เกษตรอัจฉริยะ
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA นำโดย ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และสมาคมทุเรียนไทย นำโดย นายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาทุเรียนไทยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทุเรียนสู่การใช้ประโยชน์” เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมอีก 5 ปี มุ่งเชื่อมโยงโจทย์จากเกษตรกร ผู้ประกอบการและภาคการส่งออกเข้าสู่กระบวนการวิจัย พร้อมขยายการพัฒนาเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพ มาตรฐานและขีดความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดโลก โดยมีคณะผู้บริหารและผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมมณีจันท์รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ความร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคการเกษตรและเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากทุเรียนเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญของไทย โดยข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ปี 2568 ไทยส่งออกทุเรียนสดสู่ตลาดโลก 979,045 ตัน มูลค่ากว่า 125,737 ล้านบาท ขณะที่ช่วงวันที่ 1 มกราคม – 19 กรกฎาคม 2569 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปยังจีน ซึ่งเป
(ซินหัว) — พาชมการทำงานของหุ่นยนต์เกษตรอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ฟาร์มสาธิตแห่งหนึ่งในเมืองคาสือ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งมาพร้อมความสามารถหลากหลายทั้งการฉีดพ่นสารให้พืชผล หรือการปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่เพาะปลูกที่แตกต่างกัน หุ่นยนต์รุ่นนี้ปรับระยะฐานล้อได้ตั้งแต่ 1.2-2.4 เมตร รองรับการใช้งานกับพืชหลายชนิดทั้งฝ้าย ข้าวโพด และพริก มาพร้อมแขนฉีดพ่นสารกว้าง 21 เมตร และถังบรรจุน้ำขนาด 1 ตัน ซึ่งช่วยให้ทำงานครอบคลุมพื้นที่ได้สูงสุด 1 แสนตารางเมตรต่อชั่วโมง หวังฉีฮ่าว เจ้าหน้าที่ของบริษัทพัฒนาหุ่นยนต์ กล่าวว่าจุดเด่นสำคัญของหุ่นยนต์รุ่นนี้คือฐานล้อที่สามารถปรับได้ ซึ่งช่วยให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเทียบกับเครื่องจักรและโดรนแบบเดิมๆ ด้านเกษตรกรผู้เพาะปลูกฝ้ายรายหนึ่งเผยว่าหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถฉีดพ่นสาร กำจัดวัชพืช และหว่านเมล็ดได้ พร้อมช่วยลดต้นทุนได้อีกด้วย ชมคลิปได้ที่ : https://drive.google.com/drive/folders/1bOXa6_iVvjTqpZmOh1z9ZdtGdK60d3nz
จังหวัดน่านมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาที่มีความลาดชันสูง ทำให้น้ำไหลเร็ว ไม่สามารถกักเก็บน้ำ ทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่มีลำน้ำสาขาจำนวนมาก แต่ขาดระบบหน่วงและกักเก็บน้ำในระดับพื้นที่ ทำให้จังหวัดน่านประสบปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบน้ำ ในช่วงฤดูฝนมีปริมาณน้ำมากจนเกิดน้ำหลากและน้ำท่วม แต่ฤดูแล้งกลับขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง จึงได้เกิดโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลุ่มน้ำห้วยมุ่น และห้วยเมืองหลวง เพื่อวางแผนป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งในเขตลุ่มน้ำ ที่มีเส้นทางน้ำไหลลงสู่แม่น้ำน่าน ผ่านเทศบาลเมือง ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม ต.ผาสิงห์ ต.ไชยสถาน ต.ดู่ใต้ และเทศบาลเมืองน่าน ประมาณ 16,000 ไร่ จังหวัดน่านพยายามหาทางเก็บ กัก ดัก หน่วง ชะลอไว้ ซึ่งกรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 2 ได้ขุดลอกหนองน้ำปรับพื้นที่ให้เป็นโครงการแก้มลิง เพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัย รวมทั้งใช้กักเก็บน้ำเป็นต้นทุนสำหรับทำการเกษตร และสามารถนำน้ำจากห้วยลี่มาใช้ประโยชน์ได้ในช่วงฤดูแล้งอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมก่อสร้างนวัตกรรมฝายแกนดินซีเมนต์ เพื่อกักเก็บน้ำ ชะลอน้ำ เกิดป่าเปียก แก้ท่วม ยังแก้แล้งและดักเศษตะกอนและวัสดุที่ไหลมากั
โดยทั่วไป เกษตรกรส่วนใหญ่มักเริ่มต้นฤดูทำนาปลูกข้าวนาปี ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป จากนั้นจะเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวข้าว ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน -ธันวาคม -มกราคม ของทุกปี ซึ่งฤดูเก็บเกี่ยวข้าว เป็นโอกาสทองในการสร้างรายได้ ของผู้ประกอบการธุรกิจรถเกี่ยวข้าวรับจ้างที่ช่วยให้ชาวนาเก็บเกี่ยวได้รวดเร็วทันใจ ฤดูเก็บเกี่ยวในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รถเกี่ยวข้าวจะมีคิวงานแน่นตลอด 24 ชั่วโมง ข้อดีของอาชีพรถเกี่ยวข้าวคือ ทำได้รายได้สูงในช่วงเวลาสั้นๆ มีรายได้เฉลี่ย 500-700 บาทต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพข้าวเป็นหลัก หากเผชิญภาวะอากาศแปรปรวน เจอปัญหาต้นข้าวล้มก็เกี่ยวได้ช้าลง รถเกี่ยวข้าวหนึ่งคันสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ต้องแลกด้วยการทำงานแข่งกับเวลา แถมมีปัจจัยความเสี่ยงเรื่องต้นทุนค่าน้ำมัน ความเสี่ยงเครื่องจักรชำรุดและการบำรุงรักษาเครื่องจักรที่มีต้นทุนสูง นวัตกรรมเครื่องเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า ฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวค่อนข้างสั้นประมาณ 30-45 วัน ระหว่างเดือนตุลาคม-มกราคมของทุกปี ความสำเร็จของอาชีพรถเกี่ยวข้าวรับจ้างไม่ได้อาศัยแค่ความขยัน แต่ต้องมีรถเกี่ยว
เกษตรยั่งยืน
“ลานตากพืชผลทางการเกษตร”เป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการลดความชื้นของพืชเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็น ข้าวเปลือก ข้าวโพดหรือมันสำปะหลัง ก่อนนำไปเก็บรักษาหรือแปรรูป การลดความชื้นที่นิยมคือ การนำพืชผลทางการเกษตรไปตากในลานตากคอนกรีต โดยใช้พลังงานความร้อนช่วยให้ความชื้นลดลง ประมาณ 1 – 2 วัน เมื่อความชื้นลดลงตามต้องการจึงนำเข้าที่เก็บ แต่ทุกวันนี้ ชาวนาไทยจำนวนมากประสบปัญหาขาดแคลนลานตากข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยว จึงต้องใช้ถนนเป็นลานตากชั่วคราว ก่อให้เกิดปัญหาด้านการจราจรและเสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน มทร.ธัญบุรี เพิ่มมูลค่าขยะเกษตรเป็นวัสดุก่อสร้างสีเขียว ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ภายใต้การนำของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประชุม คำพุฒ จึงเกิดแนวคิดเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ให้กลายเป็นวัสดุก่อสร้างทางเลือกใหม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำมาพัฒนาเป็นพื้นคอนกรีตสำหรับลานตากข้าวที่สามารถเพิ่มอุณหภูมิผิวหน้าเพื่อเร่งกระบวนการทำให้ข้าวแห้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทีมนักวิจัยได้มุ่งศึกษาการจัดการของเสียใ
ดินดี คือพื้นฐานที่ทำให้พืชแข็งแรง แต่การดูแลดินในปัจจุบัน อาจต้องมองให้ลึกกว่าการเติมปุ๋ยหรือเพิ่มอินทรียวัตถุ เพราะบริเวณสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของพืช คือ “ไรโซสเฟียร์” (Rhizosphere) หรือบริเวณดินรอบระบบราก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รากพืช จุลินทรีย์ และธาตุต่างๆ ในดินทำงานร่วมกัน การสร้างไรโซสเฟียร์ให้มีชีวิตและสมดุล สามารถช่วยให้พืชดูดใช้ธาตุอาหารได้ดีขึ้น ลดปัญหาโรค และส่งเสริมการเจริญเติบโต โดยมี 5 แนวทางสำคัญที่เกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ 1. อย่าปล่อยให้ดิน “ว่าง” ควรมีพืชเติบโตอยู่เสมอ รากพืชไม่ได้มีหน้าที่เพียงดูดน้ำและธาตุอาหาร แต่ยังเป็นแหล่งอาหารสำคัญของจุลินทรีย์ในดิน รากจะปล่อยสารต่างๆ ออกมา เรียกว่า Root Exudates ซึ่งมีทั้งคาร์โบไฮเดรต กรดอะมิโน ฮอร์โมน และเอนไซม์ โดยสารเหล่านี้ช่วยเป็นอาหารให้กับจุลินทรีย์ที่อยู่บริเวณราก จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เหล่านี้ มีบทบาทสำคัญในการช่วยทำให้ธาตุอาหารอยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ได้ ช่วยแข่งขันกับจุลินทรีย์ก่อโรค และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับราก ดังนั้น การปลูกพืชคลุมดินหรือพืชหมุนเวียน จึงไม่ได้มีประโยชน์เพียงเพิ่มอินทรียวั
“เขายายดา” เป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญ ในอำเภอเมืองระยอง ครอบคลุม 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลตะพง แกลง บ้านแลง ต่อเนื่องไปจนถึงอำเภอบ้านค่าย ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ผืนป่าต้นน้ำรอบเขายายดา ถูกชาวบ้านบุกรุกทำลาย เพื่อใช้ปลูกมันสำปะหลัง ทำให้ป่าขาดความอุดมสมบูรณ์ เกิดวิกฤตภัยแล้ง และไฟป่าอยู่เสมอ เมื่อประมาณปี 2550 ได้เกิดวิกฤตน้ำแล้งอย่างหนักในพื้นที่เขายายดา ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชากร 4,000 ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชาวบ้านเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าเพราะขาดน้ำกิน น้ำใช้ ต้องจ่ายเงินซื้อน้ำจากแหล่งอื่นเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน สวนผลไม้หลายแห่งต้องปล่อยให้ทุเรียนยืนต้นตายเพราะขาดแคลนเงินทุนสำหรับซื้อน้ำมาใช้แปลงเพาะปลูก เพื่อแก้วิกฤตด้านน้ำอย่างยั่งยืน SCGC จึงริเริ่มโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเขายายดา ร่วมกับชุมชน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา SCGC ได้ต่อยอดความร่วมมือกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. เชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่ป่าต้นน้ำเขายายดา สู่พื้นที่ราบปลายน้ำ ได้แก่ พื้นที่เกษตรบ้านหัวทุ่ง และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสร้างระบบเครือข่ายจัดการน้ำชุมชนอย่างยั่ง
“สังคมรักสุขภาพ” กลายเป็นเทรนด์ใหญ่ ที่มีภาพสะท้อนชัดจากพฤติกรรมคนที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการหันมาตื่นตัวกับการออกกำลังกาย ตั้งแต่ยุคเต้นแอโรบิก งานวิ่งมาราธอน มาจนถึงกีฬาความท้าทายสูงอย่าง HYROX แต่แค่ขยับร่างกายอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะปัจจัยหลักของสุขภาพที่แท้จริงเริ่มต้นจาก “อาหาร” ในยุคที่เราพูดถึง Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ คำถามคือ…ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะตั้งคำถามกับสิ่งที่กินเข้าไปทุกวันเพราะต่อให้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน ก็ไม่อาจวิ่งไล่ทันจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นจากสารเคมีสะสมในอาหารได้ นี่คือจุดเปลี่ยนชีวิตของ Mr.Sho Oga (โช โอกะ) ผู้ที่เคยทำงานดูแลผู้ป่วยหนักในออสเตรเลียและอยู่ในวงการเครื่องมือแพทย์มานานถึง 19 ปี เขาเห็นผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นทุกวันจนตระหนักได้ว่า การป้องกันก่อนป่วย คือคำตอบเดียวที่ยั่งยืน และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจผันตัวมาเป็นเกษตรกรออร์แกนิกในประเทศไทย เพื่อสร้างอาหารที่เป็น “ยารักษาชีวิต” อย่างแท้จริง คุณโช โอกะ ย้อนเล่าให้ฟังว่า ก่อนจะหันมาจับงานเกษตรออร์แกนิกอย่างเต็มตัว ย้อนไปเมื่อราวๆ 30 ปีก่อน
