ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน (TVRC) ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นับเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การเก็บเมล็ดพันธุ์ และการปลูกพืชอย่างยั่งยืน สร้างความมั่นคงทางอาหารและเก็บรักษาพันธุ์พืชพื้นบ้าน/ทั่วไป รวมทั้งพันธุ์พืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการศึกษาวิจัยพืชพันธุ์ดีสู่เกษตรกร ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ในการผลิตอาหาร ปลูกซ้ำ ลดการพึ่งพาพันธุ์พืชจากภายนอก
ปลายปี 2568 ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อนได้เปิดตัว พืชผักพันธุ์ใหม่ ในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 ได้แก่ พริกพันธุ์ใหม่ “Chilli Berry” กลิ่นหอมแต่ไม่เผ็ด พริกเล็บแม่มด รสเผ็ดจัด มีกลิ่นหอม พริกมันม่วง มีสารแอนโทไซยานินสูง ใช้ทำพริกกิมจิและ “สีดาทิพย์ 7” มะเขือเทศส้มตำผลสีชมพู
“สีดาทิพย์ 7” คุณภาพดี ถูกใจแม่ค้า
มะเขือเทศ “สีดาทิพย์ 7” เป็นพันธุ์ลูกผสมเปิด(op) เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์พืช ของ นายมฆวัน ศรีจันทร์ นักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขดกำแพงแสน

ทนทานต่อโรคพืช
มะเขือเทศสายพันธุ์ “สีดาทิพย์ 7” เป็นพันธุ์เบา มีลักษณะการเจริญเติบโตแบบกึ่งเลื้อย ง่ายต่อการจัดการทรงพุ่ม เหมาะสมกับการปลูกในสภาพแปลง อายุการเก็บเกี่ยวครั้งแรกเพียง 94 วันหลังหยอดเมล็ด ให้ผลผลิต 5.2 ตันต่อไร่ นอกจากนี้ ยังทนทานต่อโรคใบหงิกเหลือง (TYLCV) และโรคใบเหี่ยว ซึ่งเป็นโรคที่ก่อความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกมะเขือเทศในประเทศไทย ทำให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชที่เป็นพาหะของโรค ซึ่งช่วยลดสารเคมีตกค้างในผลผลิตเป็นผลดีต่อผู้บริโภคและเกษตรกรผู้ปลูกมะเขือเทศได้ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคได้ และลดการปล่อยคาร์บอนทางอ้อมจากกระบวนการผลิตมะเขือเทศ
การนำไปใช้ประโยชน์
สีดาทิพย์ 7 เป็นมะเขือเทศส้มตำผลสีชมพู เปลือกผลหนาและแข็ง ทนทานต่อการขนส่ง มีอายุการเก็บรักษา (shelf life) ได้นานกว่า 7 วัน มีรสชาติเปรี้ยว และรสชาติมะเขือเทศเข้มข้น (TSS สูง) สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย เช่น ส้มตำ ยำ ต้มยำ หรือสลัด ฯลฯ จะช่วยเพิ่มรสชาติเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของมะเขือเทศสีดา

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โทร.0-3435-1393.
