สูตรลับจากฟาร์ม เทคนิคเกษตร

“ พิษสนิมน้ำบาดาล” ส่งผลรากข้าวไม่กินปุ๋ย เมล็ดลีบ ผลผลิตต่ำ แนะวิธีแก้ไข

“ น้ำ” นับเป็นปัจจัยสำคัญในการทำการเกษตร แปลงนาที่อยู่นอกเขตชลประทานมักขุดเจาะน้ำบาดาลระดับตื้นมาใช้ทำนาในฤดูนาปรัง แต่แปลงนาหลายแห่งมีสนิมในน้ำบาดาลติดมาด้วย ทำให้ต้นข้าวไม่กินปุ๋ย ได้ผลผลิตต่ำ ซึ่ง “ ฮั้วเฮงหลีฟาร์ม ” ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ก็ประสบปัญหาดังกล่าว จึงปฏิวัติระบบน้ำใหม่ด้วยวิธีบำบัดง่ายๆ เปลี่ยนน้ำสนิมให้ตกตะกอนก่อนเข้าแปลงนา โดยใช้ Aerator เติมอากาศทำให้รากข้าวกลับมาดูดซึมปุ๋ยได้เต็มประสิทธิภาพผลผลิตพุ่งเต็มร้อย

พิษสนิมเหล็ก  .. ในนาข้าว

คุณสุภชัย ปิติวุฒิ กรรมการบริหารคูโบต้ากำแพงเพชร (ฮั้วเฮงหลี) จังหวัดกำแพงเพชร และเป็นผู้ก่อตั้งเพจชาวนาวันหยุด กล่าวว่า  นาแปลงนี้ ผู้เช่าเดิมเขาขุดตอกบ่อ สูบน้ำบาดาลระดับตื้นโดยตรง หลังเรารับช่วงต่อ โดยใช้องค์ความรู้เปียกสลับแห้งแกล้งข้าวควรได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น  20% แต่ได้ผลผลิตเต็มที่แค่ไร่ละ  600-700กก.เท่านั้น

คุณสุภชัยค้นพบว่า การสูบน้ำบาดาลปล่อยตรงลงนา ทำให้มีการตกค้างของ ตะกอนสนิมน้ำบาดาล ในชั้นผิวดิน สังเกตุเห็นชัดเจน ตอนดินในแปลงนาแห้งแตกระแหง ระยะแตกกอ และตอนไถพลิกหน้าดินหลังเก็บเกี่ยว พอมีน้ำแช่ขัง ตะกอนสนิมก็จะละลายเป็นน้ำสีส้มๆ วิธีแก้ไขคือต้อง ใช้น้ำล้างแปลง หรือมีการหมุนเวียนน้ำล้างหน้าดินผ่านแปลงแล้ว ไปปรับปรุงคุณภาพ เพื่อลดการสะสมการตกค้าง  


สิ่งที่ทำได้ คือ ปรับเปลี่ยน วิธีจากสูบน้ำบาดาลเข้าแปลงนา โดยตรง มาผ่านการปรับปรุง คุณภาพน้ำบาดาลผ่าน Aerator  ให้มีการตกตะกอน ในร่องน้ำ นอกแปลงนา และผ่าน ชุดผักตบชวา ดักจับตะกอนสนิม ก่อน สูบน้ำเข้าแปลงนา  หลังจากปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลอย่างต่อเนื่อง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพรากข้าว ในการดูดซึมธาตุอาหารพืชได้ดีขึ้น ส่งผลต่อการลดต้นทุนปุ๋ย และส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ จากเดิมที่เคยได้เฉลี่ย 700 กก./ไร่ เพิ่มขึ้นเป็น 1,000-1,200 กก./ไร่  โดยผลผลิตสูงสุดที่ทำได้คือ 1,300 กก./ไร่

อาการเหล็กเป็นพิษ

คำแนะนำแก้ไขปัญหา “สนิมน้ำบาดาล”

หากใครทำนาแล้วพบว่า ต้นข้าวไม่แตกกอ หรือตอบสนองต่อปุ๋ย ได้ไม่เต็มที่ แม้ว่าจะใช้ร่วมกับการจัดการน้ำ แบบเปียกสลับแห้ง-แกล้งข้าว น่าจะเกิดจากปัญหา “สนิมน้ำบาดาล” ที่ตกค้างสะสม ในดินนา   โดยเฉพาะในช่วงสภาพอากาศร้อน น้ำแช่ขัง แปลงนา

สนิมน้ำบาดาล หรือสนิมเหล็ก เกิดจากการที่น้ำบาดาลมีธาตุเหล็ก (Fe) ในรูปของไอออนเฟอร์รัส (Fe²⁺) ที่ถูกออกซิไดซ์เมื่อสัมผัสกับออกซิเจนในดินหรืออากาศ จนกลายเป็นไอออนเฟอริก (Fe³⁺) และตกตะกอนเป็นสนิมเหล็ก (Fe(OH)₃ หรือ Fe₂O₃·nH₂O) ซึ่งมีผลต่อการดูดซึมปุ๋ยของรากข้าว

จุดสังเกตคือ มีสนิมเหล็กสะสมเป็นชั้นบาง ๆ รอบรากข้าว เรียกว่า เหล็กออกไซด์เคลือบราก ซึ่งกีดขวางการดูดซึมธาตุอาหาร เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เนื่องจากการเคลือบดังกล่าวลดการสัมผัสของรากกับดินและสารอาหารในดิน  นอกจากนี้ สนิมเหล็กมีคุณสมบัติในการจับกับธาตุอาหารบางชนิด เช่น ฟอสฟอรัส (P) ทำให้ธาตุอาหารเหล่านี้ตกตะกอนหรืออยู่ในรูปที่พืชไม่สามารถดูดซึมได้ ส่งผลให้ข้าวขาดธาตุอาหารสำคัญสำหรับการเจริญเติบโต

วิธีการแก้ไขปัญหาคือ ต้องปรับสภาพน้ำบาดาล: เติมอากาศ ด้วยการทำให้ แตกละอองฝอย ผ่านชั้นตะแกรง ก่อนดักจับ ด้วย แกลบดิบ และปล่อย ไหลในร่องน้ำ ผ่าน รากวัชพืช ผักตบชวา ผักบุ้ง ก่อน ไปพักไว้ในสระ ก่อน ใช้งาน เข้าแปลงนา

ควรปรับสภาพดิน: ใช้ปูนขาวหรือสารปรับสภาพดินเพื่อลดความเป็นกรด-ด่างที่ส่งเสริมการเกิดสนิมเหล็ก • การจัดการน้ำ: ควบคุมระดับน้ำในนาให้เหมาะสมเพื่อลดการสะสมของเหล็ก • การใช้พันธุ์ข้าวที่ทนต่อเหล็ก: เลือกพันธุ์ข้าวที่มีความทนทานต่อสภาพดินที่มีสนิมเหล็กสูงการจัดการที่เหมาะสมสามารถช่วยลดผลกระทบของสนิมน้ำบาดาลต่อการดูดซึมปุ๋ยและเพิ่มผลผลิตข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Related Posts