เชื่อหรือไม่ เห็ดที่มีจำหน่ายในตลาดทุกชนิด มีสารที่สำคัญในการเสริมภูมิให้แก่ร่างกายมนุษย์ได้ เห็ดทุกตัวมีคุณสมบัติเป็นยาต่างกัน ดังนั้น เวลานำเห็ดไปปรุงเป็นอาหาร ควรใช้มากกว่า 1 ชนิด เพื่อให้ได้สารอาหารที่หลากหลายในการบำรุงร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น เห็ดมอเรล ช่วยบำรุงปอดและสมอง เห็ดเยื่อไผ่ ช่วยซ่อมแซมเซลล์ประสาทที่เสื่อม เห็ดเยื่อไผ่ ใช้ทำเครื่องสำอาง ช่วยบำรุงผิวได้ดีกว่าครีมหอยทาก เห็ดหัวลิง ใช้บำรุงสมอง เห็ดเผาะ, เห็ดถอบ ช่วยบำบัดอาการเบาหวาน เห็ดพิมาน ช่วยบำรุงต่อมลูกหมาก เห็ดนางรม, นางฟ้า ช่วยบำรุงหัวใจ ลดไขมันในเลือด เห็ดลมหรือเห็ดกระด้าง เห็ดหอม และเห็ดแครงหรือเห็ดตีนตุ๊กแก มีสารต้านมะเร็งสูง ญี่ปุ่นใช้สารสกัดจากเห็ดแครงรักษาผู้ป่วยมะเร็ง เห็ดหูหนูดำและเห็ดหูหนูขาว ช่วยบำรุงเลือด
เห็ดเป็นยา ดีต่อสุขภาพ
“ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล” อดีตผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านเห็ดองค์การสหประชาชาติ (ระหว่างปี 2524-2548) และผู้ก่อตั้งสถาบันอานนท์ไบโอเทค อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี กล่าวว่า “เห็ดทุกชนิดมีสารสำคัญ” ที่สามารถนำไปทำเป็น “ยารักษาโรค” สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ ยกตัวอย่าง “มหาเธร์ โมฮัมหมัด” อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ครั้งหนึ่งมีปัญหา “เรื่องปอด” สุดท้ายมีหมอพื้นเมืองเอายาแคปซูลมาให้กินไป 2 มื้อ เช้า-เย็น อีกวันหายใจสะดวก รับแขกได้ ปรากฏว่า ยาที่กินเป็นของ “เงาะป่าซาไกฝั่งไทย” ที่มีส่วนผสมสำคัญ คือ “เห็ดนมเสือ” จากฝั่งไทย มหาเธย์จึงผลักดันให้เรื่อง “เห็ดนมเสือเป็นวาระแห่งชาติ” มอบหมายให้นักวิชาการศึกษาเรื่องการเพาะเห็ดนมเสือ จนกลายเป็นสินค้าส่งออกขายไปได้ทั่วโลก ด้านจีนถือว่า “เห็ดเป็นอาวุธทางการเมือง” เป็นอาหารเลี้ยงคนจีน 1,400 ล้านคน และมีสรรพคุณทางยา รัฐบาลจีนจึงมีนโยบายส่งเสริมการเพาะเห็ดอย่างเป็นระบบ

รู้ไหม ทำไมเพาะเห็ดด้วยฟาง เห็ดจะออกเร็ว เชื้อเดินเร็ว แต่ผลผลิตต่ำและหมดเร็ว
ดร.อานนท์กล่าว คนที่สนใจเรื่องการเพาะเห็ด ขอให้ดีโจทย์ให้แตก ว่าการเพาะเห็ดนั้น ส่วนหนึ่งเห็ดจะกินหรือย่อยอาหารได้เอง โดยใช้เอ็นไซม์ของมันที่คายออกมาข้างนอก (Extracellular enzymes) สิ่งที่มันถนัดย่อยมากที่สุด เพื่อได้พลังงานและเพิ่มจำนวนเส้นใยคือ น้ำตาลที่จับกันในโมเลกุลเชิงซ้อน ที่สิ่งมีชีวิตน้อยนักที่จะย่อยมันได้ แม้มันไม่มีฟัน แน่นอนในเมื่อมันย่อยพลังงานให้มีขนาดเล็กลงหรือหมดไป มันก็ได้พลังงานที่ใช้ในการเจริญเติบโตของมัน
“แต่พอมันถึงจุดๆ หนึ่ง เมื่อมันแก่ตัวขึ้นมา มันจะสร้างผนังเซลล์ให้หนาขึ้น สะสมอาหาร แล้วมารวมตัวกันเป็นดอก ช่วงนี้ นอกจากมันต้องการพลังงานแล้ว เกือบครึ่งของเซลล์ของเห็ดจะประกอบไปด้วยโปรตีนที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ 16% ดังนั้น ในเมื่อฟางมีโปรตีนอยู่นิดเดียว นั่นแสดงว่า มีธาตุไนโตรเจนอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จะเห็นว่า การเพาะเห็ดด้วยฟาง เห็ดจะออกเร็ว เชื้อเดินเร็ว แต่ผลผลิตจะต่ำและหมดเร็ว เพราะในฟางมีโปรตีนหรือธาตุไนโตรเจนต่ำ”

“ตรงนี้ไงที่ไม่มีฉงน หรือสนใจว่าเราเสียเวลาเตรียมวัสดุเพาะใส่ถุง นึ่ง ใส่เชื้อ บ่ม แล้วทำให้เกิดดอก ล้วนแล้วต้องอาศัยเวลาและมีต้นทุนทั้งนั้น สุดท้ายผลผลิตค่อนข้างต่ำ จึงเป็นปัญหาที่ไม่ค่อยจะมีใครเพาะเห็ดในฟาง หรือใบอ้อย ใบข้าวโพด ซังข้าวโพด เพราะยังไม่เข้าใจธรรมชาติและความต้องการของเห็ดโดยถ่องแท้”
“จริงๆ แล้ว ผู้เพาะเห็ดผ่านด่านยากๆ มาหมดแล้ว เหลือแต่เพียง ความไม่รู้ ความไม่เข้าใจ จึงไม่สามารถทำการเพาะ ทำการผลิตให้ผลผลิตที่ใช้ฟางเพาะให้สูงขึ้นได้ จริงๆ วิธีที่ง่ายมาก และเสริมไปอีกนิดเดียวก็จะแก้ปัญหาได้แล้ว นั่นก็คือ ช่วงที่เห็ดกำลังจะออกดอกหรือช่วงที่ดอกเจริญเติบโต ท่านต้องเสริมอาหารสำเร็จรูปให้แก่มัน นั่นก็คือ อาหารเสริมนิวคลีโอไทด์ ฉีดเข้าไปหน้าก้อนเห็ดหรือช่วงที่เห็ดกำลังเกิดดอก”
“อาหารเสริมนิวคลีโอไทด์นี้ จะไปเสริมธาตุอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปรตีนที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ด้วยเหตุนี้ ดอกเห็ดจะโต และมันจะดูดอาหารจากก้อนไปน้อย ทำให้ก้อนไม่โทรมเร็ว ดอกเห็ดสมบูรณ์ ผลผลิตสูงเป็นเท่าตัว นี่คือ เรื่องเส้นผมบังภูเขาที่ไม่มีคนรู้ หรือรู้ก็ไม่มีคนบอก”
