เทคนิคเกษตร
การย้อมไหมและการทอผ้าไหม เป็นศาสตร์และศิลป์ที่อยู่คู่กับชีวิตของคนไทยมาช้านาน ทุกวันนี้ การย้อมผ้าไหมมีทั้งย้อมด้วยวัสดุจากธรรมชาติและย้อมด้วยสีเคมี ซึ่งมีข้อเด่น ข้อด้อย แตกต่างกันไป “การย้อมไหมด้วยสีเคมี” นั้น ทำได้ง่าย สะดวกสบาย แต่มีอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ส่วน “การย้อมไหมด้วยวัสดุธรรมชาติ” ให้สีแตกต่างกันไป ได้แก่ ดอกคำแสด หรือ ดอกกรรณิการ์ (สีส้ม) ต้นคราม เปลือกสมอ ใบหูกวาง (สีน้ำเงิน) ผลมะเกลือ ผลสมอพิเภก ผลตับเต่า เงาะ (สีเทา-ดำ) ต้นสัก ขี้เหล็กบ้าน ต้นแก้ว (สีเขียว) ครั่ง เปลือกสะเดา มะไฟป่า (สีแดง) แก่นไม้ขนุน ใบมะขาม เปลือกผลมังคุด (สีเหลือง) เปลือกต้นหมาก เปลือกต้นมะขาม แก่นคูน ฝาง ตะแบกน้ำ (สีน้ำตาล) สีย้อมจากธรรมชาติมีข้อจำกัดในเรื่องความคงทน ความสม่ำเสมอของสี และหาวัสดุจากธรรมชาติเหล่านี้ได้ยากขึ้นในยุคปัจจุบัน นวัตกรรมการย้อมสีไหมจากมะขาม ผลงานมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ “จังหวัดสุรินทร์” โดดเด่นในเรื่องการผลิตผ้าไหม ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการทอผ้าไหมในจังหวัดสุรินทร์อยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อส่งเสริมอาชีพการผลิตผ้าไหมของชาวบ้านในท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน สำนักงานคณะก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในตลาดหลายสยาม อ.หากใหญ่ จ.สงขลา ร่วมกันแต่งกายชุดไทยย้อนยุคขายขนม ซึ่งเป็นการแต่งกายก่อนที่กระแสออเจ้าจะฮอตฮิด และการแต่งกายด้วยชุดไทยก็กลายมาเป็นจุดเด่นของตลาดหลาดสยาม โดยขนมพื้นบ้านทางภาคใต้ที่เป็นขนมโบราณ ยังเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์เด่นของตลาด โดยเฉพาะขนม “หม้อฉี่” ที่หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ เพราะขนมหม้อฉี่ขายอยู่ในตลาดหลาดสยามที่คาดว่าจะเป็นแห่งเดียวใน จ.สงขลา ซึ่งหากินยาก นางเบญญาภา ศรีรุจี อายุ 49 ปี แม่ค้าเจ้าของสูตรขนมม่อฉี่ แบบโบราณขนานแท้ บอกว่า ความเป็นมาของขนมม่อฉีเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และชาวบ้านเรียกกันว่าขนมแป้ง แต่เมื่อทหารญี่ปุ่น มาเห็นก็เรียกว่าขนมโมจิ และคนใต้ เรียกตามไม่ชัดจนกลายเป็นขนมม่อฉีมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับส่วนประกอบหลักของขนมม่อฉี มีแป้งข้าวเหนียวนึ่งผสมใบเตย แป้งขาวเหนียวขั้วใส่จะใช้น้ำตาลตโนด แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมกับงาดำงาขาว วิธีทำนำแป้งข้าวเหนียวนึ่งจะบีบให้แบนแล้วใส่ใส้ลงไปห่อเป็นก้อนกลม แล้วคลุกด้วยแป้งข้าวเหนียวขั้ววางในใบตองรับประทานได้เลย รสชาติหวานมันตามแบบขนมไทย ปัจจุ
ด้วยอุบัติเหตุวันก่อน มีเหตุจะต้องคิดเมนูเอาสดๆ ร้อนๆ เมื่อไปจ่ายตลาด ว่าจะทำอะไรเลี้ยงสายแข็งที่บ้านดี จู่ๆ ก็นึกถึงหมูต้มเค็มหรือจะเรียกว่าหมูต้มเหล้า สูตรของ “คุณเอ้ซัง” เจ้าของร้านซูชิโคที่ธนิยะ ขึ้นมาได้ คว้าหมูสามชั้นเป็นก้อน แบบที่บางที่เขาจะเอาเชือกรัดให้เป็นปล้องๆ มาได้ 2 กิโล หัวไชเท้าใหญ่ 2 หัว แครอต 6 หัว ต้นหอมญี่ปุ่น 2 ต้นใหญ่ คว้าขิงแก่ต้นใหญ่ติดมือมาด้วยอีกหนึ่งแง่ง มิริน สาเกปรุงอาหาร และโชยุ เพิ่งหยิบติดมือไปเมื่อวันก่อน ฉะนั้นไม่ต้อง มีไวน์แดงขวดยักษ์จากญี่ปุ่นที่คุณยายหิ้วมาฝาก ซึ่งหลังจากชิมแล้วลงมติแบบคิดเองเออเองว่า เอาไว้ทำอาหารน่าจะอร่อยกว่ากินเพียวๆ เท่านี้เครื่องเคราก็ครบครัน เริ่มต้นด้วยการหั่นหมูให้เป็นชิ้นใหญ่ หนาประมาณ 1 นิ้วหรือกว่าๆ เพื่อเวลาต้มจะได้ไม่ยุ่ยหมด จากนั้นก็เอาลงจี่กระทะน้ำมันน้อยๆ ไฟแรงนิด ให้หมูออกมาสีสวยและรัดตัวเองไปในตัว ขิงเราเกลาเปลือกแล้วทุบแบบไม่ต้องละเอียด แครอตกับไชเท้าก็หั่นขวาง ชิ้นใหญ่นิดก็ได้ ไม่ต้องกลัวคับปาก เพราะสุดท้ายมันจะถูกเคี่ยวจนนุ่ม พอทอดหมูได้ที่ก็ต้มน้ำซุป เอาเครื่องทั้งหมดเว้นหมูโยนลงไป เติมน้ำให้ท่วม พอน้ำเดือดปุ
ดอกบัวหลวงปกติใช้ไหว้พระ หรือตกแต่งประดับสถานที่ต่างๆ แต่พอนึกถึงเมนูที่จะนำมาทำอาหารกลับนึกไม่ค่อยออก เด็กๆ จากชุมชนริมคลองมหาสวัสดิ์ จ.นครปฐม บอกว่าบัวหลวงนั้นนำมาทำเป็นของกินเล่นหรือกินจริงจังได้หลายอย่างเลยทีเดียว “วันนี้มาเรียนรู้การทำเมี่ยงคำดอก บัวหลวงที่บ้านป้าแจ๋วค่ะ เครื่องเมี่ยงคำก็มีขิง มะนาว หอมแดง มะพร้าวน้ำหอมคั่ว ถั่วลิสงคั่ว พริกขี้หนู แล้วก็น้ำราด ส่วนที่สำคัญเลยคือกลีบบัวหลวง ป้าแจ๋วเลือกแล้วว่าเป็นบัวที่มาจากนาบัวปลอดสารพิษ ปลูกแบบอินทรีย์จริงๆ เลยกินได้แบบสบายใจค่ะ” น้องหนึ่ง ด.ญ.ศิริพร รักสนิท เล่าขณะช่วยป้าแจ๋วเตรียมเครื่องเมี่ยงคำ ทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ ชุมชน ริมคลองมหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม คึกคัก เพราะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ผู้คนนั่งเรือหางยาวแวะท่องเที่ยวตามจุดเรียนรู้ต่างๆ ในชุมชน สวนของ ป้าแจ๋ว จงดี เศรษฐอำนวย เป็นอีกจุดสำคัญ กิจกรรมไฮไลต์ของสวนป้าแจ๋วคือการนั่งรถอีแต๋นซิ่ง ชมสวนและนาเกษตร พอเพียง เมื่อกลับมาก็จะมีผลไม้ อาหารปลอดภัย เป็นของฝากของกินเล่นให้นักท่องเที่ยวจับจ่าย “ของเราทำรับรองว่าเป็นอินทรีย์และปลอดภัยจริงๆ ค
ผมเพิ่งไปเที่ยวงาน “เบิ่งแญงอีสานมั่นยืน พลิกฟื้นมูนมัง” ของเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนทั่วประเทศ ที่ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 26-27 มีนาคมที่ผ่านมานี้เองครับ ในบรรดาของพื้นบ้านดีๆ อย่างหอมแดง กระเทียมอินทรีย์ ข้าวเจ้าข้าวเหนียวสารพัดสายพันธุ์ ปลาร้าหอมๆ กุ้งจ่อมนัวๆ และผักถิ่นนานาชนิด ของที่ผมเพิ่งเคยเห็นเคยชิม ก็คือ “หม่ำปลา” ฝีมือชาวบ้านอำเภอราษีไศล พอได้เปิดถุงหม่ำดมดูแล้ว แหม! มันหอมชวนกินมาก จนต้องเดินเวียนกลับไปถามวิธีทำ คุณป้าคนขายบอกว่า ไม่ยาก แค่ “..เอาไส้พุงที่เหลือจากการทำปลาสร้อยขาวแห้งมารีดขี้ออก ล้างให้สะอาดเลยนะ แล้วหมักเกลือสินเธาว์ กระเทียมตำหยาบ ข้าวเหนียวนึ่ง สัก 2-3 วัน มันจะเริ่มเปรี้ยวนิดๆ กินสดๆ กับกระเทียมกลีบ พริกขี้หนูเม็ดขาวๆ ตะไคร้สดหั่นแว่น จะกับข้าวเหนียวหรือข้าวเจ้าก็ได้” เป็นอันว่าเครื่องหมักมันคล้ายๆ “เจ่า” นะครับ คือมีแป้งในข้าวช่วยให้เกิดปฏิกิริยาเคมีเพิ่มรสเปรี้ยวเติมเค็มนัวขึ้นมาอีกหน่อย แล้วที่เรียกว่า “หม่ำ” ก็คงเพราะใช้เครื่องปรุงเดียวกันกับหม่ำ ไส้กรอกพื้นเมืองอีสานชนิดหนึ่ง แถมใช้เครื่องในปลา ทำนองเดียวกับที่หม่ำใช้ตับวัวตับหมูผสมเนื้อ
หยาดรอยยิ้ม พริ้มเย็น อยู่เป็นนิจ ผ่องน้ำจิต พราวล้ำ เพชรน้ำใส รักศิษย์ล้วน ถ้วนหน้า เกินกว่าใคร “งานกล้วยไม้” คือชีวิต…จิตวิญญา ค่อนชีวี…บนทางท่านสร้างสม เพื่อสังคม คุณภาพ อาบคุณค่า วิทยาทาน ถ่ายทอด ตลอดมา สม “บิดา…โลกสวยกล้วยไม้ไทย” บทกลอนด้านในปกหน้า จากหนังสือที่ระลึกเนื่องในงานน้อมแสดงกตัญญุตา และมุทิตาจิต แด่ ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ศุภวาระสิริอายุครบ 6 รอบ (72 ปี) วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2537 ซึ่งมีภาพ ท่าน ศ.ระพี กำลังเอื้อมโน้มช่อกล้วยไม้สีแดงเข้มช่อใหญ่อย่างชื่นชม หากพลิกกลับดูปกหลัง ก็มีภาพช่อดอกกล้วยไม้ พร้อมบทกลอนใต้ภาพที่ประกาศเกียรติคุณของท่านอาจารย์ไว้ น่าจะสอดคล้องสัมพันธ์กับบทกลอนที่กล่าวไว้ตอนต้น ว่า กว่าครึ่งค่อน…72 ปี…คลื่นชีวิต ท่านมุ่งคิด…มุ่งสรรค์…สมฝันใฝ่ ไม่เคยหวัง เรื่องชื่อ เสียงลือไกล หวังเพียงให้…และให้ ด้วยใจจริง ถึงวันนี้…ท่านยิ้ม…สุขอิ่มฝัน คลื่นชีวัน…ใกล้พลบ…สงบนิ่ง ยืด “ความว่าง” เป็นหลัก ใจพักพิง ด้วยทุกสิ่ง…ลุล่วง…หมดห่วงใย ทั้งปกหน้าและปกหลัง มีภาพช่อดอกกล้วยไม้
ปลายปีที่แล้ว ผมปั่นจักรยานทัวร์ริ่งไปเที่ยวภาคอีสานนานกว่าสัปดาห์ เริ่มจากอำเภอบัวใหญ่ นครราชสีมา ไปสิ้นสุดที่หนองคาย ปั่นช้าๆ แวะเที่ยวหลายแห่งตามเส้นทางเล็กๆ และแห่งหนึ่งที่ตั้งใจไปมากๆ ก็คือบ่อกระถิน ตำบลหัวหนอง อำเภอบ้านไผ่ ขอนแก่น แหล่งทำเกลือสินเธาว์แบบพื้นบ้านสืบเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน ผมเคยไปบ่อกระถินเมื่อ พ.ศ. 2535 ตอนที่ทำงานอยู่กองบรรณาธิการวารสารเมืองโบราณ กับคณะสำรวจซึ่งนำโดย อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม มันก็เกือบ 30 ปีแล้วนะครับ ที่ได้รู้ว่า ใต้พื้นดินภาคอีสานมีแหล่งเกลือมากมาย ซึ่งบรรพบุรุษชาวอีสานก็อาศัยเกลือสินเธาว์ที่ต้องทำด้วยความยากลำบากนี้เป็นสินค้าแลกเปลี่ยนที่นำความมั่งคั่งมาสู่ชุมชนบ้านเมืองตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ปรากฏหลักฐานร่องรอยการทำเกลือ ต้มเกลือแบบโบราณอยู่ทั้งในเขตลุ่มน้ำมูล ที่บ่อพันขัน อำเภอสุวรรณภูมิ ร้อยเอ็ด และลุ่มน้ำชี ที่บ้านบ่อกระถิน อำเภอบ้านไผ่ ขอนแก่น เป็นอาทิ จำได้ว่า บ่อกระถินในช่วงต้นปี พ.ศ. 2535 ปรากฏแก่สายตาเป็นลานกว้าง สีขาวโพลนของคราบเกลือจับผิวดินไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา เนื้อที่ประมาณกว่า 500 ไร่ เห็นชาวบ้านตั้งเตาต้มเกลือกันเป็นห
สามพราน ริเวอร์ไซด์ ชวนสัมผัสเมนูสุดคลาสิก “ข้าวแช่ออร์แกนิก” มนต์เสน่ห์ดับลมร้อน ใกล้ถึงเดือนเมษายนแล้ว เดือนนี้นอกจากเป็นเดือนที่อากาศร้อนสุดๆ ยังเป็นเดือนแห่งมนต์เสน่ห์ของเทศกาล “ข้าวแช่” อาหารพื้นบ้านของชาวมอญโบราณสุดคลาสสิก ที่นิยมรับประทานเพื่อคลายความร้อน และยามนี้บรรยากาศตามห้องอาหาร โรงแรม ห้างร้าน ต่างก็พากันรังสรรค์เมนูข้าวแช่ ไว้บริการลูกค้ากันอย่างคึกคัก เช่นเดียวกับโรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ ที่เตรียมต้อนรับฤดูร้อนด้วยการมอบสุขภาพที่ดีให้กับผู้บริโภค รังสรรค์ “ข้าวแช่ออร์แกนิก” เมนูดับร้อนสุดคลาสสิกสูตรลับเฉพาะห้องอาหารอินจัน ที่พิถีพิถันด้วยการคัดสรรวัตถุดิบอินทรีย์คุณภาพดี ผ่านกรรมวิธีการปรุงอย่างวิจิตรบรรจง ที่ยังคงรสชาติความอร่อยตามสูตรต้นตำรับ แถมปลอดภัยต่อสุขภาพ พร้อมเสิร์ฟให้คลายร้อนกันในเดือนเมษายนนี้ ความพิเศษที่แตกต่างเมนู “ข้าวแช่ออร์แกนิก” จะเน้นความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค และคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ข้าวที่ใช้ ใช้ข้าวหอมนครชัยศรี เป็นสายพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดนครปฐม ที่ปลูกด้วยระบบอินทรีย์ ให้กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นใบเตย ไม่นุ่มหรือเหนี่ยวจนเกินไป เมื่อนำไปท
นักวิจัยไทยใช้เทคโนโลยี “แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราณ เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง มรดกโลก อายุกว่า 3,500 ปี ของปลอมหรือจริงได้อย่างแม่นยำ เผยใช้เทคนิคการเรืองรังสีเอกซ์ ร่วมกับเทคนิคดูดกลืนรังสีเอกซ์วิเคราะห์ องค์ประกอบทางเคมีของเนื้อดินและสี นำไปสู่วิธีการแยกแยะเครื่องปั้นดินเผาของแท้หรือทำเทียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เปิดเผยว่า “ปัจจุบัน ได้มีการนำแสงซินโครตรอนมาใช้ในการวิจัยด้านโบราณคดีอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป เนื่องจากเทคนิคการทดลองที่ใช้แสงซินโครตรอนสามารถบอกให้รู้ถึงองค์ประกอบและโครงสร้างของวัตถุได้โดยไม่ทำลายชิ้นงานให้เสียหายหรือมีผลอื่นใดต่อวัตถุที่นำมาศึกษา ทำให้เหมาะที่จะนำแสงซินโครตรอนไปใช้ในการศึกษาวัตถุโบราณหรือวัตถุที่มีคุณค่าและมูลค่าสูงอื่นๆ ได้ สำหรับประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้มีการนำแสงซินโครตรอนมาใช้ในการศึกษาด้านโบราณคดีเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ที่ผ่านมาสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้ทำการศึกษาคุณสมบัติของกระจกเกรียบโบราณด้วยแสงซินโครตรอน ตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบร
หากพูดถึงคนใต้แล้ว ทุกคนจะรู้จักกันดีว่า เป็นคนใจคอค่อนข้างจะหนักแน่น พูดเร็ว ทำเร็ว และอาหารใต้ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงลักษณะของคนใต้ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องรสชาติอาหารที่ เผ็ดจัด เค็มจัด ตลอดจนเปรี้ยวจัด อาหารใต้ที่เลื่องชื่อลือนาม เช่น แกงไตปลา แกงเหลือง น้ำบูดู น้ำพริก และอื่นๆ ที่ต้องบอกว่า รสชาตินั้นต้องเผ็ดร้อน จึงทำให้อาหารใต้ทุกๆ มื้อต้องประกอบไปด้วยผักสดต่างๆ เช่น สะตอ ลูกเนียง ลูกเหรียง ที่จะต้องมีติดไว้ในแทบทุกมื้อของอาหาร และนอกจากนั้นยังมีผักชนิดต่างๆ ทั้งบนดินและใต้น้ำ จะกินแบบสดๆ หรือจะเอามาชุบแป้งแล้วทอดกรอบๆ เพื่อช่วยลดความเผ็ดร้อนของอาหารใต้ หรืออาจกินเป็นอาหารว่าง อาหารกินเล่นๆ เช่น ใบเหลียง ใบเล็บครุฑ ใบชะพลู ที่เอามาชุบแป้งทอดกรอบๆ และยังมีผักอีกชนิดหนึ่งที่หน้าตาอาจจะดูแปลกๆ ชื่อ หญ้าช้อง สำหรับผู้เขียน มีโอกาสได้รู้จักกับพืชนิดนี้ครั้งแรกในจังหวัดระนอง และได้ลองลิ้มชิมรสชาติเมนู ทอดเบือหญ้าช้อง ที่อำเภอกะปง จังหวัดพังงา เป็นครั้งแรกเหมือนกัน รู้สึกว่ามันแปลกและอร่อยดี จึงต้องนำมาบอกต่อๆ ให้ทุกท่านได้รู้จักเมนูอร่อยๆ กันค่ะ พลับพลึงธาร หญ้าช้อง พืชแปลกชนิดนี้
