ฟาร์มล้ำ เกษตรอัจฉริยะ

ชาวนาปทุมธานีเติมจุลินทรีย์ “BioD I วว.” ย่อยสลายตอซังข้าวใน 7 วัน ช่วยเพิ่มธาตุอาหารลงดิน ลดต้นทุนปุ๋ยเคมีได้มากกว่า 20%

การเผาตอซังข้าวหลังการเก็บเกี่ยว ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังทำให้เกิดการสูญเสียอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดิน รวมทั้งทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เป็นจำนวนมาก  

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จึงได้วิจัยพัฒนา “BioD I วว.” กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายตอซังข้าว โดยใช้เวลาเพียง 7 วันในการทำให้ตอซังนิ่มและสามารถไถกลบได้ง่าย โดยไม่ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของข้าวและไม่ทำลายระบบนิเวศ

การเติมจุลินทรีย์ “BioD I วว.” ย่อยสลายตอซังข้าว ทำได้ง่ายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โดรนในการฉีดพ่น ใช้ถังฉีดพ่น หรือละลายน้ำและขังน้ำไว้เพียง 7 วัน ก็จะสามารถทำให้ตอซังข้าวและฟางข้าวนุ่ม เปื่อยยุ่ย ไม่ติดล้อรถแล้ว ยังส่งผลให้น้ำในแปลงนาที่หมักด้วยจุลินทรีย์ชนิดนี้ จะมีสีฟางข้าว ไม่มีกลิ่นเหม็น โดยรวมจะใช้เวลาน้อยกว่าการขังน้ำโดยไม่มีการเติมจุลินทรีย์ ส่งผลให้เกษตรกรสามารถเริ่มการทำนาได้เร็วขึ้นจากเดิม

ปัจจุบันชาวนาในจังหวัดปทุมธานีกว่า 94% ทั้ง 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ลาดหลุมแก้ว อ.หนองเสือ อ.คลองหลวง อ.ลำลูกกา อ.สามโคก อ.ธัญบุรี และ อ.เมืองปทุมธานี ได้หันมาใช้แนวทางชีวภาพแทนการเผาตอซัง คิดเป็นเนื้อที่ 4,531 ไร่ สามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้มากกว่า 20% แล้วนวัตกรรมนี้ยังช่วยลดการเผาตอซังข้าวหนึ่งในสาเหตุการเกิดฝุ่น PM 2.5 และยังเพิ่มมูลค่าการผลิตข้าว จัดเป็นอีกหนึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


นอกจากนี้ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ยังได้ขยายผลโครงการโดยจัดสร้างชุดบ่มเลี้ยงหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพย่อยสลายตอซังข้าวจำนวน 15 ชุด และนำไปติดตั้งที่วิสาหกิจชุมชน 8 แห่งในจังหวัดปทุมธานี ได้แก่ 1. ศูนย์ข้าวชุมชน หมู่ 1 ต.บึงบา อ.หนองเสือ 2. ข้าวกล้อง ต.สวนพริกไทย อ.เมืองปทุมธานี 3. ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว 4. เกษตรใบเขียว ต.บึงคอไห อ.ลำลูกกา 5. นาแปลงใหญ่ข้าวคลองสี่ อ.คลองหลวง 6. ศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียงบ้านสวนพันธุ์ผัก ต.คลองควาย อ.สามโคก 7. เครือข่ายศูนย์จัดการพืชชุมชน ต.บ้านปทุม อ.สามโคก และ 8. กลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับชุดบ่มเลี้ยงหัวเชื้อ “BioD I  วว.” ขนาด 500 ลิตร สามารถผลิตหัวเชื้อได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีค่าใช้จ่าย อัตราการใช้งานคือ หัวเชื้อ 1 ลิตร นำไปขยายเพิ่มปริมาณเป็น 100 ลิตรภายใน 24 ชั่วโมง ใช้กับพื้นที่นาได้ 5 ไร่

ขณะเดียวกันได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและออกงานนิทรรศการให้ความรู้แก่เกษตรกรในจังหวัดปทุมธานีรวม 907 คน พร้อมเปลี่ยนทัศนคติกลุ่มเกษตรกรที่จะจัดการตอซังโดยการใช้กระบวนการทางชีวภาพทดแทนการเผาได้ถึง 94% ผ่านการอบรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ นอกจากนี้ 99% ของเกษตรกรผู้ใช้กลุ่มจุลินทรีย์ “BioD I วว.” ในแปลงนาแล้วยืนยันการใช้ซ้ำในการทำนาครั้งต่อไป เนื่องจากสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้มากกว่า 20% ต่อหนึ่งรอบการทำนา

ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการที่ใช้กลุ่มจุลินทรีย์ “BioD I วว.” พบว่า ตอซังนิ่มสามารถไถกลบได้ง่ายภายใน 5-10 วัน น้ำในนาใสขึ้น ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า ดินมีความนุ่มฟูขึ้น และเป็นมิตรต่อระบบนิเวศ โดยผลที่ได้จากการดำเนินโครงการนี้จะนำจังหวัดปทุมธานีไปสู่การเป็นโมเดลต้นแบบในการขยายผลการใช้งานกลุ่มจุลินทรีย์ “BioD I วว.” ไปใช้ในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

หากใครสนใจนวัตกรรมนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) 35 เทคโนธานี หมู่ที่ 3 ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120. Call Center : 02-577-9000

………..

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568

Related Posts