เกษตรอัจฉริยะ
หลายฝ่ายออกมาเตือนประชาคมโลก กำลังเผชิญภาวะโลกเดือดรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 140 ปีจากปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” โดยจะเริ่มส่งผลชัดเจนตั้งแต่ปลายปี 2569 – 2570 ทำให้เกิดภัยแล้งจัด อุณหภูมิสูงขึ้น ฝนทิ้งช่วง และปริมาณฝนลดลงกว่าปกติ10-30% ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักลดลงอย่างรวดเร็ว นับเป็นความท้าทายสำคัญ ที่ภาคเกษตรต้องเร่งปรับตัวเช่น ปลูกพืชทนแล้งที่ใช้น้ำน้อยและติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นระยะ เพื่อวางแผนการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวนฉับพลัน มังคุดชะอวดก้าวสู่ ‘สมาร์ทฟาร์ม’ สู้โลกเดือด เคล็ดลับการทำเกษตรยุคใหม่ ของมังคุดชะอวดไม่ได้มีดีแค่รสชาติ ตอนนี้มี ‘เทคโนโลยี’ มาเสริมทัพ เกษตรกรผู้ปลูกมังคุดในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอชะอวด ได้แก่ ตำบลเกาะขันธ์ ตำบลท่าประจะ ตำบลท่าเสม็ด ตำบลเขาพระทองและตำบลวังอ่าง เปลี่ยนการเกษตรแบบลองผิดลองถูก เป็นการเกษตรแบบแม่นยำ เปลี่ยนสวนมังคุดแบบเดิมให้เป็นสวนเกษตรอัจฉริยะ ที่สั่งการได้ด้วยข้อมูล นวัตกรรมดังกล่าวเป็นผลงานของ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประกอบด้วยระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ ตร
ในปัจจุบัน เทรนด์สัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มแต่งงานช้าลง บางส่วนเลือกที่จะไม่มีบุตร ส่งผลให้ “สัตว์เลี้ยง” เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะสมาชิกของครอบครัว ทำหน้าที่เป็นทั้งเพื่อนคลายเหงาและที่พึ่งทางอารมณ์ (Emotional Support) จึงไม่แปลกที่จำนวนสัตว์เลี้ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อจำนวนผู้เลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น ตลาดที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงก็ขยายตัวตามไปด้วย ข้อมูลในปี 2568 ระบุว่า มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงโดยรวมของประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 92,000 ล้านบาท โดยกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าสูงที่สุดคือ อาหารสัตว์เลี้ยง สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคจากอดีตที่เลี้ยงสัตว์เพื่อประโยชน์ใช้สอย เช่น เฝ้าบ้าน มาเป็นการเลี้ยงเพื่อความผูกพันทางจิตใจ จนเกิดคำเรียกติดปากว่า “ทาสหมา ทาสแมว” ซึ่งบ่งบอกถึงบทบาทที่เปลี่ยนไป จากสัตว์ที่เคยรับใช้มนุษย์ กลายเป็นสมาชิกในครอบครัวที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ เมื่อความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น ความต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็
หากพูดถึงการทำสวนหรือการทำเกษตร หนึ่งในต้นทุนหลักที่เกษตรกรให้ความสำคัญคือ ค่าปุ๋ย ขณะเดียวกันก็ต้องการให้พืชเจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตสูง ล่าสุด ทีมนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore – NUS) ได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ที่อาจเข้ามาเปลี่ยนแนวทางการบำรุงพืชในอนาคต นักวิจัยจากสถาบัน iHealthtech นำโดย ศาสตราจารย์ Andy Tay เผยความคืบหน้างานวิจัยด้านเกษตรเทคโนโลยี หลังพัฒนาแนวทางใหม่ในการส่งจุลินทรีย์และสารอาหารเข้าสู่พืชโดยตรง ผ่านนวัตกรรมที่เรียกว่า แผ่นแปะเข็มจิ๋ว (Microneedle Patches) ซึ่งอาจเปลี่ยนวิธีการดูแลพืชในอนาคต ที่มาของงานวิจัยนี้ เริ่มจากการเปรียบเทียบระบบลำเลียงสารในร่างกายมนุษย์กับระบบท่อลำเลียงของพืช ทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า ในร่างกายมนุษย์ จุลินทรีย์และสารสำคัญสามารถเคลื่อนที่ไปยังจุดเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว จึงเกิดคำถามว่า แนวคิดเดียวกันนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับพืชได้หรือไม่ นักวิจัยเสนอแนวทางใหม่ ด้วยการส่งจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เข้าสู่เนื้อเยื่อพืชโดยตรง แทนการใส่ปุ๋ยหรือจุลินทรีย์ลงในดินแล้วรอให้พืชดูดซึมตามธรรมชาติ วิธีดังกล่า
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เปิดบ้านโรงงานผลิตพืชแนวตั้งและโรงเรือนอัจฉริยะ ในกิจกรรม “NSTDA x Press Interviews: นวัตกรรม Plant Factory โรงเรือนอัจฉริยะ ยกระดับพืชสมุนไพรไทยสู่ธุรกิจมูลค่าสูง” ภายใต้แผนงาน S&T Implementation for Sustainable Thailand ในกลุ่มยุทธศาสตร์เร่งด่วน (Pre-Battle) เรื่องการผลิตพืชผักสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ เพื่อแสดงศักยภาพนวัตกรรมขั้นสูงในการควบคุมสภาวะแวดล้อมที่สามารถกำหนดพฤติกรรมพืชให้สร้างสารสำคัญทางการแพทย์และพาณิชย์ได้ตามต้องการ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังมุ่งประกาศความพร้อมของ สวทช. ในการทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนต้นน้ำ หนุนภาคเอกชนไทยพึ่งพาตนเองและแข่งขันได้ในตลาดโลก พร้อมย้ำ “เราไม่ได้ขายระบบโรงเรือน แต่เราเป็นเพื่อนคู่คิดทางเทคโนโลยี” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมเผชิญอยู่เสมอในการใช้พืชสมุนไพรแบบดั้งเดิม คือความไม่สม่ำเสมอของปริมาณสารสำคัญในแต่ละรอบการเก็บเกี่ยว ตลอดจนความเสี่ยงจ
เกษตรยั่งยืน
ผึ้งโพรง เป็นผึ้งพื้นเมืองชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในทุกภาคของประเทศไทย ช่วยผสมเกสรพืชตามธรรมชาติและพืชผลทางการเกษตร สามารถสร้างความหลากหลายทางชีวภาพได้ ตัวเล็กกว่าผึ้งพันธุ์แต่โตกว่าผึ้งมิ้ม เป็นผึ้งที่มีวิวัฒนาการสูงกว่าผึ้งมิ้มและผึ้งหลวง โดยธรรมชาติจะสร้างรังด้วยการสร้างรวงรังซ้อนกันเป็นชั้นๆ อยู่ในโพรงหิน โพรงไม้หรือโพรงดิน โดยมีปากทางออกค่อนข้างเล็กแต่ภายในกว้างพอที่จะสร้างรังได้ ชอบสร้างรังในที่มืดมิดชิด มีอัตราการแยกรังค่อนข้างบ่อย หากใครสนใจที่จะเลี้ยงผึ้งโพรง ขอแนะนำผลงานการออกแบบบ้านผึ้งโพรงที่สุดเยี่ยมมากๆ เป็นโครงการการร่วมมือของ ผศ.ดร.กันยพัชร์ ธนกุลวุฒิโรจน์ อาจารย์ดวงใจ ลิ้มศักดิ์ศรี จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และ ผศ.มรกต วรชัยรุ่งเรือง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ร่วมกับ คุณธัญลักษณ์ กำเนิดฤทธิ์ เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอม จังหวัดระนอง ประโยชน์เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มปริมาณของผลผลิตสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งโพรง โดยสร้างฐานให้ความรู้ใหม่ในพื้นที่ขยายผลจากศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จังหวัดระนอง คณะผู้ดำเนินการโครงการสร้างบ้านผึ้ง
ภาคการเกษตรไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากโครงสร้างแรงงานภาคเกษตรที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น และมีแนวโน้มเชิงบวก ที่คนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาพื้นที่เกษตรของครอบครัวมากขึ้น รวมถึงมนุษย์เงินเดือนที่สนใจทำเกษตรในช่วงวันหยุดเพื่อต่อยอดเพิ่มรายได้ สยามคูโบต้าบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้ สู่การเป็น Smart Farmer และผู้ประกอบการเกษตร ภายใต้โครงการ “KUBOTA FARMER ACADEMY โดยเชิญ คุณสุภชัย ปิติวุฒิ เจ้าของเพจ “ชาวนาวันหยุด” มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อเป็นฐานรากสร้างทักษะเกษตรกรพันธุ์ใหม่ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ทิศทางของภาคเกษตรไทย คุณสุภชัย กล่าวถึงภาพรวมภาคการเกษตรไทยในปัจจุบันว่า คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า คนในที่ทำเกษตรขาดทุน ก็อยากไปหาอาชีพอื่นทำ ส่วนคนเมืองโลกสวย มองว่าเป็นโอกาสเข้าสู่ธุรกิจเกษตร สิ่งที่ทำให้คนในมีความเข้มแข็ง อยู่รอด ไม่โดนแย่งอาชีพคือ เร่งลดต้นทุนการผลิตให้แข่งขันได้ ชาวนาญี่ปุ่นขายข้าวได้ราคาแพง เพราะคนปลูกมีน้อย มีสัดส่วนไม่ถึง 5% แต่คนกินมีเยอะมากถึง 95% ขณะที่เมืองไทยมีเกษตรกรปลูกข้าว 40-50% ทุกวันนี้ คนยิ่งรวยยิ่งกินข้าวน้อย หากจะขายข้า
“วัชพืช” สำหรับใครหลายคน อาจเป็นเพียงต้นไม้ที่ต้องรีบถอนทิ้ง เพราะแย่งน้ำ แย่งปุ๋ย และบดบังการเจริญเติบโตของพืชเศรษฐกิจ แต่หากมองลึกลงไปในอีกมิติหนึ่ง พืชที่ถูกมองข้ามเหล่านี้อาจเป็น “ขุมทรัพย์ทางยา” ที่เติบโตอยู่ในแปลงเกษตรโดยไม่ต้องลงทุนปลูก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ขณะเดียวกัน หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงทางยา (Medicinal Security)” หรือการมีแหล่งวัตถุดิบสมุนไพรที่เพียงพอสำหรับใช้ในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพในอนาคต สิ่งที่น่าสนใจคือ พืชสมุนไพรจำนวนไม่น้อย กลับเป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในไร่นา ริมคันนา หรือสวนหลังบ้าน จนถูกเรียกรวมๆ ว่า “วัชพืช” วัชพืช…ไม่ได้ไร้ค่าเสมอไป ในทางเกษตรศาสตร์ “วัชพืช” หมายถึงพืชที่ขึ้นในพื้นที่ที่ไม่ต้องการ ไม่ได้หมายความว่าเป็นพืชไม่มีประโยชน์ พืชหลายชนิดที่พบทั่วไปในประเทศไทย เช่น ล้วนมีการใช้ประโยชน์ในตำรับยาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน บางชนิดยังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยเพื
ในวันที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลายคนอาจมองว่าการลดโลกร้อนเป็นเรื่องของรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ หรือบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทรัพยากรมหาศาล แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอาจเริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ ที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด นั่นคือ “นาข้าว” ซึ่งเป็นทั้งแหล่งผลิตอาหารของโลก และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ หากได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม คุณธนนนท์ เตรียมชาญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Net Zero Carbon มองว่า การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สามารถเดินไปด้วยกันได้ โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่เป็นฐานสำคัญของประเทศไทย เพราะเชื่อว่าการกู้โลกไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการปรับเปลี่ยนวิธีการทำนาเพียงเล็กน้อย ซึ่งสร้างทั้งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับข้าวไทยในอนาคต จากพลังงานสะอาด สู่ธุรกิจคาร์บอนเครดิตภาคเกษตร คุณธนนนท์ เล่าให้ฟังว่า ก่อตั้งบริษัท Net Zero
