เทคนิคเกษตร
มะลิสุรินทร์ เป็นคำที่ผู้คนเอ่ยถึงอยู่เป็นประจำ อาจจะเป็นคำสั้นๆ แต่มีความหมาย มีคุณค่าต่อการค้นหาเป็นอย่างยิ่ง และมีหลายครั้งที่มะลิสุรินทร์สามารถคว้ารางวัลระดับชาติ ระดับอาเซียน และระดับโลกมาแล้ว พื้นที่ที่มีการเพาะปลูกมากที่สุด คือ บริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ ในท้องที่อำเภอท่าตูม รัตนบุรี เชื่อมไปยังอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยแต่ละปีทางการจะใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าวจัดงานเทศกาลข้าวหอมมะลิโลก เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชม อีกอย่างก็เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ชาวสุรินทร์และจังหวัดร้อยเอ็ดได้ตระหนักและได้เกิดความภาคภูมิใจต่อมรดกทางพันธุกรรมที่สร้างชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน เรื่องราวของข้าวหอมมะลิสุรินทร์มีการเล่าขานสืบทอดกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า จากอดีตจนถึงปัจจุบัน จนมีผู้สืบทอดมรดกดังกล่าวมากมาย คุณสุราณี พงศ์ชัยสิริกุล สมาชิกวิสาหกิจชุมชนแซตอมออร์แกนิคฟาร์มสุรินทร์ หมู่ที่ 1 หมู่บ้านเมืองลีง ตำบลเมืองลีง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ โทร. 061-165-1848 และ 089-474-0199 เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีแนวคิดในการอนุรักษ์ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ด้วยการนำแนวเกษตรอินทรีย์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรั
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงาน “วันนักประดิษฐ์” เป็นประจำทุกปี เพื่อระลึกถึงวันประวัติศาสตร์ของการจดทะเบียนและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย” หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทย และเป็นครั้งแรกของโลก รวมทั้งทรงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักประดิษฐ์ไทย ในการสร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า ในปีนี้ วช. ได้จัดงานวันนักประดิษฐ์ขึ้นเป็นครั้งที่ 22 ระหว่าง วันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “สิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์ พัฒนาก้าวไกล นวัตกรรมไทยยั่งยืน” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม สอดคล้องกับแผนการขับเคลื่อนของประเทศไทย 4.0 และยุทธศาสตร์ช
เข้าหนาว ลมแล้งแห่งกาลเวลาพัดมาเยือน ไร่นาเหลืองอร่ามพร้อมรอรับคมเคียว หนุ่มสาวจับคู่ ปรับทุกข์เพิ่มเติมสุขแก่กันและกัน ดอกงิ้วเบ่งบาน และได้เวลาร่วงจากปลายกิ่งบนต้นสูงใหญ่ หนามโต หมุนละลิ่วลงสู่ดิน แบ่งความอร่อย เป็นอาหารการกิน ที่เป็นความจำเป็นที่คนจำต้องรับ ลิ้มรส ทดลอง เป็นอะไรอีกหลายอย่าง สำหรับชาวบ้านที่รู้จักใช้และกินเป็น หมอพื้นบ้านนำมาเป็นส่วนผสมยารักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ นิยายเรื่องนรกสวรรค์ ยังกล่าวถึง การปีนต้นงิ้ว มีอีกาปากเหล็กคอยจิกตี คนผิดศีลข้อ 3 รู้สึกเสียว ต้นงิ้ว เป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดใหญ่มาก ลำต้นสูงกว่า 30 เมตร เป็นไม้เนื้ออ่อน เติบโตรวดเร็วช่วงเรือนยอด แตกกิ่งก้านสาขามาก มีหนามแหลมใหญ่ทั่วต้น ชอบขึ้นตามป่าเบญจพรรณ เป็นไม้ในวงศ์ MALVACEAE วงศ์ย่อย Bombax ceiba L.มีชื่อสามัญ เรียกว่า Cotton Tree ชื่อท้องถิ่นเรียกกันหลายชื่อ ได้แก่ เงี้ยว งิ้วหนาม งิ้วบ้าน งิ้วแดง งิ้วปง งิ้วปงแดง ให้สังเกตชื่อสามัญภาษาอังกฤษ แปลว่า “ต้นฝ้าย หรือ ต้นสำลี” ซึ่งมาจากลักษณะผลผลิตที่ได้จากในฝักงิ้ว ที่มีปุยอยู่ในฝัก สามารถนำมาทำประโยชน์ เช่น ยัดหมอนหนุน หรือนำมาทำใยทอผ้า ฯลฯ ในช่วงหน้าแล
คุณโรสนี ดอเลาะ เหรัญญิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวปลอดสารพิษ ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า กลุ่มมีพื้นที่ปลูกข้าวพื้นเมืองของบุดี 300 กว่าไร่ 11 สายพันธุ์ แต่มี 2 สายพันธุ์ที่ผู้บริโภคตอบรับดีคือ พันธุ์หอมมือลอและพันธุ์เลือดปลาไหล โดยหอมมือลอ หุงแล้วมีกลิ่นหอม คล้ายข้าวหอมมะลิแต่กลิ่นจะอ่อนกว่า ส่วนเลือดปลาไหลคล้ายข้าวสังข์หยด แต่เมล็ดอวบและสั้นกว่า คุณโรสนี กล่าวว่า ในพื้นที่ปลูก 300 กว่าไร่นั้น ส่วนใหญ่เป็นการปลูกเพื่อกินในครัวเรือน จึงต้องขยายพื้นที่การปลูกไปยังหมู่บ้านอื่น โดยตั้งเป้าขยายให้ได้ 1,000 กว่าไร่ ในเวลา 3 ปี เพราะตอนนี้ผลผลิตไม่พอกับความต้องการของตลาด พร้อมกันนี้กำลังทำเรื่องขอเครื่องหมาย GAP คาดว่าน่าจะได้เครื่องหมายนี้ปีหน้า และยังทำเรื่องไปยังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เพื่อให้ช่วยวิเคราะห์สารอาหารต่างๆ ซึ่งจากการที่ญาติผู้ป่วยนำข้าวหอมมือลอไปบดให้ผู้ป่วยกินทางสายยางปรากฏว่าอาการฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนข้าวเลือดปลาไหลนั้นมีวิตามินบีและแคลเซียมเยอะ อีกทั้งมีสารสีแดงช่วยชะลอความแก่ “ปีนี้ทางกลุ่มได้นำข้าวขายผ่านบริษัท ไปรษณีย์ไทยฯ ลูกค้าสามารถสั่งซ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำนวัตกรรมงานวิจัยมาใช้พัฒนายกระดับการผลิตหน่อกะลา ซึ่งเป็นพืชพื้นบ้านของเกาะเกร็ด ตั้งแต่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การใช้เทคโนโลยียืดอายุวัตถุดิบ การใช้ประโยชน์จากของเหลือทิ้งทางการเกษตร และการจัดจำหน่าย เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหน่อกะลาในชุมชนเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หน่อกะลา หน่อกะลา เป็นพืชท้องถิ่นของเกาะเกร็ด ซึ่งเป็นชุมชนชาวมอญ เดิมสันนิษฐานว่า คนมอญที่อพยพมาจากพม่า ได้นำต้นหน่อกะลาติดตัวมาด้วย คนไทยเชื้อสายมอญส่วนใหญ่นิยมนำหน่อกะลามารับประทานในรูปแบบผักสด ต้มกะทิจิ้มน้ำพริก เนื่องจากหน่อกะลาเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยขับลม จากการสำรวจเชิงพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ พบว่า หน่อกะลา เป็นพืชที่ขึ้นง่ายตามบริเวณริมน้ำ มีราคาต่อกิโลกรัมที่สูง ถือเป็นพืชอนุรักษ์ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพร
ความเป็นมาของเกาะนาง, ยมโดย หรือ เกาะนางโดย ตามที่เคยรู้จักมักคุ้นกันนั้น มีเรื่องราวเป็นตำนาน เล่าขานกันมานาน โดยเฉพาะในแถบปากพนัง กล่าวกันว่า นางโดยถูกลอยแพมาจากผืนทะเลที่ห้อมล้อมพื้นที่ผืนดิน อันเป็น ตำบลบ่อน้อย อำเภอปากพนัง ในปัจจุบัน ซึ่งนางโดยลอยมาติดอยู่บริเวณผืนดินแห่งนี้ นางโดยเป็นลูกของตาม่องล่ายกับแม่รำพึง ตาม่องล่ายเป็นคนจีนมีเชื้อสายจีน เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เหมือนกับคนจีนอีกหลายกลุ่ม ต่างอพยพโยกย้ายถิ่น สมัยนั้น ซึ่งถือว่ากรุงสยามเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะมาตั้งรกราก เข้ามาทำมาหากิน คนจีนโพ้นทะเลได้เดินทางกันมาด้วยเรือสำเภา หรือเรือใบ ตาม่องล่ายก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้น ได้มาแต่งงาน อยู่กินกับแม่รำพึง หญิงสาวชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผืนทะเล เรียกกันว่า “อ่าวแม่รำพึง” ต่อมา ตาม่องล่ายยึดอาชีพเป็นพ่อค้าของป่า ซื้อดีหมี ดีหมูป่า หนังสัตว์ต่างๆ เดินทางไปขายทั่วราชอาณาจักรสยาม ต่อมา นางรำพึง ได้กำเนิดลูกสาวคนหนึ่ง ชื่อนางหรือนางโดย ครอบครัวตาม่องล่ายก็ยังดำเนินอาชีพค้าขายเรื่อยมา วันหนึ่งตาม่องล่ายมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับไปยังประเทศจีนอีกครั้ง ก่อนท
“กลุ่มหวายบ้านส่วย” ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านส่วน ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มหวายบ้านส่วย เป็นกลุ่มที่รวมตัวกันผลิตอุปกรณ์จากหวายเพื่อสร้างรายได้ให้กับสมาชิก จนทำให้เกิดรายได้ เดือนละ 3,000-4,000 บาท มีการสร้างกิจกรรมเพื่อสร้างความสุขและความสามัคคีให้กับชุมชนที่หลากหลาย เช่น การลด ละ เลิก ยาเสพติดกับของมึนเมา มีการน้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้กับชุมชนอย่างแพร่หลาย คุณสมควร งูพิมาย ประธานกลุ่มหวายบ้านส่วย เป็นกลุ่มที่รวมตัวใหม่ คือเมื่อเดือนตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา จึงยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก มีสมาชิกจำนวนทั้งสิ้น 30 ราย หรือ 30 ครัวเรือน เนื่องจากกิจกรรมที่ดำเนินอยู่ เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันทั้งครอบครัว ตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ลูก หลาน จุดเริ่มต้นของการรวมตัวกลุ่ม วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อหารายได้เสริมกับสมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้สูงอายุทั้งสิ้น ประกอบกับชุมชนบ้านส่วย เป็นชุมชนที่มีความชำนาญในการจักสานหวายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เท่ากับเป็นการรื้อฟื้นฝีไม้ลายมือออกมาให้สังคมภายนอกได้ชื่นชมได้รู้จักมากยิ่งขึ้น ประการสำคัญอย่างยิ่งคือ เป็
เราชาวบ้านสมัยเก่าก่อนมีภูมิปัญญาหาน้อยไม่ ด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ ทำให้เรามีหลอดดูดน้ำมาก่อนที่จะมีหลอดพลาสติก และหลอดสแตนเลสที่ขายๆ กันอยู่ในปัจจุบัน เคยได้ยินเพลงของ สายัณห์ สัญญา ชื่อ หนาวลมที่เรณู หรือไม่หนอ ท่อนหนึ่งเพลงบอกว่า “ดูดอุร้อยไห ไม่คลายหนาวได้หรอกหนา” คำว่า ดูดอุร้อยไห นั่นแล การดูดเราชาวไทยต้องใช้หลอด หลอดที่ใช้ดูดอุนั้นเป็นหลอดไม้ไผ่ซาง ซางเป็นไผ่ชนิดหนึ่งขึ้นตามธรรมชาติ คุณสมบัติพิเศษของซางคือ ลำเล็ก ปล้องมีขนาดยาว ทำให้บรรพชนคนไทยเราตัดเอามาทำเป็นหลอดดูดอุ อย่าว่าแต่ 100 ไห หรือ 1,000 ไหเลย ไม่ว่าจะเป็นกี่ล้านไห เราชาวบ้านก็สามารถหาหลอดมาดูดอุได้ ผู้เขียนเคยเห็นภาพดูดอุสามัคคี นั่นคือ ใช้หลอดซางตามจำนวนคน อาจจะเป็นสามสี่คนก็ได้ แยงหลอดเข้าไปในไหอุไหเดียวกัน แล้วก็ดูดพร้อมๆ กัน ฤทธิ์ของอุแม้จะมีรสหวานนุ่ม แต่ความมึนเมาก็แรงไม่เบาเหมือนกัน คนที่ผิวหน้าสีขาว พอเอาปากออกจากหลอดอุ หน้าแดงทันทีทันใด เราชาวบ้านยังมีหลอดจากธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง นั่นคือ หลอดดูดน้ำที่ทำจากไผ่ เราชาวบ้านเรียกไผ่ชนิดนี้ว่าไผ่หลอด ปัจจุบันมีขายพันธุ์และปลูกกันมากพองาม บางถิ่นปลูกไว้มาก เพื่อทำเ
ปลาสลิดแดดเดียว จัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่อาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น รสชาติอร่อย ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีในชื่อ “ปลาสลิดบางบ่อ” จังหวัดสมุทรปราการ ปลาสลิดแดดเดียวบางบ่อมีคุณภาพและรสชาติอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ แตกต่างจากที่อื่น “ปลาสลิดแห้งรสดี” จึงกลายเป็นหนึ่งในคำขวัญของจังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการ เป็นเขตเมืองอุตสาหกรรม การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมาได้รุกขยายเข้าสู่พื้นที่ภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่การเลี้ยงปลาสลิดลดลง ปริมาณการเลี้ยงปลาสลิดน้อยลง ขนาดปลาสลิดก็เล็กลงเช่นกัน ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาสลิดประสบภาวะขาดทุน จนเลิกอาชีพเลี้ยงปลาสลิดเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณปลาสลิดที่ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการสำหรับการแปรรูป จึงต้องนำปลาสลิดจากพื้นที่อื่นมาแปรรูปที่อำเภอบางบ่อแทน ส่งผลทำให้เอกลักษณ์ที่แท้จริงของปลาสลิดบางบ่อนั้นสูญหายไป ม.หัวเฉียว พัฒนางานวิจัยเพื่อชุมชน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ก่อตั้งโดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเป็นสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ทางมหาวิทยาลัยได้เล็งเห็นถึงปัญหาปลาสลิดที่เกิดขึ้นในชุมชนท
ชื่อทั่วไป (Common name) : Lakoocha/Monkey jack tree ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) : Artocarpus lakoocha Family : MORACEAE ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาไม่กี่ปีนี้ สังคมโซเชี่ยลของสาวไทย มีเรื่องฮือฮายอดฮิตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ครีม-สบู่ ขัดผิว ฟอกหน้าขาวโบ๊ะ ออกมาวางจำหน่ายกันให้เกลื่อนมากมายหลายยี่ห้อ ไม่ต่ำกว่า 20 ชนิด ล้วนแล้วแต่มีชื่อ Lakoocha/Lagoocha เป็นตัวชูโรงทั้งนั้น แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้จักและเคยเห็นต้นเขา ว่า Lakoocha นี่มันต้นอะไรของมันหว่า ตามมาครับ เจ้า Lakoocha ที่ว่าก็คือ ต้นมะหาด บ้านเรานี่แหละ ใช่เลย ไม่ผิด ต้นมะหาด เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ อาจสูงได้ 30-40 เมตร พุ่มกว้าง ใบดกทึบ ตามยอด กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม เปลือกต้นสีน้ำตาลแก่ อมดำ หากอายุมากๆ จะแตกเป็นร่องสะเก็ด แผ่นๆ ได้เช่นกัน ดอกสีขาวอมเหลือง ช่อเล็กๆ สั้นๆ แยกเพศ แต่อยู่ในต้นเดียวกัน ออกตามซอกกิ่ง ระยะเวลาที่ออกดอก ประมาณเดือนมีนาคม-มิถุนายน และจะติดผลประมาณปลายเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม คลาดเคลื่อนได้นิดหน่อย ผลดิบสีเขียว กลมๆ รีๆ ผิวขรุขระ พอแก่จัดเริ่มสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มอมแดง ช่วงผลมะหาดสุกในป่า นก หน
