ฟาร์มล้ำ เกษตรอัจฉริยะ

ปลูกเบญจมาศปลอดโรค ด้วยเทคนิคอบดินด้วยไอน้ำ ลดโรค-ศัตรูพืช แถมได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น.

ดอกเบญจมาศ เป็นไม้ดอกที่เกษตรกรนิยมปลูกและเป็นไม้เศรษฐกิจ มีมูลค่าการผลิตติดอันดับ 1 ใน 4 อันดับแรกของไม้ตัดดอกมียอดการซื้อขายทั่วโลกปีละหลายพันล้านบาท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  หรือ TISTR. และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้เล็งเห็นความสำคัญและปัญหาการเพาะพันธุ์ไม้ดอกเบญจมาศ ที่มีการใช้ต้นพันธุ์เก่ามาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ต้นเบญจมาศมีความอ่อนแอต่อโรคและแมลง จึงได้ปรับปรุงพันธุ์ดอกเบญจมาศให้ปลอดโรค  พบว่า ดอกเบญจมาศมีความแข็งแรง สามารถลดต้นทุนด้านปุ๋ยและยาและสร้างรายได้ได้มากขึ้น 20 – 70%  

ปลูกซ้ำที่เดิมเสี่ยงต่อปัญหาโรคทางดิน

เชื้อก่อโรคทางดิน (soilborne pathogen) สร้างความเสียหายให้กับภาคการเกษตรด้วยการทำให้ผลผลิตลดลงและเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัด การเพาะปลูกพืชบนพื้นที่เดิมอย่างต่อเนื่องอาจประสบปัญหาโรคทางดิน เช่น โรคเหี่ยวจากฟิวชาเรียม ซึ่งเป็นโรคที่สำคัญของเบญจมาศ มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Fusonimm oxysporum ที่มีชีวิตอยู่ในดินหรือเศษชากพืชหลายปี โดยเชื้อราเข้าสู่ต้นพืชทางรากและเจริญเติบโตอยู่ในเนื้อเยื่อท่อลำเสียงและลำต้นต้นพืชที่ติดเชื้อจะแสดงอาการเหี่ยวบางส่วนไปจนถึงเหี่ยวทั้งต้น

การแก้ปัญหานอกจากการใช้แม่พันธุ์ปลอดโรคแล้ว พื้นที่เพาะปลูกก็ต้องอยู่ในสภาพปลอดโรคด้วย ซึ่งการควบคุมโรคทางดินทำได้หลายวิธี เช่น การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช การใช้ชีวภัณฑ์ การรมดิน รวมทั้งการให้ความร้อน ในวิธีการทั้งหลายการใช้สารเคมีค่อนข้างส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผู้ใช้งาน การควบคุมด้วยวิธีทางกล เช่น การอบดินด้วยไอน้ำ เป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและราคาเหมาะสม การอบฆ่าเชื้อดินและวัสดุปลูกไร้ดินด้วยไอน้ำเป็นกระบวนการที่ใช้กันทั่วไปเพื่อลดปัญหาเชื้อก่อโรคทางดินในประเทศเนเธอร์แลนด์โดยเฉพาะกับการปลูกพืชหัว การอบมักกระทำที่อุณหภูมิ 60-80 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที่ พบว่าสามารถกำจัดเชื่อก่อโรค ไส้เดือนฝอย แมลงในดิน และเมล็ดวัชพืชได้


ลดโรคทางดิน ด้วยเทคโนโลยีอบดินด้วยไอน้ำ

การอบไอน้ำด้วยการคลุมพลาสติก (sheet steanning) เป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้กันมานาน วิธีนี้ไอน้ำจะถูกปล่อยเข้าใต้ผ้าพลาสติกที่คลุมดินและเหน็บชายเอาไว้ ความดันจากไอน้ำที่เกิดขึ้นใต้พลาสติกขับดันให้ไอน้ำแทรกลงไปในดิน ประสิทธิภาพของการอบขึ้นอยู่กับชนิดของดินและการไถพรวน โดยพบว่าในดินเหนียวประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อดีกว่าดินทรายและดินร่วนระดับความลึกที่เหมาะสมระหว่าง 10-30 เซนติเมตร

การปลูกแม่พันธุ์เบญจมาศ ในพื้นที่บ้านใหม่พัฒนา ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เกษตรกรส่วนใหญ่มักปลูกเบญจมาศบนพื้นที่เดิมอย่างต่อเนื่องจึงประสบปัญหาการสะสมของโรคพืชในดินสร้างความเสียหายให้กับการเพาะปลูกและผลผลิต  ทีมนักวิจัยวว. จึงได้กำจัดเชื้อก่อโรคทางดินด้วยการใช้ไอน้ำเป็นทางเลือกหนึ่งที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

ทีมนักวิจัย วว. ใช้วิธีการอบวัสดุอย่างง่ายด้วยไอน้ำแบบคลุมด้วยผ้าพลาสติกมาประยุกต์ใช้กับแปลง โดยคลุมแบบแปลงคู่ด้วยพลาสติกทนร้อนให้มีขนาดพื้นที่ 2×12 เมตร สอดท่อไอน้ำของเครื่องกำเนิดไอน้ำขนาดเล็ก กำลังการผลิตไอน้ำ 1-3 ตันต่อชั่วโมง ใช้เวลาหลังเริ่มต้มน้ำ 60 นาที ในการเพิ่มอุณหภูมิดินที่ความลึกประมาณ 15 เซนติเมตร เป็น 57.5 องศาเซลเซียส และเมื่ออบต่อไปอีก 30 นาทีอุณหภูมิดินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 61.8 องศาเชลเชียส การอบตามวิธีดังกล่าว สามารถลดปริมาณแบคทีเรียลงได้ 2 log cycle และลดปริมาณเชื้อราลงได้มากกว่า 4 log cycle การอบดินด้วยวิธีการนี้มีประสิทธิภาพในการกำจัดแบคทีเรีย 98 เปอร์เซ็นต์ และประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อราเกือบ 100เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคงพบ Fusorim ในตัวอย่างดินที่ผ่านการอบในจุดที่ไกลจากท่อพ่นไอน้ำที่ระยะระหว่าง 9-12 เมตร

แปลงปลูกเบญจมาศที่ใช้นวัตกรรมนี้ สามารถลดการระบาดของโรค: ช่วยลดปัญหาโรคทางดิน เช่น โรครากเน่า เน่าคอ หรือโรคที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียขณะเดียวกัน การมีดินที่ปราศจากโรคจะช่วยให้ต้นเบญจมาศแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดี นำไปสู่ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย.   

Related Posts