เทคนิคเกษตร
ในมุมมองของคนทำเกษตร “วัชพืช” มักถูกมองว่าเป็นศัตรูตัวสำคัญของแปลงปลูก เพราะเข้ามาแย่งทั้งน้ำ แสงแดด และธาตุอาหารจากพืชหลัก หลายพื้นที่จึงเลือกกำจัดวัชพืชทันทีที่เริ่มพบเห็น แต่ในอีกมุมหนึ่ง วัชพืชอาจกำลังทำหน้าที่เป็น “สัญญาณจากธรรมชาติ” ที่ช่วยบอกสภาพของดินและระบบนิเวศในพื้นที่โดยที่หลายคนไม่ทันสังเกต แท้จริงแล้ว วัชพืชแต่ละชนิดไม่ได้ขึ้นแบบสุ่ม แต่จะเลือกเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับตัวเอง บางชนิดชอบดินแน่น บางชนิดขึ้นได้ดีในดินกรด หรือบางชนิดมักพบในพื้นที่ที่มีธาตุอาหารไม่สมดุล จึงทำให้เกษตรกรสามารถใช้ “วัชพืช” เป็นตัวช่วยสังเกตคุณภาพดินเบื้องต้นได้ วัชพืช คือ “ตัวบอกสภาพดิน” ตามธรรมชาติ ในระบบนิเวศทางการเกษตร ธรรมชาติจะพยายามสร้างสมดุลให้กับพื้นที่อยู่เสมอ เมื่อดินมีปัญหาในลักษณะใด มักจะมีพืชบางชนิดเข้ามาปกคลุมพื้นที่นั้นโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยฟื้นฟูหรือปรับสภาพดินในระยะหนึ่ง เกษตรกรสมัยก่อนในหลายพื้นที่จึงนิยม “อ่านดินจากวัชพืช” ควบคู่ไปกับการสังเกตสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เช่น ความชื้น สีดิน หรือแมลงที่พบในแปลง แม้จะไม่สามารถใช้แทนการวิเคราะห์ดินทางวิทยาศาสตร์ได้ทั้งหมด แต่ก็ถือเป็นภ
การพัฒนาการผลิตมะม่วง ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกและผลิตในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP เพื่อให้ได้ผลผลิตดี มีคุณภาพ ให้มีการจัดการสวนที่ดีด้วยการใช้ที่ดิน เงินทุน แรงงาน หรือใช้ปัจจัยการผลิตผสมผสานเพื่อลดต้นทุนการผลิต และทำให้ได้รับผลตอบแทนมากขึ้น การขยายพันธุ์ปลูก ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรเสียบยอดมะม่วง เพื่อเปลี่ยนเป็นมะม่วงพันธุ์ดี เป็นหนึ่งวิธีการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็นหนึ่งวิธีลดต้นทุนการผลิตเมื่อได้ดำเนินการเสียบยอดด้วยตนเอง มีวิธีการง่ายๆ คือ นำยอดพันธุ์ดีมาเสียบกับต้นตอหรือกิ่งของต้นพันธุ์ไม่ดี เมื่อรอยแผลของยอดพันธุ์ดีกับต้นตอเชื่อมติดกันดีแล้ว ก็จัดการดูแลใส่ปุ๋ยให้น้ำพอเพียง ต้นมะม่วงและยอดพันธุ์ดีเจริญเติบโตก็จะมีผลมะม่วงให้เก็บเกี่ยวได้ภายใน 1 ปี และให้ผลผลิตนานหลายปี เมื่อเกษตรกรมีการปฏิบัติดูแลรักษาที่ดีและเหมาะสม คุณแรงเทียน หัวไผ่ เกษตรกรเสียบยอดเปลี่ยนเป็นมะม่วงพันธุ์ดี เล่าให้ฟังว่า วิถีชีวิตคนเรานั้นมีขึ้นมีลง มีผิดหวังและสมหวัง ดังเช่นก่อนหน้านี้ พ่อ-แม่ได้มอบสวนมะม่วงที่สร้างไว้ให้ดูแลรักษาต่อ แต่อยากจะรวยไวๆ จึงได้ปล่อยทิ้งสวนมะม
เมืองไทย เป็นแผ่นดินทองของการเพาะปลูกพืช เพราะดินดี น้ำดี มีโอกาสรับลมฝนตลอดทั้งปี เริ่มจากพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ได้ฝนจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พอเดือนมีนาคมถึงเมษายน ก็ได้ฝนจากลมมรสุมในช่วงปลายฤดูหนาวต้นฤดูร้อน เดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ได้น้ำฝนจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ได้น้ำฝนจากอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จนถึงช่วงปลายปี ประมาณเดือนตุลาคม ก็ได้น้ำฝนในช่วงปลายฝนต้นหนาวอีกครั้ง แม้เมืองไทยจะไม่เคยขาดฝน แต่มีจุดอ่อนในเรื่องการจัดการพื้นที่เพื่อควบคุมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่ชลประทานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังมีจำนวนจำกัดไม่ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงปลูกพืชโดยพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก ทำให้มีความเสี่ยงสูง แม้จะได้รับน้ำฝนในช่วงต้นฤดูฝนจากอิทธิพลลมมรสุมมหาสมุทรอินเดีย แต่เมืองไทยก็ได้ปริมาณน้ำฝนไม่เต็มที่ เพราะน้ำฝนจะมาเรี่ยๆ ดิน แถมมีภูเขาขวางกั้นมาเป็นระยะๆ เช่น ภูเขาผานาง เป็นกำแพงกั้นลมฝน ทำให้อำเภอกบินทร์บุรีได้รับน้ำฝนในช่วงต้นฤดูฝนน้อยมาก ส่วนภาคอีสานมักเจอปัญหาฝนแล้ง เพราะมีภูเขาผานาง เทือกเขาสันกำแพงกับเทือกเขาพนมดงรัก เป็นกำแพงขวา
ราคาปาล์มร่วง ราคายางตกช่วงนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ใด ๆ สำหรับ นายสมศักดิ์ ใสเพี๊ย เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยยอด จำกัด เจ้าของสวนไผ่เลี้ยงหวาน แห่งบ้านต้นโพธิ์ ต.นาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ที่ปลูกไผ่แซมยางพาราเป็นอาชีพเสริม บนเนื้อที่ 20 ไร่ จนสามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 2-3 หมื่นบาทต่อเดือนจากการจำหน่ายหน่อและลำไผ่ โดยมีตลาดหลักเจ้าของฟาร์มเลี้ยงกุ้งในจังหวัดตรังและพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนหน่อไผ่จำหน่ายที่ตลาดในหมู่บ้าน โดยจุดเริ่มต้นของการปลูกไผ่เลี้ยงหวานของเขา มาจากการให้คำปรึกษาแนะนำของเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรห้วยยอด จำกัด เมื่อ 5 ปีก่อน ที่ต้องการให้สมาชิกสหกรณ์ฯมีรายได้เสริม โดยไม่หวังพึ่งพาอาชีพหลักจากราคายางเพียงอย่างเดียว พร้อมแนะนำให้ทำเรื่องขอกู้เงินผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ(เสริม) สมาชิกสหกรณ์ได้ หากไม่มีเงินทุนเพียงพอ โดยสามารถรณรงค์หาเสียงขอกู้ปีต่อปี ไม่มีอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท “ไผ่เลี้ยงหวานสีทองปลูกมา 12 ปีแล้ว ปลูกในร่องยาง เนื้อที่ 20 ไร่ ปีนี้กู้สหกรณ์มา 1 แสน ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก 200 ต้น ปลูกขายหน่อที่ตลาดใกล้บ้านกิโลละ 60 บาท ส่
ถ้าพูดถึง “ต้นไม้” เวลาที่เลือกซื้อเคยสังเกตรูปทรงต่างๆ ของต้นไม้กันไหม ว่ามีหลากหลายรูปทรง ไม่ใช่ว่าต้นไม้ที่ซื้อไปปลูกจะสามารถปลูกตามมุมต่างๆ ของสวนได้นั่นเอง ใครกำลังมองหาต้นไม้ไว้ปลูกในสวน สิ่งสำคัญที่ต้องรู้จักและทำความเข้าใจก่อนปลูก การเลือกรูปทรงต้นไม้ให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่สวน ให้ตอบโจทย์การใช้งาน หลายคนอาจจะไม่ได้สังเกตถึงรูปทรงของต้นไม้มากนัก วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวบรวม 8 ทรงต้นไม้ มีลักษณะแบบไหนกันบ้างต้องไปดู 1. ทรงร่ม ต้นไม้รูปทรงนี้มักจะมีอายุหลายปี ลักษณะเป็นต้นไม้ใหญ่ โดยจะแผ่กิ่งก้านออกไปได้ไกล มักจะแผ่กว้างออกด้านข้างมากกว่าสูงขึ้น เป็นรูปทรงที่สะดุดตา ควรปลูกในพื้นที่โล่งที่ไม่มีต้นไม้ต้นอื่นร่วมด้วย เหมาะกับการปลูกในจุดที่ต้องการร่มเงาและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใต้ร่มไม้ เช่น ลานกิจกรรม เนื่องจากมีกิ่งค่อนข้างทึบและรอบๆ ลำต้นโล่ง 🌳ต้นไม้ชนิดรูปทรงร่ม ได้แก่ จามจุรี ไทรย้อย โพ ไผ่น้ำเต้า หางนกยูง ประดู่อังสนา 2. ทรงกระบอก ต้นไม้รูปทรงนี้จะมีลักษณะเป็นแท่งสูง จะแผ่กิ่งก้านออกจากลำต้นในระยะเท่ากัน กิ่งของต้นจะชี้ขึ้นด้านบน มักปลูกเรียงชิดกันเพื่อใช้เป็นรั้วสำหรับช่
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ไม้ใบ” กลายเป็นหนึ่งในพืชประดับที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มมอนสเตอร่า ฟิโลเดนดรอน อโลคาเซีย หรือไม้ใบฟอร์มสวยชนิดต่างๆ ที่หลายคนเลือกนำมาตกแต่งบ้านและพื้นที่สีเขียวภายในอาคาร แต่สิ่งสำคัญที่มักถูกมองข้าม คือ “วัสดุปลูก” ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการปลูกไม้ใบให้เติบโตสวยงาม แข็งแรง และมีระบบรากที่สมบูรณ์ หลายครั้งที่ต้นไม้มีอาการใบเหลือง โตช้า รากเน่า หรือหยุดการเจริญเติบโต ปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากการรดน้ำหรือการใส่ปุ๋ยเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากวัสดุปลูกที่ไม่เหมาะสม เช่น ดินแน่นเกินไป อุ้มน้ำมากเกินไป หรือระบายน้ำได้ไม่ดี จนส่งผลให้รากขาดอากาศและเกิดการสะสมของเชื้อราในที่สุด ทำไม “วัสดุปลูก” จึงสำคัญกับไม้ใบ ไม้ใบส่วนใหญ่มีลักษณะรากที่ต้องการอากาศถ่ายเทได้ดี หากวัสดุปลูกแน่นหรือชื้นสะสมมากเกินไป จะทำให้รากอ่อนแอและเกิดโรครากเน่าได้ง่าย โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย วัสดุปลูกที่เหมาะสมจึงควรมีคุณสมบัติสำคัญ 3 อย่าง ได้แก่ การสร้างสมดุลระหว่าง “ความโปร่ง” และ “ความชื้น” คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ไม้ใบสามารถเติบโตได้เต็มฟอร์ม ใบสวย สีชัด แ
การเก็บเมล็ดพันธุ์ไม่ใช่เรื่องที่อาศัยเพียงประสบการณ์อย่างเดียว หากแต่ต้องมีองค์ความรู้ประกอบด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณกอล์ฟ–จงกล พารา ผู้ที่เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกและจำหน่าย ได้อธิบายถึงพื้นฐานของการเป็น “นักเก็บเมล็ดพันธุ์” ซึ่งจะต้องมีความเข้าใจขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การรู้จักลักษณะประจำพันธุ์ ว่าพืชชนิดนั้นมีจุดเด่นอย่างไร เมื่อเข้าใจธรรมชาติของพันธุ์แล้ว จึงจะรู้ว่าควรคัดเลือกต้นแม่พันธุ์แบบไหน ต้นที่เรียกว่า “สมบูรณ์” ในมุมมองของนักเก็บเมล็ดพันธุ์ ไม่ได้หมายถึงเพียงต้นที่โตใหญ่เท่านั้น แต่ต้องให้ผลผลิตดี มีรสชาติที่ดี และมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เมื่อคัดเลือกต้นแม่พันธุ์ได้แล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการรู้จังหวะการเก็บเกี่ยว ว่าควรเก็บเมล็ดในช่วงไหน ซึ่งการเก็บเมล็ดพันธุ์นั้นควรเก็บในช่วงที่ “แก่จัด” เพราะจะให้คุณภาพเมล็ดดีที่สุด คุณกอล์ฟยกตัวอย่างให้เห็นภาพ “ผักสลัดคอส” หากปลูกเพื่อบริโภค ระยะเก็บเกี่ยวที่อร่อยที่สุดคือไม่เกิน 45 วันนับจากวันที่หยอดเมล็ด แต่หากปล่อยให้เจริญเติบโตนานเกินไป หรือเจอกับอากาศร้อนจัด ผักจะเริ่มมีรสขม ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายคนเข้าใจว่าสลัดคอ
ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา ในปัจจุบัน การจำหน่ายผักผ่านช่องทางออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย ดังนั้น “ความสดของผัก” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคโดยตรง ปัญหาที่มักพบในการจัดส่งผัก ได้แก่ การเหี่ยวเฉา การช้ำ หรือการเน่าเสียระหว่างขนส่ง ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและวิธีการบรรจุหีบห่อที่ไม่เหมาะสม วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจึงรวบรวมแนวทางและเทคนิคการแพ็กผักอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยรักษาคุณภาพของผลผลิตให้คงความสดใหม่จนถึงมือผู้บริโภค หลักการสำคัญ การรักษาสมดุลของความชื้นและอากาศ ผักเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยังคงมีกระบวนการหายใจหลังการเก็บเกี่ยว หากมีการปิดกั้นอากาศมากเกินไป จะเกิดการสะสมความชื้นและก๊าซ ทำให้ผักเน่าเสียได้ง่าย ในทางกลับกัน หากผักสูญเสียความชื้นมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการเหี่ยว ดังนั้น หลักการสำคัญของการแพ็กผักคือ การเตรียมผักก่อนการบรรจุ ขั้นตอนการเตรียมผักถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพหลังการจัดส่ง เทคนิคการห่อผักตามลักษณะของพืช การห่อผักควรพิจารณาตามลักษณะทางกายภาพของผักแต่ละ
ตะไคร้ พืชที่ได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่ใช้ทำอาหารได้หลากหลายชนิด เป็นพืชสวนครัวประจำบ้านที่ผู้คนรู้จักคุณสมบัติที่จะนำมาประกอบอาหาร ตะไคร้ สามารถนำมาทำอาหารได้ตั้งแต่ต้นไปจนถึงใบ ลำต้น ใช้ผสมรวมเป็นสูตรน้ำพริกแกง ทั้งแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน ลำต้นใช้สำหรับใส่ต้มยำ และสามารถที่จะซอยผสมในอาหารได้อร่อยหลายๆ เมนู เช่น ไก่ 3 อย่าง ยำตะไคร้ ยำปลาทู ยำปลา กระป๋อง เป็นต้น ตะไคร้ พืชสารพัดประโยชน์ ตะไคร้ เป็นพืชสวนครัวใช้ประกอบอาหารได้ทั้งต้น ไม่ว่าจะเป็นลำต้นไปจนถึงใบ ตะไคร้ได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลากหลาย เป็นพืชสวนครัวประจำบ้านที่ผู้คนรู้จักนำมาทำอาหารได้ตั้งแต่ต้นไปจนถึงใบ ลำต้น ใบตะไคร้ช่วยให้เป็ด ไก่ ที่เป็นโรคระบาดชนิดหนึ่งที่เกิดในฤดูหนาว ที่เรียกว่า หวัด เป็ด ไก่ เหล่านั้นจะมีอาการอัมพาต ขาสั่น ยืนไม่อยู่ บางแห่งเรียกไข้ขา ชาวบ้านที่เลี้ยงเป็ดและไก่ที่เป็นโรคชนิดนี้เขาจะใช้ใบตะไคร้พันที่ขา และก็ช่วยให้หายโรคได้อย่างน่าประหลาด (ภูมิปัญญาชาวบ้าน สมัยผู้เขียนเด็กๆ เคยเห็นพ่อจะเอาใบตะไคร้นี่แหล่ะ! มาพันขา ไก่ เป็ด ที่ขาหักเดินไม่ได้หรือเดินกะเผลกๆ ไม่กี่วันเห็นมันเดินและวิ่งเล่นเป็นปกติ
ระบบธนาคารน้ำใต้ดิน คือ อะไร ระบบธนาคารน้ำใต้ดิน (Groundwater Bank) คือ การบริหารจัดการน้ำในลักษณะการใช้น้ำบนดิน ผิวดิน และน้ำฝน ที่ตกลงมาด้วยการนำหลักการเติมน้ำลงใต้ดิน เป็นการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ราบ หรือพื้นที่ลุ่มมีน้ำขัง เมื่อน้ำไหลมารวมกันปริมาณมากๆ ในฤดูน้ำหลาก ต้องทำบ่อเก็บน้ำ เพื่อการส่งน้ำลงใต้ดิน ให้ขุดบ่อถึงชั้นหินอุ้มน้ำ ทำให้มีน้ำจำนวนมากเก็บไว้ใต้ดิน เป็นกรณีศึกษา การบริหารจัดการน้ำในระดับท้องถิ่นจะมีลำราง ร่องน้ำและคลองเล็กๆ เป็นแหล่งน้ำของหมู่บ้านและเป็นต้นน้ำที่ทำให้เกิดลำห้วย หลายๆ สาย เมื่อฝนตกน้ำฝนทั้งหมดในหมู่บ้านจะไหลรวมกันที่ลำราง ร่องน้ำหรือคลองเล็กๆ ลำรางทุกลำรางเป็นสาขาย่อยของลำห้วยการเก็บน้ำไว้ที่ต้นน้ำทุกลำรางด้วยการทำ “ฝายหยุดน้ำ (Nitessatsanakoon Ground water dams)” เพื่อการส่งน้ำไว้ใต้ดินถึงชั้นหินอุ้มน้ำ (Aquifer) จะทำให้พื้นที่ในหมู่บ้านต้นน้ำไม่เกิดความแห้งแล้ง กลางน้ำและปลายน้ำไม่เกิดน้ำท่วมเมื่อน้ำหลากจากผลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ น้ำผิวดินและน้ำใต้ดินถึงชั้นหินอุ้มน้ำเกิดขึ้นทุกลำราง ลำห้วยจะมีน้ำเต็มตลิ่งตลอดฤดูกาลครบรอบ 12 เดือน โดยมีการกักเก
