เทคนิคเกษตร
จากสี่แยกกบินทร์บุรี มุ่งไปทางจังหวัดนครราชสีมา ตรงนั้นอยู่ในพื้นที่ของอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ขวามือเป็นป่าลาน และที่ทำการอุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อก่อนถนนแถบนี้มีเพียงสองเลน แต่ปัจจุบันถนนขยายออกกว้างขวาง ฝั่งตรงข้ามที่ทำการอุทยาน มีสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ วันหยุดและเทศกาลคนแวะกันมากจนที่จอดรถแทบไม่พอ อุทยานแห่งชาติทับลาน ต่างจากอุทยานอื่นตรงที่มีต้นลานขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น จัดเป็นป่าลานในธรรมชาติผืนเดียวและผืนสุดท้ายของประเทศ อุทยานแห่งชาติทับลาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอปักธงชัย วังน้ำเขียว ครบุรี เสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์และมีป่าลาน ซึ่งหาดูได้ยากที่มีเฉพาะบางท้องที่เท่านั้น มีต้นลานขึ้นตามธรรมชาติ เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ลำธารต่างๆ และมีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น หุบผา หน้าผา น้ำตก เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ คือ มีเนื้อที่ประมาณ 1,397,375ไร่ หรือ 2,235 ตารางกิโลเมตร ในอดีตป่าลานที่อุดมสมบูรณ์มีขึ้นอยู่กระจายทั่วๆ ไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมามีการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม จึงทำให้ป่าล
หากติดตามข่าวสารก็จะรู้ว่า เวลานี้อุบัติเหตุจากท้องถนนจะเกิดขึ้นบ่อยมาก และการที่กรุงเทพฯ ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีรถติดมากเป็นอันดับ 1 จึงไม่แปลกใจ ในขณะที่เมืองนอกเมืองนาลดการใช้รถ หันมาใช้จักรยาน และก็ทำได้ด้วย เรื่องรถติดนี่ เคยได้สนทนากับพระคุณเจ้าที่วัด ท่านให้ความเห็นว่า เรื่องรถติดต้องแก้ที่คน โดยเฉพาะเรื่องของความอยากได้ และอยากขาย ถ้าลดความอยากทั้งสองได้ กรุงเทพฯ รถจะไม่ติด แล้วรัฐก็ต้องให้การบริการสาธารณะที่ดี เพราะทุกวันนี้ รัฐมีแต่ส่งเสริมให้ผู้คนอยากมีอยากขายกันเกือบจะทุกเรื่อง เมื่อกระตุ้นความอยาก ปัญหาต่างต่างก็จะตามมาเป็นขบวนให้รัฐต้องแก้ ซึ่งเหมือนกับว่า รัฐกระตุ้นด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว จนทำให้ผู้คนขาดจิตสำนึกที่ดีต่อส่วนรวม นอกจากรัฐจะต่อต้านเรื่องโกงกินแล้ว เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการปลูกต้นไม้ รัฐก็ควรจะกระตุ้นด้วย ปักษ์นี้จะชวนปลูกต้นไม้ที่มีผลกินได้ และมีคุณค่าทางสมุนไพรอย่างมาก ต้นไม้ที่ว่าคือ ต้น “มะม่วงหิมพานต์” มะม่วงหิมพานต์ ทางวิชาการจัดอยู่ในพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงโดยเฉลี่ย 10 เมตร มีใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน รูปใบรูปไข่ ปลายใบมน โคนใบแหลม เนื
เนื่องจากคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์สีย้อมสังเคราะห์ 5 ชนิด ได้แก่ สีไดเร็กต์ สีรีแอกทีฟ สีแวต สีซัลเฟอร์ และสีแอซิด ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 29 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ผู้ผลิต ผู้ใช้ และผู้นำเข้าสีย้อมสังเคราะห์ดังกล่าว ต้องยื่นขออนุญาตเพื่อยืนยันว่า สีย้อมสังเคราะห์เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งกรณีนี้อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและกลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอและย้อมสีเส้นใย รวมถึงการย้อมสีเส้นไหมด้วย ดังนั้น กรมหม่อนไหม จึงได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเข้ามาเรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติ ที่ “ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ไม้ย้อมสี” เพื่อเพิ่มทางเลือกในการย้อมเส้นไหมด้วยวัสดุธรรมชาติ ซึ่งให้สีสันสวยงามสุดคลาสสิก เป็นเอกลักษณ์และมีคุณภาพไม่แพ้การย้อมสีสังเคราะห์ ที่สำคัญยังมีความปลอดภัยสูงและช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วย ปัจจุบันกรมหม่อนไหมมีศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ไม้ย้อมสี จำนวน 15 ศูนย์ทั่วประเทศ ได้แก่ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ศมม.) แพร่ ตาก อุดรธานี หนองคาย สก
เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ข้าพเจ้าและผู้บริหารของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับระบบการจัดการเกี่ยวกับสมุนไพรอย่างครบวงจรของประเทศญี่ปุ่น จึงอยากนำประสบการณ์ที่ได้รับมาเล่าสู่กันฟังครับ สำหรับยาสมุนไพรในประเทศญี่ปุ่น จะเรียกว่า Kampo จากหลักฐานพบว่า มีการใช้มามากกว่า 1,400 ปี โดยหากแยกดูในความหมายของคำแล้ว Kam ซึ่งน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า Kan หรือ Han (ราชวงศ์ฮั่นของประเทศจีน) ดังนั้น ความหมายก็จะสื่อถึงสิ่งที่มาจากจีน ส่วน po หมายถึง วิถีการรักษา ซึ่งความหมายโดยรวมคือ แบบแผนการรักษาที่มาจากประเทศจีน แต่ได้มีการพัฒนาจนมีเอกลักษณ์เฉพาะในแบบของญี่ปุ่นเอง ทำให้ไม่แปลกใจว่า ตำรับยา Kampo จะประกอบไปด้วยสมุนไพรจากเมืองจีนทั้งนั้น โดยในหนึ่งตำรับจะมีสมุนไพรไม่เยอะ เฉลี่ยประมาณ 4-5 ชนิด แต่ในบางครั้งส่วนประกอบของตำรับมาจากอวัยวะของสัตว์ก็มีเหมือนกัน การสั่งใช้ตำรับยา Kampo ในประเทศญี่ปุ่นนั้น แพทย์แผนปัจจุบันจะเป็นผู้สั่งใช้ ส่วนใหญ่จะมีความรู้เกี่ยวกับตำรับยาสมุนไพร Kampo ด้วยเช่นกัน และบางท่านก็สามารถตรวจรักษาด้วยวิธีแบบแผนตะวันออกได้ด้วย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น
ข้าว คือ หัวใจหลักที่ทำให้คนรับประทานมีความสุข ข้าวที่อร่อย เมื่อนำมาโรยเกลือแล้วปั้นเป็นลูกกลมๆ วางไว้บนโต๊ะก็จะเป็นมื้อวิเศษของเด็กยามดึก และผู้ใหญ่ที่รีบเรงในยามเช้าได้เป็นอย่างดี วิธีหุงข้าวญีุ่่นให้อร่อย ต้องทำตามลำดับ ดังนี้ 1.ใส่ข้าวสารญี่ปุ่นลงในถ้วยใบใหญ่ ใส่น้ำพอท่วมข้าวแล้วเทออกโดยเร็ว (น้ำแรกจะเป็นการล้างสิ่งสกปรกที่ติดมากับข้าวสารออก) 2.ในกรณีที่ข้าวสารมีปริมาณไม่มากนัก ให้ใส่น้ำพอขลุกขลิก แล้วเอานิ้วมือกวาดๆ คนๆข้าวสารจนน้ำใสๆกลายเป็นสีขาวคล้ายสีของนมสดจึงเทน้ำออก 3.ในกรณีที่ข้าวมีปริมาณมากขึ้น ให้ใช้อุ้งมือ (ส่วนที่ใกล้ๆข้อมือ) กดนวดลงบนข้าวสาร และเมื่อน้ำเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นก็เทน้ำออก 4.ล้างซ้ำๆจนสีน้ำที่ล้างค่อนข้างใส (ซึ่งต้องล้างประมาณ 5-6 ครั้ง) 5.กรองน้ำออกให้เหลือแต่ข้าวสาร แล้วตั้งพักไว้ในตะแกรง 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง 6.นำข้าวสารเทลงในหม้อหุงข้าว ใส่น้ำตามปริมาณข้าวที่กำหนด กดสวิตช์หุงตามปกติ 7.เมื่อข้าวสุกแล้วให้นำทัพพีตักข้าวมาคลุกข้าวในหม้อให้ทั่วๆไอร้อนจะระเหยออกอย่างรวดเร็ว ทำให้ข้าวร่วนแวววาวน่ารับประทาน ที่มาหนังสือ อาหารญี่ปุ่นรสมือแม่ โดยสุยดา ด่านสุวรรณ์
หากท่านเป็นผู้โดยสารขาประจำของสายการบินไทย คงเคยพบเห็นกล้วยตากที่บรรจุในห่อฟอยล์สำหรับไว้แจกเป็นของว่างบนเครื่องบินกันมาบ้าง คงคิดว่าเป็นสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทแบรนด์ดัง แต่แท้จริงแล้วผลิตภัณฑ์ชนิดนี้เป็นฝีมือของชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในจังหวัดราชบุรีนี่เอง จึงมีหลายคนคงสงสัยว่า ทำไม ชาวบ้านกลุ่มนี้จึงสามารถผลิตของว่างบนเครื่องบินได้ “วิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา” เป็นการค่อยๆ รวมตัวของชาวบ้านที่เริ่มต้นจากการหาอาชีพเสริมด้วยการทำน้ำพริก ทำขนมไทย และเพาะเห็ด รวมถึงยังนำเห็ดที่เพาะแล้วมาต่อยอด เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากเห็ดหลายชนิด ได้แก่ น้ำพริกเผาเห็ด, แหนมเห็ด, กะหรี่ปั๊บเห็ด และล่าสุดคือ น้ำเห็ดสามอย่าง ด้วยเป็นกลุ่มวิสาหกิจที่มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพสูง มีการบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์และคุ้มค่า จึงได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 กลุ่มวิสาหกิจทั่วประเทศ เพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือ กล้วยตาก ส่งสายการบินไทย คุณคะนอง โปรักษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา เปิดเผยว่า การผลิตกล้วยตากเกิดจากแนวคิดต่อยอดจากการแปรรูปเห็ด เนื่องจากได้รับการสนับสนุนห้องอบ
เผยผลงานวิจัย 4 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อสุขภาพผิว ระดับพรีเมี่ยม ผลิตจากน้ำมันดักแด้ไหมและไฟโบรอินไฮโดรไลเสท กันแดดได้สุดยอด หวังส่งเสริมเอกชนต่อยอดผลิตเชิงการค้า คุณสมหญิง ชูประยูร ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมการผลิตและจัดการการผลิตหม่อนไหม กรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม และสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกันศึกษาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ ไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านและพันธุ์ไทยลูกผสมจากน้ำมันดักแด้ไหมและไฟโบรอินไฮโดรไลเสท โดยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อสุขภาพผิว จำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โลชั่นบำรุงผิว ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน หรือไนท์ครีม (Night Cream) ครีมบำรุงมือ และลิปกลอส ซึ่งได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว ถือเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางระดับพรีเมี่ยม ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางใหม่ 4 ชนิด มีจุดเด่น คือ สามารถดูดซับน้ำ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น บำรุงผิวพรรณให้นุ่มขึ้น เนียนเรียบ ชะลอการเกิดรอยเหี่ยวย่น ช่วยปรับสภาพผิวและลดปัญหาหมองคล้ำของผิวได้ คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดคือ คุณภาพการกันแดด เครื่อง
พาไปดูวิธีจับปลาบริเวณน้ำขังกลางทุ่งนาของชาวกัมพูชา โดยเริ่มจากการก่อคันดิน และวิดน้ำออกจากบริเวณที่น้ำขังจนเกือบแห้งเพื่อจับปลาด้วยมือเปล่า ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สามารถจับปลาได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย ทั้งนี้ วิธีการจับลักษณะนี้แพร่หลายตามชนบทในประเทศกัมพูชาและเด็กๆก็มักจะมาลงมือทำกันด้วย โดยคลิปนี้เป็นทุ่งนาในเมืองเสียมราฐ https://www.youtube.com/watch?v=szpqKcY7JLo สำหรับเกร็ดอาหารที่ทำจากปลาของชาวกัมพูชานั้นความที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาน้ำจืดเพราะมีโตนเลสาปเป็นแหล่งปลาน้ำจืดที่สำคัญของโลก มีแม่น้ำโขง แม่น้ำบาสัค โดยปลาที่นิยมได้แก่ ปลาเนื้ออ่อน ปลาสวาย ปลาดุก ปลาเทโพ ปลากด ปลาสังกะวาด ปลาสร้อย ปลาหมู ปลาเบี้ยว ปลาม้า ปลาตะโกก นิยมนำมาทำเป็นปลาแห้ง และปลาเค็ม ทั้งนี้ ปลาร้า ในภาษาเขมร เรียก “ปราฮ็อก” ในหนังสือโอชาอาเซียน (สนพ.มติชน) เล่าถึงเมนู น้ำพริกปลาร้ากะทิเขมร หรือปราฮ็อก กะติ โดยจะตำเครื่องแกงเหลืองที่ประกอบด้วย หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ข่า ขมิ้น และผิวมะกรูด ใส่ครกตำให้ละเอียด ด้านหนึ่งนำพริกแห้งไปแช่น้ำ แล้วนำพริกที่แช่น้ำจนนุ่มแล้วมาสับบนเขียงแยกไว้ จากนั้
อาจารย์วรพงค์ บุญช่วยแทน อาจารย์สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สร้างเครื่องแยกเนื้อและเส้นใยผลตาลโตนด สามารถลดความเมื่อยล้า สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน การบำรุงรักษา สามารถลดแรงงานคนในการทำงาน เพิ่มการผลิตได้มากขึ้นอีกด้วย เครื่องแยกเนื้อและเส้นใยตาลโตนด สามารถทำงานแทนแรงงานคนที่มีจำกัด เพื่อลดเวลาในการแยกเนื้อและเส้นใยตาลโตนด และลดการใช้ปริมาณแรงงานคนในขั้นตอนดังกล่าวให้ดำเนินงานได้มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความสะดวก และความปลอดภัยทั้งผู้ปฏิบัติงาน ทำให้ได้ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นเพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ เครื่องแยกเนื้อและเส้นใยผลตาลโตนด ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้กับพืชผลทางการเกษตรที่มีเส้นใยติดผลชนิดอื่นๆ ได้อีก เช่น ผลหมาก ผลมะพร้าว เป็นต้น โดยเฉพาะการแยกเส้นใยจะสามารถใช้กับเครื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปริมาณความต้องการเนื้อผลตาลโตนดสุกของชุมชนในแต่ละวันจะต้องใช้เนื้อตาลโตนดสุก ประมาณ 80-100 กิโลกรัม ซึ่งกำลังการผลิตของชาวบ้าน ต่อ 1 คน ใน 1 ชั่วโมง จะผลิตได้ 2 กิโลกรัม โดยใช้มือเปล่าเป็นเครื่องมือในการผลิต ส่วนเครื่องแยกเนื้อผลตาลโตนด ส
วันที่ 4 ตุลาคม มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)(สนช.) ประกาศผล “รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2559” เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมข้าวของประเทศไทยตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยในปีนี้ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับอุตสาหกรรม และระดับวิสาหกิจชุมชน ผู้ที่ได้รับรางวัลที่ 1 จะได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 80,000 บาท รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 40,000 บาท รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท และรางวัลชมเชย เงินรางวัล 10,000 บาท 2 รางวัล “ผลการประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยประจำปี 2559 ผลงานที่ได้รับรางวัลขนะเลิศระดับอุตสาหกรรม ได้แก่ โครงการ “ขี้เถ้าแกลบเสริมฤทธิ์การชะลอการสุกของผลไม้” ของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยราช
