากที่ขายได้ลูกละ 3,600 บาท เป็นการ
ควันหลงจากงาน Thai Tech Expo 2017 ภายใต้แนวคิด : เทคโนโลยีไทย…ก้าวไกลสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่จัดขึ้นโดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ผ่านมา ทำให้ได้รู้จักกับนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับมังคุค ผลไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของไทย “มาร์คลดสิว Acno5”ช่วยแก้ปัญหาสารพัดเรื่องสิว ทั้งสิวเสี้ยน สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด สิวหัวเปิด รวมทั้งช่วยผลัดเซลล์ผิว สำหรับสาวๆ ที่มีผิวแห้ง ผิวลอกเป็นขุย ให้กลับมานุ่มชุ่มชื่น ที่สำคัญเหมาะสำหรับสาวผิวแพ้ง่าย เพราะมีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ 100% โดยส่วนผสมหลักอย่าง อย่างสารแซนโทน (Xanthone)ในสารสกัดบริสุทธิ์จากเปลือกมังคุด นั้นมีสรรพคุณทางการแพทย์ในเรื่องของ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ “มาร์คลดสิว Acno5” จึงเป็นผลงานการวิจัยที่ประสบผลสำเร็จ เกิดจากการค้นคว้าและพัฒนาการเพิ่มมูลค่าผลผลิตผลทางการเกษตรร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้รับการยอมรับจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งในแวดวงของนวัตกรรมงานวิจัยสารสกัดทราบกันเป็นอย่างดีว่าเจ้าสารแซนโทน มีราคาสูงมากตกกิโลกรัมละเกินหลัก1ล้านบาท “มาร์คลดสิว Acno5” จึงเป็นมาร์ค รักษาสิว เจ้าแรกของเมืองไทย
เมื่อเร็วๆ นี้ เซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์, หอการค้าจังหวัดลำปาง, สมาคมการค้าปลีก และ เอสเอ็มอี ทุนไทย จัดงานสัมมนาพิเศษ ในหัวข้อ “สร้างธุรกิจ อย่างคิดต่าง” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย ในหัวข้อ “สร้างธุรกิจ SME ยุค 4.0” โดย คุณวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ขนมหวานวุ้นมะพร้าว “แม่ละมาย” และ คุณพิมพ์มาดา พัฒนปรัชญาพงศ์ เจ้าของธุรกิจคางกุ้งทอดกรอบ “โอคุสโน่-OKUSNO” ร่วมเสวนา คุณวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ขนมหวานวุ้นมะพร้าว “แม่ละมาย” ได้แบ่งปันประสบการณ์การทำงานสู่ธุรกิจร้อยล้านว่า ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน การกินขนมหวานชื่นใจช่วยแก้กระหายได้ดี ขายราคาไม่แพง ทำให้สินค้า“แม่ละมาย” สร้างยอดขายได้ดีต่อเนื่อง ความสำเร็จในวันนี้เกิดขึ้นเพราะได้พันธมิตรที่ดี คือ ร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น อีเลฟเว่น” เป็นช่องทางการตลาดสำคัญและมีนโยบายสนับสนุนความรู้แก่ธุรกิจ เอสเอ็มอี ที่เพิ่งเข้าสู่วงการธุรกิจ “เซเว่น อีเลฟเว่น” เป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำปรึกษาดูแลธุรกิจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การผลิต บรรจุภัณฑ์ และการตลาด สำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ ควรวางเป้าหมาย
วันที่ 14 ต.ค. โลกออนไลน์แชร์ภาพ ร้านขายต้นไม้ ถือโอกาสที่ประชาชนกำลังต้องการหาซื้อ ต้นดาวเรืองมาประดับเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสำคัญ ขึ้นราคาต้นดาวเรืองอย่างสูง บางแห่งขายต้นละ 200 บาท แล้ว โดยภาพดังกล่าว ถูกแชร์ในโลกออนไลน์และมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลายคนมองว่า พ่อค้าไม่ควรฉวยโอกาสนี้ขึ้นราคา
วันที่ 14 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สงขลา ว่า อำเภอทั้ง 15 อำเภอ กำลังเร่งก่อสร้างซุ้มถวายดอกไม้จันทน์และเตาเผาดอกไม้จันทน์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นายไพร พัฒโน นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลนครหาดใหญ่ได้เข้าปรับพื้นที่บริเวณลานวัดหน้าพระปรางค์ เพื่อใช้สำหรับประกอบพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ได้เร่งสร้างซุ้มถวายดอกไม้จันทน์และเตาเผาดอกไม้เพื่อให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 20 ตุลาคม และจะมีการนำดอกดาวเรืองและดอกไม้สีเหลืองมาประดับตกแต่งสถานที่ให้สวยงามสมพระเกียรติที่สุด ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวว่า วัดโคกสมานคุณ จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่จะมีประชาชนมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์กันเป็นจำนวนมาก และในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจะมีการปิดถนนบริเวณโดยรอบของวัดโคกสมานคุณทั้งหมด ผู้สื่อข่าว รายงานว่า พระเมรุมาศจำลองที่สระบัวแหลมสมิหลาได้ก่อสร้างเสร็จ เหลือเฉพาะปรับภูมิทัศน์ประดับต้นดาวเรือง แต่ยังต้องการต้นดาวเรืองอีกจำนวนหนึ่ง ทางจังหวัดได้เชิญชวนประชาชนสนับสนุนต้นดอกดาวเรือง เพื่อตกแต่งพระเมรุมาศจำลอง ส่งมอบต้นดอกดาวเร
“กาแฟอาราบิก้าและชา” นับเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดเชียงราย นอกจากสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรบนพื้นที่สูงแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศตามธรรมชาติให้มีสภาพอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ทุกวันนี้ จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิก้า กว่า 38,000 ไร่ ให้ผลผลิตแล้วกว่า 33,000 ไร่ ปริมาณผลผลิต 4,355 ตัน เมื่อปี 2559 สหภาพยุโรป (EU) ได้ขึ้นทะเบียนรับรองกาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างของจังหวัดเชียงรายเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในระดับสากล จังหวัดเชียงราย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพระราชดำริให้ส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่สูงปลูกกาแฟทดแทนการปลูกฝิ่น ส่งผลให้จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิก้ามากที่สุดในประเทศไทย จังหวัดเชียงราย และกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ได้จัดงาน Chiang Rai Coffee & Tea Festival 2017 ระหว่าง วันที่ 25-27 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย เพื่อสานต่อแนวพระราชดำริเรื่องการส่งเสริมปลูกกาแฟของจังหวัดเชียงรายให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง คณะผู้จัดงาน
ผลจากการดำเนินนโยบายอเมริกันมาก่อน หรือ America First ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการสร้างเงินสร้างงานของคนอเมริกัน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ในการหารือระดับผู้นำ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกดดันให้ไทย “เปิดตลาดนำเข้าเนื้อสุกร” จากสหรัฐ ซึ่งอนุญาตให้สามารถใช้สารเร่งเนื้อแดง โดยสหรัฐอาจอาศัยข้ออ้างว่าใช้ตามมาตรฐานอาหารโลก (CODEX) กำหนดในปริมาณที่เหมาะสม ประเด็นนี้สหรัฐได้พยายามเรียกร้องจากไทยมาเป็นเวลานานหลายปีตามที่ปรากฏในการออกรายงาน National Trade Estimate (NTE) ประจำปีทุก ๆ ปีรวมถึงปีนี้ และประเด็นนี้เคยมีกรณีพิพาทในองค์การการค้าโลก (WTO) ในหลายประเทศ เช่น สหภาพยุโรปและจีน ทำให้บางส่วนเกรงว่าสหรัฐอาจจะกดดันไทยเปิดตลาด โดยเอาเหตุผลนี้มาอ้าง แต่ “ใคร” จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเปิดตลาดหรือไม่เปิด กระทรวงพาณิชย์ชี้ว่าประเด็นที่มีความอ่อนไหวต้องมอง 3 มิติ คือ หากเปิดเสรีอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยง-ผู้จำหน่ายปศุสัตว์ในประเทศ หากเปิดเสรีจริงอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงทำให้แข่งขันไม่ได้ ซึ่งผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงเรื่องนี้มากที่สุดคือหน่วยงานที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับผู้เลี้ยงโดยตรงหมายถึง กระทรวงเกษ
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล รองประธานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน หรือเอฟทีเอ ว็อทช์ (FTA WATCH) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลไทยมีการหารือร่วมกับสหรัฐอเมริกาในการนำเข้าเนื้อหมู ว่า กรณีดังกล่าวสุ่มเสี่ยงมากที่จะนำเข้าเนื้อหมู และเครื่องในสัตว์ที่ปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดงได้ เนื่องจากจริงๆ ในประเทศไทยมีกฎหมายของกรมปศุสัตว์ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เป็นผู้ดูแลห้ามไม่ให้มีสารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสัตว์ ขณะที่สหรัฐอเมริกาอนุญาตให้มีสารเร่งเนื้อแดง เนื่องจากบริบทของคนในประเทศไม่กินเนื้อที่มีไขมัน จึงมีการใส่สารดังกล่าว ซึ่งในปริมาณที่อเมริการะบุว่าปนเปื้อนน้อยในเนื้อ แต่กลับไปพบในเครื่องในสัตว์ ซึ่งพวกเขาไม่กินเครื่องในสัตว์กันอยู่แล้ว ดังนั้น หากนำเข้ามาคนไทยกินหมด ยิ่งเครื่องในสัตว์ก็กิน น.ส.กรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่น่ากังวลมาก คือเมื่อวันก่อนทางกรมเจรจาทางการค้าให้ข้อมูลออกสื่อมวลชนว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องทำตามมาตรฐานโคเด็กซ์ (Codex) เพราะไทยเป็นภาคีสมาชิก และโคเด็กซ์ปรับเกณฑ์ให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดหวังมาก
