ฟาร์มล้ำ เกษตรยั่งยืน

ชาวสวนจันทบุรีจัดตั้ง “ กลุ่มเกษตรกรพอดีพอดี” ปลูกผลไม้คุณภาพดีด้วยความรู้ ช่วยกันขาย สร้าง “เศรษฐกิจพอดี”ที่เติบโตไปด้วยกัน

 ปัจจุบัน ชาวสวนกลุ่มเล็กๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกได้รวมตัวกันจัดตั้ง “ กลุ่มเกษตรกรพอดีพอดี” เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนที่อยากเปลี่ยนแปลง ปลูกผลไม้ร่วมกับธรรมชาติ เพื่อให้ได้ผลไม้คุณภาพดี มีรสชาติอร่อยและปลอดภัย จุดต่างที่ทำให้กลุ่มฯนี้ไม่เหมือนใคร เพราะทุกคนช่วยกัน  ใครมีวัตถุดิบ ใครมีตลาด ใครมีโรงงาน ทุกสวนต่างช่วยกันเปิดตลาด ทั้งในประเทศและส่งออก ไม่แย่งกันขาย ร่วมแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งกลับเข้ากลุ่ม เพื่อยกระดับสวนสมาชิก โดยไม่ทิ้งใครไว้กลางทาง แม้ยังไม่เป็นเกษตรอินทรีย์ก็มีที่ยืน

กลุ่มเกษตรกรพอดีพอดี ปลูกผลไม้ด้วยความรู้ ความรัก และความรับผิดชอบ สนใจเรียนรู้การตลาด การแปรรูป และการขนส่งด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุด แต่เพื่อศักดิ์ศรี ความมั่นคง และอนาคตของเกษตรกรไทยทุกคน กลุ่มเกษตรกรพอดีพอดี คือระบบเกษตรที่ไม่แข่งกันแต่ “แบ่งกันโต”เพราะเชื่อว่า การแบ่งปัน ไม่ใช่การเสียเปรียบ แต่เป็นการอยู่รอดไปด้วยกัน สร้างเศรษฐกิจพอดี ที่เติบโตไปด้วยกัน คือรากฐานของความยั่งยืน


แกนนำ กลุ่มเกษตรกรพอดีพอดี

จุดเริ่มต้นของ กลุ่มเกษตรกรพอดีพอดี เกิดจากการรวมตัวของแกนนำ 4 ราย ประกอบด้วย

 1.  คุณสุธีร์ ปรีชาวุฒิ  เจ้าของ “ สุธีร์ ออร์แกนิกฟาร์ม”  ซึ่งเป็นสวนผลไม้ ออร์แกนิกจันทบุรี แบบผสมผสานกว่า 100 ไร่ ในอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ที่มุ่งเน้นการปลูกทุเรียน มังคุด ลองกอง และเงาะ โดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะใช้ธรรมชาติดูแลธรรมชาติ ในการฟื้นฟูดิน น้ำ และระบบนิเวศให้กลับมาสมดุล เพื่อให้ได้ผลไม้คุณภาพสูง ปลอดภัย สดจากต้น  พร้อมส่งตรงถึงมือผู้บริโภค

2. สบายฟาร์ม สวนผลไม้บนพื้นที่ภูเขาในอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ปลูกมังคุด เงาะ ลองกอง และทุเรียน ตามมาตรฐาน GAP มานานกว่า 30 ปี ดูแลใส่ใจทุกขั้นตอนการปลูก คัดเฉพาะผลไม้คุณภาพ สด สะอาด ปลอดภัย พร้อมส่งตรงจากสวนถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ สินค้าขึ้นชื่อของสวนแห่งนี้คือ มังคุดคีรีธาร ซึ่งปลูกบนพื้นที่ภูเขาเชิงเขื่อนคีรีธาร โดดเด่นด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อฟูขาวเนียน ไร้เมล็ดหรือเมล็ดนิ่ม ผลผลิตส่งตรงจากสวนตามมาตรฐาน GAP มีผลผลิตออกสู่ตลาดช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมของทุกปี

3.สวนสุขจิตต์  เป็นสวนผลไม้ที่ตั้งอยู่ในตำบลสะตอ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด   สวนสุขจิตต์ปลูกผลไม้ด้วยความรัก และคัดเลือกผลไม้อย่างตั้งใจเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทานผลไม้ที่มีคุณภาพ โดยเริ่มต้นปลูกทุเรียนและเงาะบนเนื้อที่  32 ไร่ มาตั้งแต่ ปี 2525 ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่เพาะปลูกถึง 207 ไร่ ปัจจุบันปลูก ผลไม้เมืองร้อนหลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน, เงาะ, สละ, มังคุด, ลองกอง  

4.  A.S. Farm เป็นสวนผลไม้แปลงใหญ่เนื้อที่ 400 ไร่อยู่ในพื้นที่ ตำบล โป่งน้ำร้อน อำเภอโป่งน้ำร้อน จันทบุรี  เนื่องจากที่นี่มีสภาพอากาศดี ดินดี เหมาะกับการเพาะปลูกผลไม้คุณภาพสูง โดยปลูกมะม่วงมหาชนกแปลงใหญ่ รวมทั้งทุเรียน อโวคาโด และผลไม้ตามฤดูกาลอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน  คัดสรรผลผลิตสดใหม่จากต้น ส่งตรงถึงลูกค้า พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลอยู่เสมอ เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาผลไม้แท้ๆ  จากสวนจันทบุรีแท้ 100%

รุกเปิดตลาดมังคุดอินทรีย์

คุณเนตรนิล ศิริภัทร เจ้าของสวน เอ เอส ฟาร์ม (A.S. Farm)  หนึ่งในแกนนำกลุ่มเกษตรกรพอดีพอดี  กล่าวว่า  เดิมทีพวกเรารวมตัวกันใช้ชื่อว่า “รวมผลจันทร์” แต่ยกเลิกไปเปลี่ยนมาใช้ชื่อ กลุ่มเกษตรกรพอดีพอดี  พวกเราร่วมกันผลิตผลไม้คุณภาพดีมาตรฐานจีเอพี ป้อนตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ปัจจุบันมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมกลุ่มประมาณ 23 สวน เพื่อผลิตมังคุดคุณภาพดี ปลอดสารเคมี ส่งตลาดไต้หวันและญี่ปุ่น โดยช่วงต้นฤดู สามารถส่งออกมังคุดอยู่ที่ กก.ละ 130 บาท  คาดว่า ในปีนี้ราคาส่งออกมังคุดเกรดคุณภาพ ราคาโดยรวมไม่ต่ำกว่า กก.ละ 100 บาท  ส่วนสินค้าคุณภาพรองลงมา จะป้อนเข้าตลาดห้างสรรพสินค้า เช่น ฟู้ดแลนด์ และ เลมอนฟาร์ม

นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังมีผลไม้จากสวนพันธมิตรในภาคตะวันออก ที่จะป้อนเข้าสู่ตลาดเช่น  สละสุมาลี เงาะ ทุเรียน และ ลองกองที่มีหลากหลายรสตามพื้นที่ปลูก  ส่วนเอ เอส ฟาร์ม มีผลไม้เกรดส่งออก มาตรฐานปลอดภัยได้แก่ มะม่วงมหาชนก   สับปะรดภูชวา อะโวคาโดสายพันธุ์พิเศษ นอกจากนี้ ทางฟาร์มยัง  คัดเลือกสายพันธุ์มะละกอให้มีขนาดและรสชาติเป็นไปตามที่กลุ่มลูกค้าชื่นชอบ

ปัจจุบัน กลุ่มเกษตรกรพอดีพอดี  เปิดพื้นที่ให้คนที่อยากเปลี่ยนแปลง แค่มีใจจะลดเคมี ลดความเสี่ยง เพื่อผู้บริโภคและคนปลูก  สามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ“เศรษฐกิจพอดี” ที่เริ่มต้นจากมือเกษตรกรตัวจริง  โดยมีเงื่อนไขดังนี้ คือ 1. เป็นเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออก 2.  เชื่อในการลงมือทำอย่างพอดี คือ พอดีต่อผลกำไร พอดีต่อผู้คน พอดีต่อธรรมชาติ 3. เป็นสวนผลไม้ปลอดภัย ไม่ใช้สารพิษอันตรายต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม และ 4. แบ่งส่วนผลกำไร 5 – 10 % เข้ากลุ่มเพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดระบบกลุ่มได้  ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.pordeepordee.com

Related Posts