การทำโรงเรือนปลูกผัก ด้วยงบหลักหมื่น เป็นเทคนิคของ คุณวุฒิพงษ์ พลอยวิเลิศ (พี่กระต่าย) ที่ใช้คำแทนตัวเองว่าเป็นไทบ้านฟาร์มเมอร์ มาจากที่ตนเองเป็นคนต่างจังหวัด และมีวิถีชีวิตและหลักคิดในการทำเกษตรแบบบ้านๆ การสื่อสารกับผู้คนก็เป็นหลักคิดง่ายๆ เป็นกันเอง ชาวบ้านคนธรรมดาฟังแล้วรู้เรื่อง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ
การทำโรงเรือนต้นทุนต่ำ
หน้ากว้าง 3 เมตร ยาว 30 เมตร
1.เหล็กกัลวาไนซ์ 6 หุน ยาว 6 เมตร ดัดโค้ง ความสูงของโรงเรือนประมาณ 2.50 เมตร
2.พลาสติกใสคลุมโรงเรือน 1 ม้วน ยาว 100 เมตร หน้ากว้าง 3 เมตร ความหนา 150 ไมครอน กรองแสงยูวี 7 เปอร์เซ็นต์ ราคาม้วนละ 4,300 บาท คลุมพลาสติกแค่เป็นหลังคา ส่วนข้างๆ ใช้ตาข่ายปลูกไม้เลื้อยได้
3.คลิปล็อกชนิดมีสปริง ขนาด 6 หุน แบบ 3 ข้อ ตัวละ 6 บาท ยาว 6 เมตร ใช้ล็อกเหล็กที่ดัดโค้ง
4.ประกับล็อกเหล็ก สำหรับลดต้นทุนไม่ต้องเสียค่าเชื่อมเหล็ก ล็อกได้มั่นคงดี
5.สายพีอี ขนาด 1 นิ้ว ยาว 100 เมตร ราคา 90-100 บาท
6.หัวมินิสปริงเกลอร์ 100 เมตร ราคา 300-350 บาท
7.ตาข่ายไนล่อน ราคาม้วนละ 90 บาท ไว้ปลูกไม้เลื้อยรอบโรงเรือน สาเหตุที่ไม่ใช้พลาสติกทั้งหมดเพราะทดลองมาแล้วว่า แบบนี้ดีกว่า สามารถสร้างประโยชน์ได้ 2 ต่อ
8.ช่วยประหยัดค่าพลาสติก
9.มีรายได้จากการปลูกไม้เลื้อยเพิ่มขึ้น
สรุปแล้ว ต้นทุนการทำโรงเรือนปลูกผักมีงบไม่ถึง 10,000 บาท มีต้นทุนน้อย ไม่ต้องกังวล สามารถทำตามได้ และปลูกผักได้สวยงาม ได้คุณภาพแน่นอน
โดยจะแบ่งพื้นที่ปลูกผักสลัดรอบละ 2 แปลง ขนาดความกว้างของแปลง กว้าง 2 เมตร ยาว 30 เมตร ได้ผลผลิตประมาณสัปดาห์ละ 100 กิโลกรัม ส่วนพืชผักสวนครัว ผักชี ต้นหอม ได้ผลผลิตสัปดาห์ละ 20 กิโลกรัม วางแผนปลูกผักทุกสัปดาห์เพื่อให้มีผักออกขายทุกวัน ซึ่งพืชที่ปลูกเป็นพืชอายุสั้นทั้งหมด โดยผักสลัดจะต้องเพาะกล้าก่อนลงแปลง 15-20 วัน แล้วลงแปลงปลูกต่ออีก 20 วัน ก็ตัดขายได้ เพราะที่สวนจะเริ่มเก็บผักที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 1 ขีดขึ้นไป ก็จะมีเวลาขาย 21-30 วัน สามารถทยอยเก็บขายได้เรื่อยๆ ผักจำนวน 100 กิโลกรัม เฉลี่ยออกวันละ 10 กิโลกรัม ราคาหน้าสวน 100-150 บาท ต่อกิโลกรัม
