เทคนิคเกษตร
ใครๆ ก็รู้ว่า “เต้าหู้ดำ” เป็นอาหารรสอร่อยที่ต้องสรรหามาชิม เมื่อมาถึงถิ่น “เมืองโพธาราม” จังหวัดราชบุรี หากอยากชิมเต้าหู้ดำ รสต้นตำรับ ต้องแวะไปที่ร้านเต้าหูดำแม่เล็ก อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ ซอยราษฎรอุทิศ บริเวณหน้าร้านตั้งหม้อต้มใบใหญ่ เคี่ยวเต้าหู้ดำในน้ำพะโล้ที่ปรุงอย่างเข้มข้น ต้มด้วยไฟกรุ่นๆ ตลอด 3 วัน ถึงวันที่ 4 จึงได้เต้าหู้ดำรสกลมกล่อมออกขายให้กับลูกค้าที่สนใจ เต้าหู้ดำ มีรสเค็มนำ หวานตาม เนื้อเต้าหู้นุ่มกว่าที่ขายในท้องตลาดทั่วไป เต้าหู้ดำร้านแม่เล็ก สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 10 วัน โดยแช่ไว้ในตู้เย็น เต้าหูดำกินเปล่าๆ ก็อร่อย หรือนำไปปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ยำเต้าหู้ดำ, เต้าหู้ดำผัดกะเพรา, แกงป่าเต้าหู้ดำ, เต้าหู้ดำผัดถั่วงอก ก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน สูตรอร่อย “ข้าวเกรียบเต้าหู้ดำ” โดย วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม เนื่องด้วยอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีเต้าหู้ดำเป็นของฝากที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งเต้าหู้ดำเป็นของสด อายุการเก็บรักษาของอาหารสั้น ทำให้ตัวผลิตภัณฑ์เต้าหู้ดำเสียหายได้ง่าย วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม จังหวัดราชบุรี จึงมีแนวคิดแปรรูปเต้าหูดำจากต้นตำหรับความอร่อยแบบเดิมเป
สาเก เป็นพืชอยู่ในวงศ์เดียวกับขนุน มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Breadfruit, Bread fruit tree, Bread nut tree จัดเป็นพืชพื้นเมืองของมาเลเซีย อินโดนีเซีย และหมู่เกาะต่างๆ ในแปซิฟิกใต้ สาเกที่เห็นในประเทศไทยจึงเป็นไม้ต่างประเทศที่น่าจะนำเข้ามาปลูกไว้นานแล้ว ทุกวันนี้พอแบ่งสาเกในไทยได้ 2 ชนิด คือ สาเกพันธุ์ดั้งเดิมจะมีเมล็ด ในเมืองไทยเรียกว่า “ขนุนสำปะลอ” ส่วนที่เรียกว่า “สาเก” คือสายพันธุ์ที่ไม่มีเมล็ดที่มักนำมาทำขนม หากสังเกตดีๆ จะแปลกใจว่า ทำไม ฝรั่งตั้งชื่อว่า “ผลขนมปัง” เพราะเนื้อของสาเกเมื่อนึ่งหรือต้มให้สุกจะมีลักษณะคล้ายเนื้อของขนมปังนั่นเอง (แต่คนไทยรู้เทคนิคทำขนม ก่อนนำสาเกมาเชื่อม จะแช่น้ำปูนใสสัก 1-2 ช.ม. ทำให้เนื้อแน่นไม่ยุ่ย) สาเก เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ขนาดกลางสูง 10-20 เมตร เปลือกสีน้ำตาลปนเทา ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ใบ เป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ ขอบใบหยักเป็นแฉกลึก 5 ถึง 11 แฉก หลังใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบมีขน ใบอ่อน ดอก เป็นแบบแยกเพศ แต่อยู่บนต้นเดียวกัน ออกดอกตลอดปี ผล เป็นแบบผลรวม สีเขียวอมเหลือง รูปร่างค่อนข้างกลมหรือกลมรี ผิวเปลือกมีหนามสั้นๆ ปกคลุม หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าต้นสาเ
สำนักงาน กศน.จังหวัดอุบลราชธานี นับเป็น กศน.จังหวัดแห่งแรกของประเทศไทย มุ่งมั่น จัดการเรียนรู้ที่หลากหลายให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานและส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตแก่ประชาชนทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมสูงอายุ พัฒนาทักษะทางอาชีพ สร้างรายได้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งส่งเสริมการศึกษาแก่ผู้พิการให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี สำนักงาน กศน.จังหวัดอุบลราชธานี ดำเนินงานสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงาน กศน. โดยขับเคลื่อนนโยบาย กศน.wow ที่เกิดจากการร่วมคิดร่วมทำจนเป็น กศน. 5 ดาว 5G พรีเมี่ยม และนครแห่งการอ่าน สำนักงาน กศน.จังหวัดอุบลราชธานี ให้ความสำคัญกับนโยบาย “อุบลราชธานี…นครแห่งการอ่าน” อย่างจริงจัง ด้วยการจัดกิจกรรม และส่งเสริมนโยบายในการปลูกฝังการอ่านให้เกิดขึ้นในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง การอ่านเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ แม้ว่าเทคโนโลยีจะเจริญก้าวหน้า แต่ก็ใช้การอ่านในการศึกษาค้นคว้าความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ ดังนั้น สำนักงาน กศน.จังหวัดอุบลราชธานี จึงร่วมมือกับภาคีเครือข่ายจัดงานสัปดาห์หนังสื
มันแกว (yam bean หรือ jicama) เป็นพืชผักตระกูลถั่ว ประเภทรากสะสมอาหาร มีถิ่นกำเนิดจาก Mexican peninsula มันแกว เป็นพืชอาหารที่สำคัญของผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ แถบแคริบเบียน และหลายพื้นที่ของทวีปเอเชียมาเป็นเวลาหลายพันปี หัวมันแกวสดมีความฉ่ำ กรอบ สดชื่นเหมือนเนื้อผลไม้ ทั้งช่วยดับร้อนในร่างกายได้เป็นอย่างดี เพราะในเนื้อมันแกว 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำถึง 90.5 กรัม สำหรับในประเทศไทย มันแกว เป็นพืชที่ราคาถูกเมื่อเทียบกับหัวแก่นตะวัน ตลอดจนรูปแบบการนำมาแปรรูปใช้ประโยชน์เพื่อการบริโภคยังมีน้อย ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่รู้จักบริโภคหัวมันแกวแบบสดมากกว่า คือนำมาประกอบเป็นอาหาร และนิยมบริโภคหัวมันแกวสดเช่นเดียวกับการบริโภคผลไม้อื่นๆ โดยหัวมันแกวประกอบไปด้วย ความชื้น 82.38% โปรตีน 1.47% ไขมัน 0.09% แป้ง 9.72% น้ำตาล 2.17% วิตามิน บี1 0.5 มิลลิกรัม วิตามิน บี2 0.02 มิลลิกรัม วิตามินซี 14 มิลลิกรัม แคลเซียม 16 มิลลิกรัม และธาตุเหล็ก 1.13 มิลลิกรัม (ต่อ 100 กรัม) จากประโยชน์ของมันแกวจะเห็นได้ว่า มันแกว เป็นพืชอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ ในประเทศไทยการบริโภคมันแกวในลักษณะของเครื่องดื่มยังน้อย
บอระเพ็ด ขึ้นชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย บอระเพ็ด มีการใช้ตามภูมิปัญญาดั้งเดิมสำหรับรักษาโรค ในหลายประเทศโดยเฉพาะแถบทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย ใช้เพื่อรักษาโรคมาลาเรีย ปวดท้อง ลดไข้ รักษาโรคความดันสูง เป็นต้น รวมทั้งในกัมพูชาและฟิลิปปินส์ ก็มีการนำมารักษาโรคที่คล้ายๆ กัน ทุกส่วนของบอระเพ็ดสามารถนำมาใช้เป็นยาได้ ไม่ว่าจะเป็น ใบ ราก เมล็ด ในประเทศนิยมใช้ส่วนเถานำมาต้มแล้วดื่มรักษาโรค หรือจะนำมาตำให้ละเอียดแล้วละลายกับน้ำผึ้งรับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย โดยฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สูงมากในบอระเพ็ด อาจจะมีส่วนในการป้องกันโรคหัวใจและโรคระบบประสาทได้ นักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ของบอระเพ็ดต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด และลดความดันโลหิต พบว่าสารออกฤทธิ์ในบอระเพ็ดหลายตัวทำงานร่วมกัน สามารถออกฤทธิ์ลดความดันโลหิต แต่ในขณะเดียวกันมันก็เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ มีผลทำให้หัวใจบีบตัวแรงขึ้น บอระเพ็ดมีรสขมเย็น แก้ไข้ ขับเหงื่อ แก้กระหายน้ำ แก้ร้อนใน เป็นยาขมเจริญอาหาร โดยเอาเถาสด ประมาณ 30 กรัม ต้มเคี่ยวกับน้ำ 3 ลิตร จนเหลือ 1 ลิตร แบ
สำนักงาน กศน. มีหน้าที่สำคัญในการจัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและยกระดับการศึกษา พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่ายให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนและจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบต่างๆ ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาหลักสูตรรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การวัดและประเมินผลในทุกรูปแบบให้มีคุณภาพสอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน สำนักงาน กศน. ได้ดำเนินโครงการ สระแก้ว โมเดล by กศน. พัฒนาการจัดการศึกษาและอาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำการผลิต” ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวตรีนุช เทียนทอง ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถทางในการแข่งขัน เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการด้านอาชีพทั้งผู้เรียนและประชาชนทั่วไป โดยเชื่อมโยงกับสถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน และสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ให้คว
มีผู้สันทัดกรณีด้านสมุนไพรว่าไว้ โสมคน มีชื่อที่เกาหลีและจีน โสมไทยคือ กระชาย มีดีไม่แพ้โสม เล่าขานด้านสรรพคุณต่างๆ นานา โดยเฉพาะเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงสมรรถภาพ บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง ช่วยบรรเทาปัญหากามารมณ์บกพร่อง เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารสมอง บำรุงหัวใจ และอีกกว่าร้อยประการ ที่ “กระชาย” สมุนไพรเครื่องครัวไทย จัดให้ได้ ตอบแทนคนบริโภค จนได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชาแห่งสมุนไพร กระชาย มีชื่อสามัญเรียกหลายอย่าง Fingerroot หรือ Chainese ginger หรือ Chainese Key หรือ Galingale มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. อยู่ในวงศ์ขิง ZINGIBERACEAE เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เรียกว่า เหง้า รากสะสมอาหารจนพองเป็นก้านคล้ายนิ้วมือ เรียกว่า แง่ง ถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อเรียกกันว่า “ขิงจีน” มีลักษณะและสรรพคุณเช่นเดียวกับ “โสม” ที่สำคัญมีผลข้างเคียงในทางลบ กับร่างกายคนไม่มาก ราคาก็ไม่สูงนัก ให้ประโยชน์มากมาย ชาวจีนใช้แทนโสม จึงนับว่า กระชาย เป็นสิ่งที่คนไทยไม่ควรจะมองข้าม คุณประโยชน์มากมายที่กล่าวอ้าง ประการแรกต้องอ้างเอาผลการวิจัยคุณค่าทางอาหารที่กระชาย
พบต้นพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่ค่อยได้พบเจอที่ไหนมากนัก เด็ดใบดมดู มีกลิ่นหอมร้อนแรง ชิมดูได้รสหวานเผ็ดร้อน ต้นเป็นพุ่มสูงท่วมหัว มีต้นอ่อนเล็กๆ ขึ้นบริเวณโคนต้นหลายต้น สอบถามคนรู้จักเขาบอกว่า ชื่อ “ต้นหมุย” เป็นต้นไม้ยา ยอดใบกินได้ เป็นผักสดแกล้มน้ำพริก แกงเผ็ด และพอทราบว่า ภาคใต้ของไทยเรามีขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป เป็นที่นิยมกินของชาวใต้ เป็นผักแกล้ม แกงไตปลา และขนมจีนน้ำยา ชิมดูรสชาติเป็นอย่างนี้ คงถูกใจคนไทยแน่นอน โดยเฉพาะกลิ่นที่หอมแรงอย่างนี้ ประทับใจโจ๋รุ่นลุงรุ่นป้าแน่นอน “หมุย” เป็นพืชในวงศ์ RUTACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Micromelum minutum (Forst.f.) Wight & Am. มีหลายชื่อ เรียกขานกันตามภูมิภาคต่างๆ เช่น สระบุรี เรียก หัสคุณ ภาคตะวันตก เรียก… หมุยขาว ภาคใต้ เรียก สมุย มุยขาว ชะมุย กะม่วง ภาคตะวันออก เรียก… สาบแร้งสาบกา ภาคเหนือ เรียก…หมอน้อย หวด กาจับหลัก จี้ปุกตัวผู้ มองคอง หญ้าสาบฮิ้น คอนขม สามโชก ภาคอีสาน เรียก…ดอกสมัด สะแบก เพี้ยฟานดง ฉี้ ลิ้นชี่ สมัดดง สมัดต้น สมัดใหญ่ ท่านที่เคยรู้จักพบเห็นในถิ่นไหนก็สอบถาม เด็ดดม ชมชิมดู แต่จะถูกใจอร่อยถูกปากหรือไม่ อย
เกาะช้าง จังหวัดตราด ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศอย่างมาก ด้วยความสวยงามของหาดทรายของเกาะช้างและเกาะต่างๆ อาหารทะเลสดๆ อาหารพื้นบ้านหรือท้องถิ่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นมีเสน่ห์สำหรับผู้มาเยือน คุณพัชรินทร์ ผลกาจ ประธานชมรมนำเที่ยวบ้านสลักคอก เปิดเผยเคล็ดลับรส “ปลายำ…ที่บ้านสลักคอก” แบบท้าให้ลองไปทำรับประทานกันเอง เพราะที่เกาะช้างทำเป็นกันทุกบ้านและเป็นเมนูโลว์คาร์บอนของชุมชนรองรับผู้มาเยือน ขั้นตอนการเตรียมเครื่องปรุง ส่วนที่ 1 ปลายำ และส่วนที่ 2 น้ำจิ้ม การเตรียมปลายำ 1.เนื้อปลาสดๆ แล่แล้ว ครึ่งกิโลกรัม ควรเป็นปลาโคก ปลากะปี๊ ปลาใบไผ่ เพราะเนื้อมัน แข็ง และหอม 2.เครื่องปรุงสมุนไพร หัวปลี 1 หัว ลอกเฉพาะกาบขาวๆ ไม่ฝาด 3.ตะไคร้ 2-3 ต้น หอมแดง 4-5 หัว 4.ผักชีฝรั่ง 4-5 ใบ 5.น้ำส้ม น้ำปลา (สำหรับแช่-เคล้าหัวปลี) การทำน้ำจิ้ม 1.พริกขี้หนูสด 2.กระเทียม 3.ถั่วลิสงคั่ว หรือ ถั่วตัด วิธีทำ การยำปลา ล้างปลาให้สะอาด แล่เนื้อปลาสดๆ ออกเป็น 2 ชิ้น ไม่ให้ติดก้าง และหั่นเป็นชิ้นหนาเล็กน้อย เสร็จแล้วนำไปเคล้ากับน้ำส้มสายชู ทำให้เนื้อปลาแข็ง ใส่น้ำปลา เกลือป่นเล็กน้อย ทิ้
ช่วงต้นเดือนกันยายน 2565 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดกิจกรรม การบ่มเพาะเพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสายอาชีวศึกษา : Smart Invention & Innovation” ประจำปี 2565 ภาคใต้ ณ แก้วสมุยรีสอร์ท จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในงานมีการมอบรางวัลกิจกรรมติดดาวสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสายอาชีวศึกษา แบ่งเป็น 5 ประเภท ดังนี้ ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร รางวัล 5 ดาว ได้แก่ ผลงาน “การพัฒนาชุดเพาะเลี้ยงปูนิ่มสำหรับอุตสาหกรรมครัวเรือนแบบช่วยเร่งลอกคราบด้วยเปลือกหอย” ของ วิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี ด้านสาธารณสุข สุขภาพ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รางวัล 4 ดาว ได้แก่ ผลงาน “กระเป๋าใส่ยาบอกเวลา” ของ วิทยาลัยเทคโนโลยีนครหาดใหญ่ และผลงาน “เครื่องฆ่าเชื้อธนบัตร แบบไร้การสัมผัส ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ” ของ วิทยาลัยเทคนิคสงขลา ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อุปกรณ์อัจฉริยะ รางวัล 4 ดาว ได้แก่ ผลงาน “เครื่องวัดความอ่อน-แก่ของเนื้อทุเรียนแบบพกพาด้วยรังสี NIR spectroscopy” ของ วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ผลงาน “ระบบควบคุมการเพาะชำพันธุ์ยางพาราด้วยระบบ
