แปรรูปสินค้าเกษตร
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า เตรียมที่จะนำเอาสินค้าชุมชน ที่มีคุณภาพ และได้รับการคัดเลือกจากกองทุนหมู่บ้าน มาจำหน่ายในร้านค้าประชารัฐ เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุม เพราะสินค้าที่ได้รับการคัดเลือก จะสามารถนำไปจำหน่ายในร้านค้าประชารัฐ และร้านค้ากองทุนหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ กว่า 40,000 แห่ง ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนภายในชุมชนมากขึ้น และทำให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็ง ขณะเดียวกัน ยังได้ขอความร่วมมือ สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน จากกว่า 800 อำเภอ เพื่อให้จัดหารถใช้ทำร้านค้าประชารัฐเคลื่อนที่ หรือ โมบาย ยูนิต อำเภอละ 1 คัน เพื่อใช้วิ่งจำหน่ายสินค้าตามหมู่บ้าน ภายในอำเภอ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถเข้าถึงสินค้าธงฟ้าประชารัฐราคาถูก และใช้สิทธิในบัตรได้อย่างทั่วถึง โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถซื้อสินค้าในราคาส่งได้ในราคาพิเศษ เพื่อนำมาจำหน่ายต่อ ส่วนเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีดีซี นั้นรัฐจะเป็นผู้ติดตั้งให้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และคาดว่าน่าจะจัดทำร้านค้าประชารัฐเคลื่อนที่ได้ครบทั้ง 800 อำเภอ นอกจากนี้ ในเดือนต.ค. จะเปิดตัวโครงการขนส่งชุมชน โดยร่วมมือกับ
อุตฯประมงและแปรรูปขาลง รายได้ภาพรวมลดลงกว่า 30% หลังเจอปัจจัยลบกระหน่ำรอบด้าน วัตถุดิบขาดแคลน ผลพวงนโยบายคุมเข้มการทำประมง IUU-เวียดนามแย่งตลาด เบนเข็มนำเข้าสัตว์ทะเลจากต่างประเทศ ด้าน “เครือกันตังกรุ๊ป” สุดอั้นต้นทุนกระฉูดขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ 5-10% ย้ำยังเดินหน้าพัฒนาคุณภาพ ทำตลาดทุกรูปแบบ มั่นใจสิ้นปียังฟันยอดขายไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท นางอำไพ หาญไกรวิไลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยรอแยล ฟรอเซนฟู๊ด จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อุตสาหกรรมการประมงและแปรรูปตอนนี้อยู่ในช่วงขาลง รายได้โดยรวมลดลงกว่า 30% ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปริมาณวัตถุดิบลดลง หรือขาดแคลนในบางประเภทจากผลกระทบการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ส่วนวัตถุดิบที่ขาดแคลนและมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน คือ ปลาหมึก และปลาทะเลบางชนิด ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันไปนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศแทน เพื่อที่จะส่งให้ทันออร์เดอร์ในช่วงปลายปี นายสุบรรณ เศรษฐวรพันธุ์ ประธานกรรมการ เครือกันตังกรุ๊ป ผู้ผลิตปลากระป๋องตราบิ๊กแคน ตราทองคำ และอาหารทะเลแช่แข็ง และซูริมิรายใหญ่ในอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เปิดเผยว่
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวรายงานการนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศว่า ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา มีการนำเข้า 3 ครั้ง จากยูเครน พร้อมระบุว่าการจัดเก็บภาษีนำเข้าข้าวสาลีถูกระงับตั้งแต่ปี 2556 ปัจจุบันรัฐบาลนี้ยังไม่มีท่าทีพิจารณาแก้ไขให้กลับมาจัดเก็บภาษีดังเดิม การปล่อยให้มีการนำเข้าได้โดยอิสระ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนเลือกใช้ข้าวสาลีมาเป็นส่วนผสมอาหารสัตว์โดยไม่ต้องเสียภาษี และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรนั้น กระทรวงพาณิชย์ ขอชี้แจงว่าประเทศไทยผูกพันภาษีนำเข้าสินค้าข้าวสาลี (พิกัด 1001) ภายใต้ WTO ตั้งแต่ ปี 2538 ไว้ที่ร้อยละ 27 ต่อมาในปี 2550 (มีผล 12 ก.ย.50) กระทรวงการคลังได้ดำเนินการปฏิรูปภาษีศุลกากรให้เหลือร้อยละ 0 เนื่องจากสินค้าข้าวสาลีเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารคน และไม่มีปลูกในประเทศ จึงจำเป็นต้องนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศ โดยขณะนั้นยังไม่มีการแยกพิกัดข้าวสาลีที่เป็นอาหารคนกับอาหารสัตว์ ซึ่งภายใต้พันธกรณี WTO ไทยไม่สามารถห้ามนำเข้าข้าวสาลีได้ แต่สามารถขึ้นภาษีได้ ไม่เกินร้อยละ 27 ตามที่ผูกพันไว้ แต่สำหรับคู่ค้าที่มี FTA (เช่น กับออสเตร
ตลาด “ขนมแปลกชุมชนบ้านหนองบัว” ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เริ่มเปิดตลาดนัดวันเสาร์-อาทิตย์ มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 เพียงระยะเวลาเกือบ 1 ปี ตลาดนัดได้เติบโตและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพราะเสน่ห์ของตลาดที่มีอัตลักษณ์โดนใจทั้งขนม อาหารอร่อย ของดีหายาก ราคาถูก แหล่งชุมชนโบราณมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และกิจกรรมนั่งเรือชมธรรมชาติ เริ่มจากสารพัดขนมหวาน อาหารพื้นเมืองโบราณ หารับประทานยาก อาคารบ้านเรือนแบบโบราณในชุมชนที่สะอาดตา ยังคงอนุรักษ์ความสวยงามสภาพเดิมๆ โดยเฉพาะบ้านเลขที่ 38 สร้างเมื่อประมาณ ปี 2447 สมัยรัชกาลที่ 5 อายุราว 113 ปี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2557 ประเภทเคหสถานและบ้านเรือนเอกชน ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม รวมทั้งความมีอัธยาศัยไมตรีของชาวบ้าน และยามเย็นหากไม่รีบกลับยังมีบริการล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน นกเหยี่ยวแดง ให้รื่นรมย์อีกด้วย บริเวณที่จัดตลาด “ขนมแปลกชุมชนบ้านหนองบัว” ใช้พื้นที่ตลาดชุมชนเดิมที่มีถนน 4 สาย ตัดมาเชื่อมกันเป็นศูนย์กลางบริเวณสี่แยก สอ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 กันยายน ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา นายวรพจน์ สัจจาวัฒนา นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรเพื่อการค้านครราชสีมา พร้อมพวกรวมกว่า 20 คน ได้ยื่นหนังสือกับนายธวัชชัย เหล่าพิรุฬห์ พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา เรื่องขอคัดค้านการนำเนื้อสุกรและชิ้นส่วนจากสหรัฐอเมริกา นายวรพจน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรเพื่อการค้าฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากลุ่มผู้เลี้ยงสุกรทั้งประเทศ ได้แสดงจุดยืนรวมตัวคัดค้านกรณีดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยยื่นหนังสือถึงองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สนใจใยดีกลับสร้างแรงกดดันรัฐบาลไทย แม้ได้ชี้แจงปริมาณการผลิตเนื้อสุกรของไทยอยู่ในสภาวะล้นตลาด เช่นเดียวกับสินค้าเกษตรกรอื่นๆ ภาพรวมในขณะนี้เศรษฐกิจมีอัตราเติบโตระดับต่ำ ปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนสูงขึ้นทุกปี ขัดต่อการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ หรือ GDP การตัดสินใจของรัฐบาลต้องอยู่บนพื้นฐานหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและพิจารณารอบด้าน มิเช่นนั้นจะเป็นการทำลายระบบโครงสร้างเศรษฐกิจหลัก ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความล่มสลายของภาคเกษตรที่เป็นห่วงโซ่ทั้งหมด โดยเฉพาะอุตสา
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เผย ผลติดตามงานของดีจากชายแดน ตลอด 10 วัน ผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 4 หมื่นราย ยอดจำหน่ายสินค้าทะลุ 13 ล้านบาท ช่วยสร้างรายได้ โอกาส เพิ่มช่องทางการกระจายสินค้า รวมทั้งเผยแพร่สินค้าพื้นเมืองที่เป็นอัตลักษณ์ของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกัน นางสาวรังษิต ภู่ศิริภิญโญ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลประเมินจัดงานของดีจากชายแดนใต้ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยมีองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงาน สำหรับงาน “ของดีจากชายแดนใต้” ครั้งที่ 10 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2560 ณ บริเวณตลาด อ.ต.ก. เพื่อเผยแพร่ผลงานการพัฒนาอาชีพการเกษตรที่สามารถขยายผลและเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งเสริมการพัฒนาสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ระดับชุมชนให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป รวมทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนได้มีส่วนช่วยสนับสนุนสินค้า และสร้างรายได้แก่ประชาชนใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมการจำหน่ายสินค้
วันที่ 13 กันยายน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง ที่หมู่บ้านดงชัยมัน หรือโคกไข่เต่า หมู่ 7 ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี แยกเลยไปจากถนนสายประจันตคาม-ศรีมหาโพธิ มีช่างทำเฟอร์นิเจอร์จากก้านตาลในการทำโต๊ะ, เก้าอี้รับแขก, เตียงนอน และทำแจกันเป็นงานหัตถกรรมที่สร้างรายได้แก่ครัวเรือนเดือนละ 3-4 หมื่นบาท สามารถพึ่งพาตนเองในช่วงนอกเหนือจากทำไร่-นา ครอบครัว “รักษาทรัพย์” ของนายวิวัฒน์ รักษาทรัพย์ อายุ 52 ปี, นางวาสนา อายุ 50 ปี นายชัยฤกษ์ อายุ 25 ปี สามพ่อ-แม่-ลูก แห่งหมู่บ้านดงชัยมัน เป็นผู้ริเริ่มนำเอาก้านตาลที่ตกเกะกะอยู่ตามหัวไร่ปลายนา นำมามาแปรรูปทำเป็นโต๊ะ-เก้าอี้นั่ง ตลอดจนเก้าอี้นอนที่ทำจากกาบตาลก้านตาล อย่างสวยงาม ใช้งานได้ดีจริง และทนทานนานนับ 10 ปี พร้อมกับนำเฟอร์นิเจอร์ส่งขายทั้งในพื้นที่และใกล้เคียงจนประสบผลสำเร็จ นายวิวัฒน์กล่าวว่า “ได้มีแนวคิดทำกาบตาลซึ่งเลียนแบบจากชุดรับแขกเฟอร์นิเจอร์ชุดเก้าอี้ไม้ไผ่ที่มีคนทำขายทั่วไป เหมือนกับแคร่ไม้ไผ่ แรกๆ เอากาบตาลจากที่นาของตนเอง และมีเพื่อนบ้านมาบอกให้ไปเอาที่ไร่ที่นาของเพื่อนบ้านเพื่อที่จะให้สะอาดหรือเข้าทำไร่ทำนาได้อย่างสะดวก เพราะต้นตา
“มูซังคิง” ทุเรียนแห่งอนาคต โดยมีราคาขายเฉลี่ย 450-750 บาทต่อกิโลกรัม เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวจีนกระเป๋าหนัก เนื่องจากรสชาติหวาน เม็ดลีบ นิยมกินเมื่อแก่จัด สุกมาก ก้นผลทุเรียนเป็นแฉกคล้ายปลาดาว คุณอนวัช สะเดาทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์เด้น คิงส์แพล้นท์ จำกัด เชี่ยวชาญการทำสวนทุเรียนสมัยใหม่ เผยว่า ปัจจุบันมีช็อปขาย มูซังคิงโดยเฉพาะมากมาย ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ราคาขายคิดเป็นเงินไทย 2000-4000 บาท/ กก. ทั้งนี้ คุณสัญชัย ปุรณะชัยคีรี อดีตนายกสมาคมผู้ค้าและผู้ส่งออกผลไม้ไทย ได้เคยเปิดเผยถึง ทุเรียนมูซังคิง มากับ ผู้สื่อข่าวของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ว่า ของมาเลเซียว่าเป็นทุเรียนพื้นบ้านของมาเลเซีย จัดอยู่ในทุเรียนพันธุ์เบา ปัจจุบันทุเรียนพันธุ์นี้ได้รับความนิยมอย่างมากในมาเลเซียเอง รวมถึงประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่สำหรับส่งออกทุเรียน แม้ว่าทุเรียนมูซังคิงจะเป็นทุเรียนที่ได้รับความนิยมของมาเลเซีย แต่ปัจจุบันมีปลูกในประเทศไทย โดยเฉพาะในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งผลผลิตที่ได้ส่งออกไปยังประเทศจีนเกือบทั้งหมด โดยจีนเป็นประเทศที่บริโภคทุเรียนที่นำเข้าจากประเทศไทย ประมาณ 80%
เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ต.อ.จิรัฏฐ์ จึงภัทรนิษฐ์ ประธานกรรมการบริหารกิจการสำนักงานตลาด กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานตลาด กทม.อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการตลาดธนบุรี (สนามหลวง 2) โดยมีแนวคิดให้ร้านค้าในตลาด กทม.ทุกร้าน ดำเนินโครงการชำระค่าสินค้าผ่านทางบาร์โค้ด ลักษณะเดียวกับการสแกนบาร์โค้ดเพื่อจ่ายค่าวินมอไซเตอร์ไซค์ที่นิยมในขณะนี้ “ขณะนี้ ตลาดธนบุรีเป็นตลาดต้นไม้ ปลาสวยงามและสัตว์เลี้ยง ซึ่งส่วนใหญ่สัตว์เลี้ยงจะมีความเกี่ยวเนื่องกับโรคไข้หวัดใหญ่ที่กำลังแพร่ระบาด ล่าสุด สำนักงานตลาด กทม.จึงเข้าไปติดตั้งเจลล้างมือเพื่อระงับการแพร่เชื้อภายในตลาด ให้ผู้ซื้อช่วยรักษาความสะอาดภายหลังจับสัตว์เลี้ยง รวมถึงเปิดแอพลิเคชันสมาร์ทมาร์เก็ต (Smart Market) โดยให้บริษัท กสช โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าไปให้ความรู้แก่ร้านค้าและเชิญเข้าร่วมโครงการ จากนั้นจะปรากฎร้านค้าภายในแอพลิเคชันเพื่อให้ผู้ซื้อสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านแอพลิเคชันได้” พ.ต.อ.จิรัฏฐ์ กล่าว ตลาดธนบุรีเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ กทม.มีแผงค้า 3,500 แผง
ผู้เลี้ยงสุกรบุกพณ.ยื่นหนัสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และสมาชิกผู้เลี้ยงสุกรกว่า 100 คน ได้เดินทางมากระทรวงพาณิชย์ และยื่นหนังสือถึงกรมเจรจาการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อคัดค้านการนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ ประมาณ 15.00 น.วันที่ 11 กันยายน นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า สมาคมฯเป็นห่วงกรณีนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปสหรัฐฯในเวลาอันใกล้นี้ เพื่อลดขาดดุลการค้าของสหรัฐ และมีกระแสข่าวว่ากรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะเดินทางไปเจรจาก่อนเพื่อเปิดนำเข้าเนื้อหมูที่สหรัฐฯในวันที่ 12 กันยายน จึงขอคัดค้านไม่ให้มีการนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐเลย เนื่องจากมีสารเร่งเนื้อแดง(แร็คโตปามีน)ซึ่งเป็นสารต้องห้ามตามกฎหมายไทย และหากนำเข้ามาจะกระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรของไทย และห่วงโซ่การผลิตพืชเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น รำข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง จะเสียหายมูลค่ารวมกันนับล้านล้านบาท “สมาคมมีการยื่นหนังสือร้องเรียนหลายครั้งแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ และนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้รับการชี้แจงจากภาครัฐ จึงต้องการให้รัฐบาลไทยยืนยันกับสหรัฐว่าจะไม่มีการนำเข้าเนื้อสุกรอย่างเด็ดขาด หากภาครั
