เทคนิคเกษตร
อันที่จริง มะม่วงกวน หรือ ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านแต่ดั้งเดิม แต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทยเชื่อว่าหากมีการถ่ายทอดมายังรุ่นลูก รุ่นหลาน การทำมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เด็กรุ่นใหม่จะสามารถทำได้อย่างไม่มีข้อกังขา เว้นเสียแต่สูญหายไปตามกาลเวลา ทำให้ภูมิปัญญาในการทำ มะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เลือนหายไป ย่านตลาดเก่า ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เป็นแหล่งผลิตมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม ที่ใหญ่แหล่งหนึ่งของประเทศ เพราะมะม่วงปัจจัยในการผลิตหลักมีปลูกมากในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และใกล้เคียง มะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม มีความแตกต่างกันในกรรมวิธีการทำเล็กน้อย และขึ้นอยู่กับท้องถิ่นแต่ละแห่ง ที่จะเรียกชื่อต่างกัน ส้มแผ่น คือ การนำเอามะม่วงสุกงอมมากวนให้สุก แล้วนำไปไล้เป็นแผ่นบางๆ ตากแดด จากนั้นนำมาม้วนเป็นหลอดๆ สีออกเหลืองทอง ส้มลิ้ม คือ การนำเอามะม่วงที่ยังไม่สุกงอมมากวน เพิ่มน้ำตาลนิดหน่อย นำไปตากแดด โดยทำเป็นก้อนเล็กๆ สีออกขาวใสหรือขุ่น รสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน มะม่วงกวน เป็นการนำมะม่วงสุกมากวนรวมกับน้ำตาล ไล้เป็นแผ่นบาง ตากแดด รสชาติมะม่วงกวนส่วนใหญ่มักมีรสหวาน หวานอมเปรี้ยว หรือเป
การสำรวจพื้นที่ป่า โดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เมื่อปลาย ปี 2555 พบว่า พื้นที่ป่าประเทศไทย น่าจะเหลืออยู่ 171,586 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ร้อยละ 33 ของพื้นที่ที่ดินประเทศไทย เมื่อเทียบกับเนื้อที่ป่าเมื่อ 50 ปี ที่ผ่านมา จะมีพื้นที่ป่าลดลงไปถึง ร้อยละ 50 ของที่เคยมี ป่า ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ ป่า ที่อยู่ภายใต้การดูแลโดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยคณะรัฐมนตรี เมื่อปี 2490 ซึ่งมีภารกิจหลักด้านการทำไม้ ขณะเดียวกัน ก็รับงานแปรรูปไม้ของโรงเลื่อยจักร และงานเก็บหาของป่าบางชนิด ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ขณะนั้นมาดำเนินการด้วย อีกเหตุผลหนึ่ง ที่ อ.อ.ป. ได้รับการก่อตั้งขึ้น เพราะพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยที่มีผืนป่าอุดมสมบูรณ์มากที่สุด มีแหล่งไม้สักขนาดใหญ่ ถูกสัมปทานโดยชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด เพื่อให้การทำไม้ การค้าไม้ และการแปรรูปไม้ ได้รับการควบคุมและรักษาระดับราคาไม้ในตลาดไม่ให้ผันแปรและมีคุณภาพ โดยเฉพาะ “ไม้สัก” นอกจากนี้ การบริหารจัดการสวนป่าให้มีคุณภาพ คงความอุดมสมบูรณ์
ช่วงฤดูฝนทุกปี ผืนป่าแถบภาคเหนือ อีสาน หลังจากผ่านความแห้งแล้งมานานพอสมควร ดินแห้ง ไม้สลัดใบร่วงหล่นทับถมบนพื้นดินใต้ต้น บางแห่งเกิดไฟป่าลุกลามเผาไหม้ บางแห่งผุย่อยสลาย พอถึงเดือนพฤษภาคม เจอฝนห่าใหญ่ๆ สักห่าสองห่า หรือหลายๆ ห่า เป็นอันได้เก็บเห็ดป่ามากินกัน โดยเฉพาะ “เห็ดถอบ” ซึ่งปีหนึ่งจะผุดออกมาให้ลิ้มรสกันสักช่วงหนึ่ง ก็คือช่วงฤดูฝนนี้แหละ แต่เชื่อไหมว่า ปีนี้จนกระทั่งวันนี้ ยังไม่ได้ลิ้มรส “เห็ดถอบ” เป็นชื่อเรียกทางเหนือของ “เห็ดเผาะ” มีบางพื้นที่เรียก “เห็ดเหียง” หรือ “เห็ดหนัง” หรือ “เห็ดเผาะหนัง” หรือ “เห็ดดอกดิน” บางที่บางถิ่นเขาเรียกต่างกันไป เห็ดถอบมีขึ้นในหลายพื้นที่ของเมืองไทย ยกเว้นภาคใต้ เพราะสภาพป่าและภูมิอากาศแตกต่างกัน ในอารมณ์อยากกินเห็ดเช่นตอนนี้ ปีนี้ต้องโหยหารสชาติของเห็ดถอบหรือเห็ดเผาะ เป็นเพราะมีออกมาต้นฤดูอยู่นิดหนึ่ง ชาวบ้านนำเข้าตลาดเสนอขายในราคาแพงมาก กระป๋องเล็กนิดเดียว ตั้ง 50 บาท นับเมล็ดได้ ความเคยชิน คาดการณ์ตามมโนศาสตร์เองว่า คงออกตามมาอีกมาก ราคาคงถูกลง เปล่าสายบัวรอเก้อ ไม่มีมาให้เห็นอีกจนวันนี้ คิดถึงบรรยากาศย้อนหลังครั้งหลายปีที่ผ่านมา ป่าทางเหนือแถ
ฉันชอบผมดำยาวเกล้ามวยของป้าภามาก แม้ว่าจะดำเพราะย้อมก็ตาม แล้วก็ชอบผมหงอกขาวแซมดำของป้าอีกคนเช่นกัน มวยหลวมๆ ทิ้งชายผมห้อยระลงมาราวไม่จงใจ แต่รู้นะว่าใช้เวลาไปโขทีเดียวกับการตะล่อมเส้นผมให้ได้แบบนี้ ทรงผมของลาวโซ่งหรือไทยทรงดำบ่งบอกอัตลักษณ์อย่างหนึ่ง มวยแบบไหนยังโสด มวยเฉไปข้างไหนมีเหย้าเรือนแล้ว มวยยังไงให้คนรู้ว่าเป็นม่าย สมัยก่อนฉันเคยได้ยินเรื่องแบบนี้จากไทยทรงดำบ้านนาป่าหนาด เชียงคาน วัยสาวเลือดเฟมินิสต์พุ่งพล่าน ฉันคิดไปถึงการกดข่มทางเพศ ผู้ชายไม่เห็นมีสัญลักษณ์บ่งบอกว่าโสดไม่โสด ม่ายไม่ม่าย แต่เมื่อมาคิดอีกทีเป็นกุศโลบายของคนแต่ก่อน ชายใดเห็นสตรีไทยทรงดำจะได้ไม่ละเมิด เอาเถอะ แม้อย่างไรก็ดูไม่ยุติธรรมอยู่ดี ทว่าก็เป็นวัฒนธรรมประเพณีที่เขายอมรับสืบทอดกันมานาน ทั้งผ่านมาถึงยุคดิจิตอลนี้แล้ว หญิงสาวไทยทรงดำเขาก็ก้าวล้ำไกลเกินทรงผมไปแล้ว นานเกิน 10 ปี ที่ฉันได้รู้จักกับชาวไทยทรงดำที่เชียงคาน กว่าจะได้มารู้จักไทยทรงดำที่เขาย้อย เพชรบุรี แรกได้คุยกับป้าหนอม หรือที่เขาเรียกนามอย่างเป็นทางการว่า อาจารย์ถนอม คงยิ้มละมัย ผู้รอบรู้เรื่องลาวโซ่งหรือไทยทรงดำ ฉันก็หลงเสน่ห์ป้าในบัดดล แรกเลยป
กระทาย เป็นของใช้ชาวบ้านสมัยก่อน กระทาย ดูไปก็เหมือนกระบุงขนาดเล็ก สมัยโบราณคนไทยเคยใช้เป็นเครื่องตวงข้าว วิธีนับคือ 2 กระทายเท่ากับ 1 กระบุง หน่วยวัดนี้ กาลเวลาผ่านไป ก็เหลือไว้เพียงชื่อ เด็กรุ่นใหม่แทบไม่มีใครรู้และเข้าใจ เพราะเครื่องตวงสมัยใหม่แสนจะทันสมัย และแพร่หลายโดยทั่วไป บางท้องถิ่น อย่าง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เรียกกระทายว่า กระเช้า ท้องถิ่นอื่นๆ อาจเรียกชื่อต่างกันไป ตามคำเรียกขานของผู้เฒ่าผู้แก่ แต่ความหมายคือ เครื่องมือใช้ตวงชนิดเดียวกัน คำว่า กระทาย มีอยู่สองความหมาย ถ้าเป็นคำนาม กระทาย หมายถึง ภาชนะคล้ายกระบุง แต่ถ้าเป็นคำกริยา หมายถึง อาการกระทบให้เมล็ดข้าวที่ใส่กระด้งแยกออกจากแกลบ ดังบทเพลงลูกทุ่งของ เมืองมนต์ สมบัติเจริญ ชื่อ หนุ่มสุพรรณ ท่อนหนึ่ง ความว่า “พี่จะเป็นคนตำเสียให้รำอ่อน ให้น้องรักเป็นคนร่อน คนกระทาย” ร่อน หมายถึง การเอาเมล็ดข้าวใส่ตะแกรงร่อน ส่วนกระทายนั้น หมายถึง การเอาเมล็ดข้าวที่ตำแล้วใส่กระด้ง แล้วใช้มือกระทบขอบกระด้งเป็นจังหวะ การกระทายเมล็ดข้าว สาวๆ สมัยก่อนคงรู้จักกันดี ไม่อย่างนั้น เมืองมนต์ สมบัติเจริญ ร้องเพลงออกไป คนคงไม่เข้าใจ กระทาย เค
ช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้รับเชิญจากสำนักงานเกษตรอำเภอลอง ให้ไปเล่าประสบการณ์ ชี้ช่องทางการเพิ่มรายรับ ลดรายจ่ายให้แก่เกษตรกรตามโครงการสร้างทักษะและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร กิจกรรมสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรรายย่อย ผู้เขียนได้ศึกษาข้อมูลจากโครงการ มีสาระดี ระบุไว้ว่าโครงการนี้เน้นการพัฒนาเกษตรกรรายย่อยให้มีการรวมกลุ่มโดยการเรียนรู้ฐานวิธีคิด การสร้างความเข้าใจร่วมกันในการขับเคลื่อนประเทศ หลักการสำคัญของการรวมกลุ่ม การประกอบธุรกิจ การจัดทำแผนธุรกิจ การลดต้นทุน ทั้งนี้ มีการอบรมบัญชีครัวเรือนอยู่ด้วย และเป็นวิชาบังคับ การจัดโครงการครั้งนี้มีหน่วยงานหลักคือ กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ เป็นหน่วยงานดำเนินงาน ผู้เขียนเห็นว่าเป็นโครงการดีๆ จึงขอนำมาเล่าสู่กันอ่าน ผู้เขียนตอบรับและยินดี ด้วยเห็นว่าบัญชีครัวเรือนเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการกับชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกร หากเกษตรของประเทศเราพร้อมใจกันจัดทำบัญชีครัวเรือนแล้วนำตัวเลขที่จดบันทึกนั้นมาปรึกษาหารือกันภายในครอบครัว เพื่อแส
ปลาร้า อาหารพื้นบ้าน เป็นวิธีการถนอมอาหารทั้งในภาคอีสานและภาคกลาง นิยมกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ส่วนใหญ่จะใช้ปลาน้ำจืดขนาดเล็ก เช่น ปลาสร้อย ปลากระดี่ ส่วนที่จังหวัดอุทัยธานี การทำปลาร้าที่ไม่เหมือนท้องถิ่นอื่น คือ ใช้ปลาแรด ซึ่งเป็นปลาในแม่น้ำสะแกกรังซึ่งเป็นปลาตัวใหญ่มาทำเป็นปลาร้า คิดนอกกรอบ เทคนิคทำเนื้อปลาฟู คุณธิรักษ์ โต๊ะทอง เล่าว่า เดิมทานปลาร้าที่ทำจากปลาสร้อย ปลากระดี่ มาตั้งแต่เด็กๆ ทุกครั้งที่รับประทานก็จะถูกกางปลาตำอยู่ตลอด คิดอยู่ตลอดเวลาจะทำอย่างไรดีกับการรับประทานปลาร้าให้อร่อยโดยไม่ถูกกางปลาตำ “กระทั่งโตเป็นสาวมีความคิดริเริ่มดัดแปลงสิ่งที่อยู่รอบตัว โดยเฉพาะปลาร้าของโปรดของป้า ประกอบกับแม่น้ำสะแกรังที่ผ่านจังหวัดอุทัยธานีมีปลาแรดจำนวนมากและขึ้นชื่อ จึงคิดทำปลาร้าจากปลาแรด ตอนทำครั้งแรกเพื่อนบ้านรู้ต่างแปลกใจว่าเพี้ยนหรือเปล่า เอาปลาแรดมาทำปลาร้า เพราะต้นทุนแพงกว่าปลากระดี่ ปลาสร้อย และลูกปลาต่างๆ แต่ก็ไม่สนใจเพราะมั่นใจว่าปลาแรดมาทำปลาร้าต้องอร่อยกว่าลูกปลา” คุณธิรักษ์ เล่าว่า ทำครั้งแรกรู้สึกพอใจ เพราะวิธีการทำเหมือนการทำปลาร้าทั่วไป ไม่แตกต่างกันมาก เพียงแต่ว่าใช้ปลาตัว
ผู้ชายที่สูบบุหรี่ในสมัยก่อนถือว่าเป็นชายจริง สมัยนั้นร่างกายชายไทยจะต้องเต็มไปด้วยรอยสัก กินหมากจนฟันดำ และดื่มสุรายังกะน้ำ ถือเป็นมาตรฐานของชายในแถบสุวรรณภูมิ เมื่อความเจริญเข้ามาสภาพแบบนี้ค่อยๆ เลือนไป ผู้ชายสักยันต์มีน้อยลง หมากก็เลิกกิน แต่ข้อดื่มสุรากับสูบบุหรี่ยังเหลืออยู่มาก บุหรี่ของแต่ละท้องถิ่นไม่เหมือนกัน ส่วนมากจะใช้ใบพืชที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมามวนใส่ยาเส้น ในสมัยก่อนใช้ใบตองนำมารีดให้เรียบตัดให้ได้รูปสี่เหลี่ยมก็นำมามวนสูบได้ กลีบบัวหลวงก็มีคุณสมบัติที่จะนำมาใช้มวนบุหรี่ได้เช่นกัน แต่พื้นที่จังหวัดในบ้านเราที่ติดชายทะเลจะมีต้นจาก เป็นพืชประจำท้องถิ่น นิยมนำใบจากมามวนยาเส้นสูบ ต้นจากเป็นพืชเก่าแก่อายุถึง 70 ล้านปี มีการกระจายพันธุ์ทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ พบได้ทั้งบริเวณน้ำจืดและน้ำกร่อย และเป็นพืชในสกุลปาล์ม เพียงชนิดเดียวที่ขึ้นในป่าชายเลน หรือบริเวณริมคลองที่มักมีน้ำจืดและน้ำเค็มปนกัน ส่วนมากจะขึ้นเป็นดงขนาดเล็กใหญ่ เรียกกันว่า ดงจาก หรือป่าจาก ในอดีตมีการใช้ประโยชน์จากต้นจากอย่างมากมายโดยการใช้มุงหลังคา หลังคาจาก แฝกที่ทำจากหญ้าคา ใบตองตึง แผ่นไม้สัก
ผมบันทึกลงในปฏิทินของทุกปีว่า ช่วงเดือนสิงหาคมจะเป็นวันที่เท่าใด ก็ต้องหาโอกาสชาร์ตแบตฯ ให้ตัวเองและเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบแนวทางเดียวกันให้ได้ กินอาหารที่ไร้สารปรุงแต่งทางเคมีใดๆ นอกจากน้ำปลา ซอส เกลือ นอนในสถานที่ง่ายๆ อิงธรรมชาติให้มากที่สุด สูดอากาศในเขตที่แวดล้อมด้วยป่าดงพงไพร มีกิจกรรมทางด้านการเกษตรที่สนุกสนาน สัมผัสความงามที่หาได้ยากในสถานที่อื่นๆ จะเป็นที่ใดไม่ได้นอกจาก ป่าบงเปียง ป่าบงเปียง เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติอินทนนท์ หมู่ที่ 13 ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางที่รถยนต์ทั่วไปอย่าได้คิดจะขับเข้าไปเด็ดขาด หากเครื่องยนต์ไม่ ดี คนขับไม่พร้อม และไม่ใช่ขับเคลื่อน 4 ล้อ เพราะด้วยสภาพเส้นทางในภูเขาที่ทำไว้เพื่อการสัญจรในช่วงหน้าแล้งเท่านั้น บางช่วงมีหลุม มีก้อนหินระเกะระกะ แม้จะมีระยะทางไม่ไกลนัก แต่ช่วงเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงของการโยกโยนอยู่ในรถก็เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากนัก ด้วยว่าปัจจุบันเส้นทางคมนาคมส่วนมากถูกปรับปรุงให้ดีมากขึ้นแล้ว ยิ่งการเดินทางในเดือนสิงหาคม ฝนกำลังโปรยปราย ถนนมีดินโคลนผสมแอ่งน้ำ เครื่องยนต์และพลขับจึงต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผู้โดย
อัตราส่วนของส่วนผสมในการทำไข่เค็ม 1.ไข่เป็ดสดประมาณ 37-40 ฟอง 2.ดินสอพอง 1.2 กิโลกรัม 3.เกลือป่น 375 กรัม 4.น้ำสะอาด วิธีการทำ 1.นำไข่เป็ดมาทำความสะอาดจากนั้นผึ่งทิ้งไว้ให้เปลือกแห้ง 2.นำดินสิพองใส่ในกะละมัง เติมน้ำสะอาดลงไปแช่ทิ้งไว้ 1 คืน 3.จากนั้นเทน้ำที่แช่ดินสอพองออกให้หมดเหลือไว้แต่ดินสอพอง 4.เติมเกลือป่นลงไปในดินสอพอง คนให้เกลือป่นละลายจนเป็นเนื้อเดียวกันกับดินสอพอง 5.จากนั้นนำไข่เป็ดสดลงไปจุ่มกับดินสอพอง เมื่อดินสอพองพอกทั่วทั้งฟองไข่แล้ว นำไข่ไปคลุกกับขี้เถ้าหรือใบเตยสับอีกครั้งหนึ่งตามที่ต้องการ จากนั้นนำไข่มาวางในตะกร้าหรือภาชนะที่เตรียมไว้ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20 วัน 6.เมื่อครบกำหนดเวลาก็นำมาต้มรับประทานได้ หรือจะทำขายเป็นรายได้ได้เช่นกัน การเลี้ยงเป็ดไข่พันธุ์ปากน้ำ : https://www.technologychaoban.com/livestock-technology/article_71542
