เทคนิคเกษตร
หลังจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ปลดล็อกส่วนใบ ราก ลำต้น ของกัญชาออกจากรายการยาเสพติด เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 โดยมีเจตนารมย์ให้ประชาชนใช้เพื่อการดูแลสุขภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในชุมชนนั้นๆ ทำให้โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เริ่มพัฒนารูปแบบธุรกิจอาหารที่มีส่วนผสมของใบกัญชา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหารไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วโลก ในคุณค่าด้านวัฒนธรรมและสุขภาพ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ศึกษาค้นคว้าความรู้ดั้งเดิม และการวิจัยสมัยใหม่ของการใช้กัญชา ทำให้พบว่า บรรพบุรุษไทยมีความเฉลียวฉลาดในการเลือกใช้พืชพรรณเพื่อดูแลสุขภาพ เพราะความรู้ของบรรพบุรุษช่างสอดคล้องกับการวิจัยสมัยใหม่ จึงนำมาสู่โครงการ “มาชิมกัญ” ทำให้เกิดกระแสบริโภคกัญชาฟีเวอร์ เป็นที่สนใจของคนไทยทั่วประเทศและต่างชาติจำนวนมาก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ดำเนินการติดตามความปลอดภัยในการรับประทานอาหารที่ปรุงจากกัญชาด้วยเพื่อให้มีข้อมูลอย่างรอบด้าน สนับสนุนให้เกิดรูปแบบธุรกิจอย่างยั่งยืน ทำให้ตำรับเมนูกัญชามีความปลอดภัยดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ยังได้ถ่ายทอดชุดความรู้และประสบการณ์ที่ได้ศึกษาค
คำถามเกี่ยวกับกับข้าวไทยเก่าแก่ที่มักถามกันบ่อยๆ คือ วิถีคนไทยโบราณแต่ก่อนเขากินอะไรกันเป็นสำรับกับข้าวหลัก นอกจากน้ำพริก ผักต้ม ผักสด ปลาย่าง ปลาร้า ฯลฯ ที่เป็นเครื่องจิ้มและของแห้ง ซึ่งถ้าประมวลเอาจากหลักฐานหลายๆ อย่างแล้ว ผมคิดว่าคำตอบน่าจะคือแกงเลียง หรือที่เรียกกันตามถิ่นมาแต่ก่อนว่า “เลียง” ซึ่งเป็นกับข้าวง่ายๆ ที่มีร่องรอยในประวัติศาสตร์มายาวนาน แถมมีพัฒนาการคลี่คลายมาอีกหลายระลอก จนมามีหน้าตาต่างๆ กันไปตามแต่พื้นเพบ้านใครบ้านมันจนปัจจุบันนี้ ผมเลยคิดว่าจะลองคุยเรื่องแกงเลียงเท่าที่รู้ดูสักหน่อย เผื่อใครจะช่วยต่อยอดความรู้เรื่องนี้ออกไปได้อีกน่ะครับ ถ้าเราดูจากอุปกรณ์ครัวโบราณ คนไทยก็มีครกดินเผาจากเตาเผาแถบสิงห์บุรี ปทุมธานี หรือสุโขทัย ใช้มาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 19 แล้ว ครกเล็กๆ แบบนี้ย่อมจะพอใช้โขลกพริกไทย (ก่อนที่พริกขี้หนูจะเข้ามาทีหลังในราวพุทธศตวรรษที่ 22) หัวหอม กระเทียม ทั้งเพื่อปรุงเป็นน้ำพริก แล้วก็คงละลายน้ำตั้งหม้อ ใส่ผัก กินเป็นแกงซดน้ำง่ายๆ คู่สำรับมานานแล้ว มีหลักฐานคำร้องเล่นเพลงจ้ำจี้ดอกเข็ม ตอนหนึ่งร้องว่า “…เป็นครกเป็นสาก ให้แม่ยายตำข้าว เป็นน้ำเต้า ให
วิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีคนไทยอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการท่องเที่ยว ผลกระทบด้านสุขภาพ ด้านการส่งออก ด้านการศึกษา ที่น่าห่วงสุดคือ ผลกระทบในภาคเศรษฐกิจ ซึ่งหลายกิจการต้องปิดตัวลง หรือชะลอการลงทุน จึงเลิกจ้างแรงงานจำนวนมาก ทำให้อัตราการว่างงานของคนไทยเพิ่มสูงขึ้น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศไทย ตลอดช่วงระยะเวลา 1 ปีเศษที่ผ่านมา ทำให้หลายคนเกิดความรู้สึกท้อถอยได้ แต่อย่าสิ้นหวัง เพราะคนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด แต่เป็นคนที่รู้จักการปรับตัวที่สุด (ชาร์ลส์ ดาวิน) ทางออกที่ดีที่สุดในยามนี้ คือการฝึกวิชาชีพให้มีความรู้ติดตัว พัฒนาทักษะวิชาชีพ ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน หากทุกคนร่วมกันยืนหยัด ใฝ่เรียนรู้แล้วปรับตัว สุดท้าย ก็จะผ่านปัญหาอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างราบรื่น ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กศน. กระทรวงศึกษาธิการ โดย สำนักงาน กศน. ได้ดำเนินการให้มีโครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพของศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนขึ้น โดยใช้สถานศึกษา กศน. และ กศน. ตำบล หรือแขวง เป็นฐานการจัดกิจกรรมให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่บริการ โดยมีความเชื่อมั่นว่า โครงการดัง
คำกล่าวที่ว่า “สายน้ำ คือ ชีวิต” คงเป็นสิ่งที่ยังหนีไม่พ้นไปจากวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งสมัยก่อนนั้นการเดินทางสัญจรหรือแม้แต่การขนส่งสินค้าจะเน้นทางเรือเป็นหลัก จึงทำให้คนในสมัยนั้นนิยมปลูกบ้านริมฝั่งแม่น้ำเป็นหลัก เมื่อบ้านเมืองเกิดการพัฒนามาถึงยุคปัจจุบัน วิถีเหล่านั้นเริ่มจางหายลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีชาวบ้านอีกไม่น้อยที่ยังไม่ละทิ้งสายน้ำที่เป็นดังสายธารชีวิต กลับหาใช้ทำประโยชน์เพื่อหล่อเลี้ยงครอบครัว เช่น การจับปลาในแม่น้ำ การเลี้ยงปลากระชัง ตลอดจนใช้พื้นที่แนวชายตลิ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกพืช เกษตรกรแถบตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี มีวิถีชีวิตผูกพันกับ ลุ่มแม่น้ำท่าจีน ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำเกษตรเป็นอาชีพหลัก ไม่ว่าจะเป็นการปลูกกล้วยพืชผักสวนครัว แต่พืชเหล่านั้นต้องใช้เวลาในการเจริญเติบโต อาจจะมีรายได้ที่ต้องรอเวลา เกษตรกรหลายรายจึงใช้ประโยชน์จากแม่น้ำท่าจีนที่อยู่หลังบ้านปลูกผักกระเฉดกับผักบุ้งเสริมรายได้อีกทาง เพราะผักกระเฉดและผักบุ้ง ไม่ต้องไปลงทุนหาจากที่ไหนเลย วันดีคืนดีมันก็ลอยมาติดที่ท่าน้ำหน้าบ้านเอง เพียงแค่นำผักกระเฉดและผักบุ้ง มาปักลงในดินไว้ริมตลิ่ง ก็เหมือนกับปลูกพ
บุหงาบูดะ หรือ ขนมดอกลำเจียก เป็นขนมพื้นเมืองของจังหวัดสตูล มีการทำกันมาตั้งแต่สมัยพระยาสมันตรัฐ โดยคนในสายสกุลกรมเมือง ที่เข้าไปรับใช้อยู่ในวังเก่าเจ้าเมืองสะโตย หรือจังหวัดสตูลในปัจจุบัน ขนมบุหงาบูดะ มีลักษณะสี่เหลี่ยมคล้ายหมอน ทำด้วยมะพร้าวทึนทึก และแป้งข้าวเหนียวผสมด้วยน้ำตาล เกลือ น้ำ และกะทิ เป็นขนมพื้นบ้านของชาวมุสลิมที่นิยมทำเป็นขนมใช้ในงานเทศกาลงานพิธีที่สำคัญๆ ทางศาสนาอิสลาม อาทิ งานเทศกาลฮารีลายอ ตรุษของคนอิสลาม เทศกาลถือศีลอด งานแต่งงาน และเทศกาลงานอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังใช้เป็นขนมต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่มาเยือน อดีตขนมบุหงาบูดะจะทำกันเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ ไม่มีขายตามท้องตลาด จะต้องรอจนถึงช่วงเวลาเทศกาลถึงจะได้รับประทาน แต่ปัจจุบันขนมบุหงาบูดะได้มีการทำออกจำหน่ายเป็นของฝากติดไม้ติดมือนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจตลอดทั้งปี โดยมีกลุ่มเยาวชนและกลุ่มแม่บ้านที่ได้สืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษรวมกลุ่มทำขนมพื้นบ้านชนิดนี้ จนกลายเป็นสินค้าโอท็อปที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสตูล สำหรับแหล่งผลิตที่สำคัญและมีชื่อเสียง มีอยู่หลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มได้พัฒนารูปร่างหน้าตา รส
ดูเหมือนสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จะคับขันขึ้นทุกขณะจิตนะครับ สถานที่ที่เคยไปมาหาสู่ซื้อขายแลกเปลี่ยนทำกิจกรรมก็กลายเป็นอโคจรสถานไปทีละแห่งๆ พลอยให้ชีวิตปกติกระทบกระเทือนมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเสียอีก เราท่านก็คงต้องปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตกันไป เพื่อความปลอดภัยทั้งของเราเองและผู้คนรอบข้าง เฉพาะเรื่องอาหารการกิน การนั่งรับประทานในร้านรวงก็ดูจะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว ทั้งจากตัวอาหาร และภาชนะที่จำต้องใช้ร่วมกัน หลายครอบครัวจึงเริ่มทำกับข้าวกินเองมากขึ้น หรือไม่ก็สั่งของมากินที่บ้านเป็นการส่วนตัว ลดความเสี่ยงไปได้มาก การปรับเปลี่ยนการได้มาซึ่งอาหาร ตลอดจนวัตถุดิบอาหาร อาจทำให้เราต้องหันมาพิจารณาทางเลือกอีกทางหนึ่ง คือการเก็บหาจากธรรมชาติ (Forage) ซึ่งในปัจจุบันก็ยังพอทำได้อยู่นะครับ เนื่องจากยังพอมีพื้นที่ป่า ตลอดจนที่สาธารณะรกร้างอยู่บ้าง แม้ในละแวกเมืองใหญ่ก็ตาม ลำพังย่านชานเมืองฝั่งธนบุรีที่ผมอาศัยอยู่ เมื่อออกไปเดินเล่นหรือปั่นจักรยาน ก็ยังเห็นคนเดินเก็บผักหญ้าข้างทางได้เป็นถุงๆ ผมเคยสังเกตว่าเขาได้ยอดกระถิน ฝักกระถิน ผักบุ้งนา ยอดตำลึงอ่อนกันไปมากทีเดียว คงทั้งกินเองและเอาไปขายต
นักประดิษฐ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน คว้าเหรียญทองแดง จากการประกวดในเวทีนานาชาติ งาน “The 5th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo” จากการนำลวดลายของใบบัวมาออกแบบและพัฒนาเป็นของใช้ตกแต่งบ้าน และเตรียมขยายผลเชิงพาณิชย์แก่ชุมชนทอผ้าในอนาคต สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนผลงานสิ่งประดิษฐ์ “การออกแบบและพัฒนาชุดของตกแต่งบ้านลวดลายใบบัว” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เมธ์วดี พยัฆประโคน อาจารย์ประจำสาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คณะศิลปกรรมและออกแบบอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติ ในงาน “The 5th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo” ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในรูปแบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 15 – 17 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เมธ์วดี พยัฆประโคน ผู้ประดิษฐ์เปิดเผยถึงแนวคิดในการนำลวดลายของใบบัวมาใช้เป็นแนวทางการออกแบบและพัฒนาของใช้ของตกแต่งบ้าน เนื่องมาจากบัวเป็นพืชน้ำชนิดหนึ่ง ดอกมีรูปทร
ชื่อสามัญ : แปะตำปึง, กิมกอยมอเช่า, จินฉี่เหมาเยี่ย, จักรนารายณ์, ผักพันปี ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gynura divarigata วงศ์ : Compositae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้พุ่มเตี้ย ลำต้นอวบน้ำ (Herbaceous) สีเขียวอ่อนปนม่วง ดอกเป็นช่อตรงก้านดอกยาวชูตรง ดอกมีสีเหลืองสวยงามน่ารัก ออกดอกเป็นระยะตลอดทั้งปี ใบหนาอวบน้ำเช่นกัน ใบมีลักษณะ 2 แบบ คือทั้งแบบกลม และใบรี สรรพคุณไม่ต่างกัน แต่ชนิดใบกลมจะมีขนอ่อนๆ คลุมหนากว่าชนิดใบรีหน่อยหนึ่ง เป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่าย ปลูกง่าย ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด ชอบน้ำ สามารถอยู่ได้ทั้งกลางแจ้งและในร่ม เวลาปลูกชิดกันเป็นกอ ก็จะแน่น ดูสวยงาม ใช้เป็นไม้คลุมดินในงานจัดสวนได้เลย ผู้เขียนก็ใช้อยู่บ่อยๆ ปลูกสลับกับไม้คลุมดินอื่นๆ ได้ดี เพื่อเพิ่มสีสันให้สวนสวย เนื่องจากใบสีเขียวอ่อนสดชื่นสบายตา แปะตำปึง นำเข้ามาในบ้านเราเมื่อ 5-6 ปี ที่แล้ว พร้อมๆ กับหญ้าปักกิ่ง สรรพคุณทางยา แปะตำปึง จัดว่าเป็นสมุนไพรประเภทครอบจักรวาลก็ว่าได้ เช่น ฟอกโลหิตสตรี ช่วยขับสารพิษต่างๆ รักษาเริม งูสวัด ลดความดันโลหิต บรรเทาอาการภูมิแพ้ บำบัดโรคริดสีดวงทวาร และอื่นๆ วิธีรับประทาน ให้เด็ดใบสดมาล้างน้ำให้สะอา
ชื่อทั่วไป : Gac fruit/Baby jack fruit/ขี้พร้าไฟ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Momordica cochinchinensis (Lour.) Family : CUCURBITACEAE ฟักข้าว เป็นไม้เถาเลื้อยเก่าแก่ที่อายุยืนหลายปีของทวีปเอเชียตอนใต้ พบกระจายพันธุ์อยู่ในจีน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บังกลาเทศ ไปจนถึงอินเดียทางใต้ ลักษณะลำต้น เป็นเถาเลื้อยมีมือจับ (Tendrill) ชอบเลื้อยขึ้นพันต้นไม้ใหญ่เพื่อขึ้นไปหาแสงแดด สมัยก่อนตามสวนฝั่งธนฯ มีปลูกกันมากแทบทุกสวน ปัจจุบันชักหาดูยากซะแล้ว ฟักข้าวนั้นเขาจะแยกต้นเพศผู้กับเพศเมีย ไม่ค่อยจะอยู่รวมกันในต้นเดียว ดังนั้น จึงควรปลูกไว้ทีละ 4-5 ต้น จึงจะได้เห็นผลชัวร์ๆ ต้นเพศผู้ ใบจะหยักลึก เว้ามากกว่าใบของต้นเพศเมีย ส่วนต้นเพศเมีย ใบจะป้อมๆ ไม่เว้าลึก ไม่หยักมากเหมือนตัวผู้ ผลดิบสีเขียวอมเหลือง เมื่อแก่จัดใกล้สุกจะเปลี่ยนเป็นสีแสดส้มอมแดงสวยงามสะดุดตา เมล็ดดิบมีพิษเบื่อเมา แต่เยื่อหุ้มเมล็ดสีส้มของฟักข้าวมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก มีเบต้าแคโรทีนมากกว่าแครอท 10 เท่า มีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศถึง 12 เท่า ซึ่งนับว่าสูงมากๆ เนื้อฟักข้าวยังพบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระหลายตัวที่เป็นประโยชน์ช
มะงั่ว เป็นไม้จำพวกส้มชนิดหนึ่ง ที่หาดูต้นของจริงได้ยาก แม้จะมีชื่อและข้อมูลปรากฏในตำราเก่าๆ อยู่บ้าง แต่จะหาภาพถ่ายจากต้นจริงไม่ค่อยได้ ดังนั้น จึงเป็นไม้ผลที่พวกเราควรจะมาทำความรู้จักให้มากขึ้น ใน “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ฉบับนี้ จะได้เลิกคิดว่า มะงั่ว เป็นแต่เพียงผลไม้ในตำนานเสียที แล้วก็มาดูย้อนหลังกันว่า คนโบราณท่านใช้มะงั่วเป็นยาอย่างไรบ้าง มะงั่ว เป็นไม้ผลที่มีชื่อเรียกต่างกันไปในแต่ละถิ่น แถบอีสาน เรียกว่า หมากเว่อ เชียงใหม่ เรียกว่า มะโว้ช้าง และในถิ่นอื่นๆ เรียกต่างไปอีกว่า มะนาวควาย มะนาวริปน ส้มนาวคลาน และ ส้มละโว้ เป็นต้น ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้บันทึกเรื่องของมะงั่ว ไว้ว่า “มะงั่ว น. ชื่อไม้ต้นขนาดเล็ก ชนิด Citrus ichangensis Swing. ในวงศ์ Rutacea ผลคล้ายส้มโอ รสเปรี้ยวจัด ใช้ประสมกับขมิ้นเพื่อย้อมผ้า” ทางภาคอีสานท่านจัดให้ มะงั่ว เป็นผลไม้พวกเดียวกับส้มซ่า นอกจากจะใช้น้ำเป็นของเปรี้ยวแทนมะนาวแล้ว เราก็ได้ทราบเพิ่มเติมอีกว่า คนสมัยก่อนใช้น้ำมะงั่วในการย้อมผ้าสีเหลืองอีกด้วย เข้าใจว่าคงจะช่วยทำให้สีสดขึ้นหรือติดทนทานยิ่งขึ้นกระมัง? การที่เราจะระบุว่าผลไม้หรือต้นไม้ชนิดใ
