เทคนิคเกษตร
เมื่อพูดถึงเรื่องอาหารอีสานแล้ว บรรดานักกินทั้งหลายคงน้ำลายสอไปตามๆ กันเชียวล่ะ เพราะอาหารของคนภาคอีสานนั้น มีรสชาติจัดจ้าน ออกไปทางเปรี้ยว เค็ม และเผ็ด ชนิดที่ต้องบอกว่า แซ่บโลด แซ่บหลาย และแซ่บอีหลี (อร่อยนักหนานั่นแหละ) สำหรับคนที่ลิ้นบาง อย่างคนภาคกลางหรือคนที่ไม่ชอบกินเผ็ดก็คงต้อง…กินไปร้องไห้ (น้ำตาไหล) ไป หรือกินไปคำต้องดื่มน้ำตาม ประเภทที่เรียกกันตามภาษาภาคกลางว่า กินข้าวคำน้ำคำ เพื่อแก้อาการเผ็ดนั่นเอง อย่างไรก็ตาม มิได้หมายความว่าท่านจะถอยห่างไปจากวงเพราะความเผ็ดหรอกนะ แต่ยังคงนั่งสู้ไปด้วยกันจนหมดจาน สำหรับคนที่ไม่กินเผ็ดหรือกินเผ็ดไม่ค่อยได้ แต่หลงใหลกับรสชาติอาหารอีสานก็ควรต้องกำชับแม่ครัวว่า อย่าใส่พริก หรือแค่พริกติดก้นครกก้นหม้อก็พอ ทางที่ดีต้องบอกกับแม่ค้าไปเลยว่า อย่าให้เผ็ด หรืออย่าใส่พริกนะจ๊ะเด็กจะกิน เท่านั้นท่านก็จะได้อาหารอีสานสุดแซ่บ แต่ไม่เผ็ดแน่นอน ที่ต้องแนะนำกันเช่นนี้ ก็เนื่องจากทุกวันนี้ รสชาติของอาหารอีสานได้เข้าไปแทรกอยู่ในวัฒนธรรมการกินอาหารของคนไทยทุกๆ ภาคไปเสียแล้ว อาหารพื้นบ้าน จำพวกส้มตำ ไก่ย่าง กำลังบุกไปทุกหนทุกแห่ง โดยแทรกซึม (แทรกเข้าไปโดยไม่ให
จากอดีตสู่ปัจจุบัน เสียงตีดังกึกก้องสะท้อนถึงเรื่องราว กลิ่นอายวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนนาป้อ ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ตำบลควนปริงมีพื้นที่ประมาณ 15 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 9,375 ไร่ มีทั้งหมด 9 หมู่บ้าน โดยบ้านนาป้อเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม บ้านนาป้อ เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงมาช้านานในการผลิตมีดพร้าหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ตีมีดพร้า มีดพร้าเป็นมีดที่ใช้ในการเกษตรและชีวิตประจำวันของเกษตรกร จากคำบอกเล่าของชาวบ้านการตีมีดพร้ามีมาตั้งแต่ตั้งชุมชนบ้านนาป้อก็นับร้อยๆ ปี มาแล้ว ต่อมากรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2548 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2548 เป็นต้นมา เพื่อให้มีการส่งเสริมและพัฒนากิจการของวิสาหกิจชุมชน ให้มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ อันจะก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และแก้ปัญหาชุมชนได้อย่างยั่งยืน คุณประเวช ชิตจันทร์ ประธานวิสาหกิจชุมชน
ย่านาง เป็นผักที่ปลูกขึ้นเฉพาะถิ่น พบในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราเท่านั้น พืชชนิดนี้มีฤทธิ์เป็นยาเย็น สรรพคุณ แก้ไข้ ถอนพิษผิดสำแดง แก้เมารถ เมาเรือ แก้เมาสุรา มีการใช้แบบน้ำคั้นเป็นส่วนประกอบของอาหาร ซึ่งในใบย่านางมีวิตามิน แร่ธาตุที่มีประโยชน์มากมายรวมทั้งเส้นใย คนไทยทุกภาคต่างก็ใช้ย่านางประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นซุบหน่อไม้ แกงเปรอะ แกงขี้เหล็ก ทางภาคใต้บางพื้นที่ใช้ยอดอ่อนใส่ในแกงเลียง เป็นต้น ส่วนในตำรับยาพื้นบ้านทุกภาค มีการใช้ย่านางในการรักษาโรคหลายชนิด เช่น นำใบย่านางมาล้างให้สะอาด ขยี้คั้นน้ำทาแก้งูสวัด อาการคันผิวหนัง ตุ่มที่มีอาการออกร้อน เป็นต้น นอกจากนี้ ในตำรับยาห้าราก หรือ เบญจโลกวิเชียร มีสรรพคุณตามบัญชียาจากสมุนไพรว่า บรรเทาอาการไข้ โดยมีรากย่านางรวมทั้งรากชิงชี่ รากเท้ายายม่อม รากมะเดื่ออุทุมพร รากสีฟันคนทา อย่างละเท่าๆ กันเป็นส่วนประกอบ ด้วยเหตุนี้ สถานการณ์การดื้อยาของเชื้อต่างๆ กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การค้นหายาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาหรือยับยั้งเชื้อ จึงเป็นเป้าหมายของวงการทางการแพทย์อันดับต้นๆ ซึ่งตำรับยาไทยนั้น ก็เป็นอีกความหวังหนึ่
“ประเทศไทย” ได้รับการยอมรับว่า เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารชั้นนำของโลก แต่เกษตรกรไทยกลับมีหนี้สินจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมุ่งสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยใช้เทคโนโลยีการเกษตรเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนภาคเกษตรของประเทศ โดยเชื่อมโยงเทคโนโลยีจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ เนื่องจาก “ผัก” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญและเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมสูง แต่การผลิตผักให้มีคุณภาพดี ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผักทุกชนิดอ่อนไหวต่อโรคและแมลง เกษตรกรจึงจำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา รวมไปถึงยาฮอร์โมนเร่งโตหรือปุ๋ยเคมีเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืชผัก ทำให้มีต้นทุนการผลิตที่สูง และหากเกษตรกรบริหารจัดการผลผลิตได้ไม่ดี ผู้บริโภคก็เสี่ยงเจอปัญหาสารเคมีตกค้างในพืชผักที่ซื้อมาทำอาหาร ทั้งมอบหมายให้ 22 หน่วยงาน ในสังกัดทำหน้าที่ดูแลส่งเสริมการพัฒนาเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น การผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ เกษตรแปรรูป เกษตรอัจฉริยะ ตลอดจนส่งเสริมการจัดการระบบนิเวศเกษตร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสำคัญคือ เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิต ไม่ต่ำกว่า 60% ตามยุทธศาสต
ตามที่เมื่อพฤศจิกายน 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดตัว โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบล (U2T) มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ตามนโยบายของ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับ ให้ชุมชนหลุดพ้นความยากจน ลดปัญหาว่างงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงวิกฤตสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วโลก จะเริ่มจ้างนักศึกษาและประชาชนในพื้นที่ 60,000 คน ทำงานกับ 3,000 ตำบล พร้อมตั้งเป้าระยะต่อไป ให้ครบทั่วประเทศ 7,900 ตำบล คาดว่าจะมีการจ้างงานได้มากถึง 150,000 คน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย อธิการบดี ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ ขานรับนโยบายดังกล่าวอย่างทันทีและเร่งด่วน เนื่องจากนโยบายดังกล่าวเป็นภารกิจที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องตลอดมา ในฐานะมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ วิจัย และสร้างนวัตกรรมระดับโลก เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของศาสตร์แห่งแผ่นดิน เป็นที่พึ่งของเกษตรกรและประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมตลอดระยะเวลากว่า 78
วันที่ 15 ธันวาคม 2562 ผมไปทันได้เดินดูงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 6 วันสุดท้ายที่สวนสามพราน นครปฐม ถึงได้รู้ว่าทางสวนฯ ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ของตลาดสุขใจ ตลาดจำหน่ายสินค้าอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล ที่นับว่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเขตปริมณฑลด้านตะวันตกของเมืองหลวงใหม่ทั้งหมด ดูเป็นสัดเป็นส่วนและโปร่งโล่งขึ้นมาก ร้านรวงก็ดูเหมือนมีมากขึ้นด้วย เนื่องจากเคยนำเสนอเรื่องราวตลาดสุขใจไปบ้างแล้ว ครั้งนี้จึงจะขอข้ามไปพูดถึงสินค้าที่เพิ่งไปเห็นมาจากร้านของ อบต.หินมูล อำเภอบางเลน แทนนะครับ นั่นก็คือ น้ำปลาแท้ออร์แกนิก ตรา “ปลาทิพย์” นอกจากเนื้อปลาแดดเดียวแพ็กอย่างดีแล้ว สิ่งที่สะดุดตาที่สุดของร้าน อบต.หินมูล เห็นจะเป็นขวดน้ำปลาขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ สีเหลืองอำพัน มันเป็นน้ำปลาชุดแรกที่กลุ่มฯ เพิ่งเริ่มหมักทำกันเมื่อปีที่แล้ว (2561) หลังจากที่พยายามทำนาอินทรีย์ในพื้นที่นานร่วม 2 ปี แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากสภาพแวดล้อมรอบๆ เต็มไปด้วยการทำเกษตรอุตสาหกรรมที่ใช้สารเคมีมาอย่างยาวนาน “พอมีคนมาแนะนำว่า งั้นทำอะไรที่เกี่ยวกับปลาไม่ดีกว่าเหรอ เพราะหมู่บ้านก็อยู่ใกล้แม่น้ำท่าจีน น้ำท่วมทุกปี ถึงตอนนั้นก็จะจับป
หอยแมลงภู่ จัดเป็นสัตว์น้ำ มีราคาถูก รับประทานง่าย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีการประยุกต์ใช้เปลือกหอยแมลงภู่ ความนิยมในการบริโภคหอยแมลงภู่และปริมาณผลผลิตหอยแมลงภู่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่า หอยแมลงภู่ เป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปริมาณหอยแมลงภู่มีมากขึ้น คือ เปลือกหอยแมลงภู่ วิธีการกำจัดโดยนำซากเปลือกหอยมาเป็นส่วนผสมในการผลิตคอนกรีต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยลดปริมาณขยะ กำจัดขยะอินทรีย์ ลดความต้องการพื้นที่ในการฝังกลบขยะและลดปัญหามลภาวะทางสิ่งแวดล้อม ครัวเรือนหรือชุมชนที่มีปริมาณเปลือกหอยเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก นำไปต่อยอดในการทำเป็นอาชีพเสริมให้กับแรงงานที่รับจ้างแกะหอยและยังเพิ่มมูลค่าให้กับเปลือกหอยอีกด้วย นางสาวรติกร สมิตไมตรี ผู้ประสานงานโครงการพัฒนาเกษตรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) กิจกรรม : การยกระดับและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยสู่การเป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ด้วยต้นแบบเทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตรสมัยใหม่ พ.ศ. 2562 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่าว่า โครงการนี้มีที่มาจาก การที่เราเห็นปัญหาหนึ่งจากการทำประมงชายฝั่งทะเล ในพื้นที่ของอ่าวศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหว
เนื่องจากครัวเรือน และองค์กรชุมชนต่างๆ ที่มีประชาชนอาศัยอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น โรงเรียน หอพัก อพาร์ตเมนต์ ฯลฯ มีปริมาณขยะอินทรีย์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน จากลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่ยึดติดต่อความสะดวกสบายของผู้คนในปัจจุบัน ทำให้มีปริมาณขยะอินทรีย์เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ มากมาย ทำให้เกิดปัญหาขยะล้นเมือง และปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งทางด้านทัศนียภาพ กลิ่น และแมลงพาหะนำโรค รวมถึงปัญหาด้านการขาดแคลนพื้นที่กำจัดขยะและวิธีการจัดการที่ไม่เหมาะสม จึงทำให้ภาครัฐประสบปัญหา ทั้งด้านปริมาณและผลพวงของมลพิษสิ่งแวดล้อมจากขยะอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาข้างต้น จึงให้เป็นที่มาของการคิดค้นประดิษฐ์ เครื่องหมักขยะอินทรีย์ขึ้น โดยมี ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ นักวิจัยจากฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นเจ้าของผลงาน ดร.ลักขณา กล่าวว่า การคิดค้นเครื่องหมักขยะอินทรีย์ มุ่งเน้นที่การใช้ประโยชน์ได้สะดวกและจูงใจในการทำปุ๋ยหมัก เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากขยะอินทรีย์ให้เกิดมูลค่าสูงสุด อีกทั้งยังเป็นการกำจัดขยะอินทรีย์ ณ แห
ต้นจาก พืชตระกูลปาล์มที่เก่าแก่ ชอบขึ้นอยู่บริเวณริมแม่น้ำที่มีสภาพน้ำกร่อย เช่นเดียวกับริมฝั่งแม่น้ำตรัง เริ่มตั้งแต่ ตำบลย่านซื่อ ตำบลบางหมาก ตำบลคลองลุ ตำบลบางเป้า ตำบลบ่อน้ำร้อน ตำบลกันตังใต้ และตำบลวังวน เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นจาก มีพื้นที่นับหมื่นไร่ เป็นพืชอเนกประสงค์ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายส่วน นำมาประกอบอาหาร-เครื่องดื่ม สิ่งประดิษฐ์ เครื่องหัตถกรรม ภาชนะใช้สอย รวมทั้งช่วยรักษาระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เดิมทีเกษตรกรปลูกจากเพื่อนำใบอ่อนจากมาผลิตใบจากแห้งสำหรับมวนบุหรี่ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดสูง โดยเฉพาะทางภาคใต้ และจากภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นได้นำเศษส่วนที่เหลือมาทำเสวียนหม้อ (เครื่องจักสาน) ติหมาใบจาก (ใช้ตักน้ำ) เพื่อใช้ในครัวเรือน ปัจจุบันการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น ใบจาก จึงมีความน่าสนใจ ทำให้เกิดแนวคิดในการขับเคลื่อนงานแบบมีส่วนร่วมในรูปแบบการส่งเสริมเกษตรตามระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อจะพัฒนาผลิตภัณฑ์จากต้นจาก ซึ่งแต่เดิมที่ใช้เพื่อมวนบุหรี่มาเป็นภาชนะทดแทนพลาสติกและพัฒนาการผลิตน้ำตาลจา
ชื่อสามัญ การบูร Camphor, Gum camphor ชื่อวิทยาศาสตร์ Cinnamomum camphora วงศ์ LAURACEAE ปีนี้อากาศบ้านเราแปรปรวนมากเป็นประวัติการณ์ ไม้น้อยใหญ่พากันแตกยอดอ่อนทั่วทั้งป่า ต้นการบูรที่บ้านผู้เขียนก็แตกยอดอ่อนสะพรั่งตาเหมือนไม้อื่นๆ เพราะฝุ่นละอองด้วยหรือไม่ ก็ไม่อาจจะคาดเดา การบูร อยู่ในสกุลอบเชย เนื้อไม้มีสีน้ำตาลปนแดง เมื่อนำมากลั่นแล้ว จะได้ “การบูร” ทุกส่วนมีกลิ่นหอม โดยเฉพาะที่ราก และโคนต้น ที่ผู้เขียนสนับสนุนการปลูกการบูรก็เพราะเล็งเห็นประโยชน์การสกัดน้ำมันหอมระเหย การสกัดสารการบูรมาใช้ในธุรกิจเสริมความงาม หรือสปา นอกจากการใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ หากพูดถึงของหอม น้อยคนที่จะไม่รู้จัก การบูร การบูรมักเป็นส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับสมุนไพรที่ใช้ในการนวดประคบ นอกจากขมิ้นชัน ผิวมะกรูด ใบมะกรูด ตะไคร้บ้าน ใบมะขาม ใบส้มป่อย เกลือ และพิมเสน เรานำเข้าสารการบูร ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์จากต่างประเทศ หากสามารถส่งเสริมให้มีการปลูกอย่างจริงจังก็จะสามารถสกัดหรือสังเคราะห์สารการบูรได้ใ
