ชาวนาวันหยุด
รู้หรือไม่ … ข้าวดีดข้าวเด้งหรือข้าววัชพืช คือ อุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งไม่ให้ชาวนารวย !! เพราะข้าววัชพืชเหล่านี้แย่งชิงปุ๋ย น้ำ ทำให้ผลผลิตข้าวลดลง แม้เพียง 10% กำไรก็หายหมดแล้ว ทุกวันนี้ ข้าวดีดข้าวเด้งปล้นชาวนาใน 3 มิติ คือ 1. ขโมยผลผลิต แย่งแสง พื้นที่และขโมยปุ๋ยจากข้าวปลูกโดยตรง ทำให้ชาวนาสูญเสียผลผลิต 16-74% 2. ขโมยต้นทุน ทำให้ชาวนาต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการถอนข้าววัชพืช รวมไปถึงภาระค่าน้ำ ค่าสารเคมีที่เพิ่มขึ้นโดยไม่เกิดรายได้ 3.ฝากหนี้อนาคต เพราะข้าวดีดข้าวเด้งเมล็ดร่วงก่อนการเก็บเกี่ยว เติมธนาคารเมล็ดวัชพืชใต้ดิน หรือ Seedbank ลงดิน บังคับให้ต้องจ่ายต้นทุนซ้ำในฤดูถัดไป ที่มาของ ข้าววัชพืช หลายคนเจอข้าวดีดเต็มนาแล้วถามว่า “มันมาจากไหน? เมื่อก่อนนาเราไม่เคยมี…” ปัญหาข้าวดีด–ข้าวเด้ง” ไม่ได้ระบาดเพราะโชคร้าย แต่มันมี “ทางเข้า” และมี “โรงงานผลิตเมล็ด” อยู่ในนาเราเอง “ข้าวดีด–ข้าวเด้งไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทีเดียวทั้งแปลง แต่เริ่มจาก การปนเปื้อนเพียงเล็กน้อยแล้วเราปล่อยให้มันสะสมเมล็ดลงดินทีละฤดู จนกลายเป็น Seedbank ”คุณสุภชัย ปิติวุฒิ กรรมการบร
“น้ำ” นับเป็นปัจจัยสำคัญในการทำการเกษตร แปลงนาที่อยู่นอกเขตชลประทานมักขุดเจาะน้ำบาดาลระดับตื้นมาใช้ทำนาในฤดูนาปรัง แต่มีสนิมในน้ำบาดาลติดมาด้วย ทำให้ต้นข้าวไม่กินปุ๋ย ได้ผลผลิตต่ำ ซึ่ง “ฮั้วเฮงหลีฟาร์ม” ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ก็ประสบปัญหาดังกล่าว จึงปฏิวัติระบบน้ำใหม่ด้วยวิธีบำบัดง่ายๆ เปลี่ยนน้ำสนิมให้ตกตะกอนก่อนเข้าแปลงนา โดยใช้วิธีกลเติมอากาศ Aerator ทำให้รากข้าวกลับมาดูดซึมปุ๋ยได้เต็มประสิทธิภาพผลผลิตพุ่งเต็มร้อย พิษสนิมเหล็ก…ในนาข้าว คุณสุภชัย ปิติวุฒิ กรรมการบริหารคูโบต้ากำแพงเพชร (ฮั้วเฮงหลี) จังหวัดกำแพงเพชร และเป็นผู้ก่อตั้งเพจชาวนาวันหยุด กล่าวว่า นาแปลงนี้ ผู้เช่าเดิมขุดบ่อตอก สูบน้ำบาดาลระดับตื้นโดยตรง หลังเรารับช่วงต่อ ใช้องค์ความรู้เปียกสลับแห้งแกล้งข้าวควรได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 20% แต่ได้ผลผลิตเต็มที่แค่ไร่ละ 600-700 กิโลกรัมเท่านั้น สาเหตุที่ได้ผลผลิตต่อไร่น้อย เกิดจากการสูบน้ำบาดาลปล่อยตรงลงนา ทำให้มีการตกค้างของตะกอนสนิมน้ำบาดาลในชั้นผิวดิน สังเกตเห็นชัดเจน ตอนดินในแปลงนาแห้งแตกระแหง ระยะแตกกอ และตอนไถพลิกหน้าดินหลังเก็บเกี่ยว พอมีน้ำแช่ขัง ตะกอนสนิมก็
ขอแสดงความยินดีในวาระครบรอบ 15 ปีของ เพจชาวนาวันหยุด ที่ก่อตั้งโดย คุณสุภชัย ปิติวุฒิ กรรมการบริหารคูโบต้ากำแพงเพชร (ฮั้วเฮงหลี) จังหวัดกำแพงเพชร คุณสุภชัยรักอาชีพการทำนา และเล็งเห็นปัญหาความยากลำบากในการทำนา ซึ่งเกิดจากความอ่อนแอของต้นข้าวที่แช่น้ำขังในแปลงนาต่อเนื่อง รวมทั้งการใช้สารเคมีทำลายระบบนิเวศน์ในระบบการผลิตข้าว จึงตัดสินใจเปิดเพจชาวนาวันหยุดในปี 2554 เพื่อถ่ายทอดความรู้การทำนาสมัยใหม่ ผสมผสานเทคโนโลยีและการจัดการธรรมชาติ เน้นการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) แกล้งข้าว ซึ่งใช้น้ำน้อยกว่า ลดต้นทุนการสูบน้ำ ลดความชื้นสะสม ตัดวงจรแมลงและโรคพืช รากข้าวหยั่งลึก แตกกอดี ลำต้นแข็งแรง ให้ผลผลิตที่ดี ไร่ละ 1 ตันควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต “เพจชาวนาวันหยุดขายประสบการณ์ในการแก้ปัญหาด้านเขตกรรม ทั้งการบริหารจัดการดินและน้ำ หลายคนเข้ามาดูผ่านคลิปวิดีโอ มันอาจจะไปตั้งคำถาม เอ๊ะ! น่าสนใจ อยากได้แบบนี้ สิ่งที่คุณต้องทำคือ นำองค์ความรู้ของเราไปปรับใช้ในแปลงนาของคุณ ความสำเร็จไม่มีขายครับ…อยากได้ต้องลงมือทำ” คุณสุภชัยกล่าว สื่อสารอย่างไรให้โดนใจชาวนา ในอดีต เกษตรกรไม่กล้าเปลี่ยนแปลงเพราะความกลัวใน
ภาคการเกษตรไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากโครงสร้างแรงงานภาคเกษตรที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น และมีแนวโน้มเชิงบวก ที่คนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาพื้นที่เกษตรของครอบครัวมากขึ้น รวมถึงมนุษย์เงินเดือนที่สนใจทำเกษตรในช่วงวันหยุดเพื่อต่อยอดเพิ่มรายได้ สยามคูโบต้าบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้ สู่การเป็น Smart Farmer และผู้ประกอบการเกษตร ภายใต้โครงการ “KUBOTA FARMER ACADEMY โดยเชิญ คุณสุภชัย ปิติวุฒิ เจ้าของเพจ “ชาวนาวันหยุด” มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อเป็นฐานรากสร้างทักษะเกษตรกรพันธุ์ใหม่ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ทิศทางของภาคเกษตรไทย คุณสุภชัย กล่าวถึงภาพรวมภาคการเกษตรไทยในปัจจุบันว่า คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า คนในที่ทำเกษตรขาดทุน ก็อยากไปหาอาชีพอื่นทำ ส่วนคนเมืองโลกสวย มองว่าเป็นโอกาสเข้าสู่ธุรกิจเกษตร สิ่งที่ทำให้คนในมีความเข้มแข็ง อยู่รอด ไม่โดนแย่งอาชีพคือ เร่งลดต้นทุนการผลิตให้แข่งขันได้ ชาวนาญี่ปุ่นขายข้าวได้ราคาแพง เพราะคนปลูกมีน้อย มีสัดส่วนไม่ถึง 5% แต่คนกินมีเยอะมากถึง 95% ขณะที่เมืองไทยมีเกษตรกรปลูกข้าว 40-50% ทุกวันนี้ คนยิ่งรวยยิ่งกินข้าวน้อย หากจะขายข้า
