กยท.
วันนี้ (13 ม.ค.64) กยท. ร่วมกับ อสส. ลงนาม MOU ด้านการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจและงานวิจัย เน้นสร้างนวัตกรรมยางใช้ในกิจการสวนสัตว์ เพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราภายในประเทศ ควบคู่การพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางเพื่อบริการประชาชน โดยพิธีลงนามฯ จัดขึ้น ณ ห้องประชุมสถลสถานพิทักษ์ การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ เผยว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อสส.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจและการดำเนินงานด้านวิจัย เพื่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านยางพารา ที่สนับสนุนการดำเนินงานและเป็นประโยชน์ต่อกิจการขององค์การสวนสัตว์ อาทิ เฝือกช้างจากยางพารา เป็นต้น ถือเป็นการสนับสนุนให้เกิดการใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากดำเนินงานด้านวิจัยแล้ว ข้อตกลงฉบับนี้ยังส่งเสริมศักยภาพการพัฒนาธุรกิจร่วมกัน เพื่อเผยแพร่และเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางและสินค้าบริการต่างๆ ผ่านสถานที่ตั้งของ อสส. ให้เป็นที่รู้จักและทั่วถึงในวงกว้างมากขึ้นด้วย นายสมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา กรรม
การยางแห่งประเทศไทย กยท. จัดตั้งโรงครัวชั่วคราว เพื่อทำอาหารกล่องและอาหารแห้งนำไปแจกจ่ายแก่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดปัตตานี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งได้รับเงินร่วมบริจาคสนับสนุนจาก กรรมการการยางแห่งประเทศไทย ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง กยท. เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง หน่วยงานราชการ สมาคมน้ำยางข้นไทย เกษตรกรชาวสวนยาง และบุคคลทั่วไป โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ณ บริเวณอาคารอเนกประสงค์ กยท.จังหวัดปัตตานี ในการนี้ นายสุรชัย บุญวรรณโณ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนล่าง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กยท. เขตภาคใต้ตอนล่าง ผอ.กยท.จังหวัดปัตตานี พนักงาน กยท. และผู้แทนหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงพื้นที่นำอาหารกล่อง อาหารแห้ง และน้ำดื่ม ไปแจกจ่าย ให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ อำเภอเมืองปัตตานี จำนวน 800 ชุด เขตอำเภอสายบุรี จำนวน 300 ชุด และเขตอำเภอโคกโพธิ์ อีกจำนวน 200 ชุด รวมเป็น 1,300 ชุด ทั้งนี้ ในพื้นที่เขตภาคใต้ตอนล่าง มีสวนยางที่ประสบภัยน้ำท่วมรวม 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมพื้นที
เมื่อวันที่ 14-15 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา การยางแห่งประเทศไทย กยท. จัดโครงการค่ายฝึกอบรมสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ด้านยางพารา ระดับอุดมศึกษา ประจำปี 2564 โดยมี นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง เป็นประธานเปิดการอบรมครั้งนี้ ซึ่งมีนิสิตนักศึกษาจากหลายสถาบันตบเท้าเข้าอบรมเรื่องเทคนิคการกรีดยางทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จำนวน 27 คน ณ ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง กล่าวในพิธีเปิดการอบรมครั้งนี้ว่า กยท. ให้ความสำคัญในการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ ได้แสดงออกถึงความรู้ความสามารถด้านวิชาการและความคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างนวัตกรรมด้านยางพารา ซึ่งการอบรมในครั้งนี้จะทำให้ผู้เข้าอบรมเรียนรู้ทักษะทางด้านการกรีดยาง รวมถึงสรีระวิทยาของต้นยางพารา โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กยท. และ คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อพัฒนานิสิตนักศึกษาให้เรียนรู้การบูรณาการ ระหว่างศาสตร์ด้านวิทยาการหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และศาสตร์ทางด้านการเกษตรที่
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เร่งสำรวจพื้นที่เสียหายจากอุทกภัยน้ำท่วมภาคใต้ ผ่านมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรภายใต้กองทุนพัฒนายางพารา แนะนำการดูแลสวนยางหลังน้ำท่วมช่วยให้สวนฟื้นฟูได้เร็ว ลดความเสียหาย พร้อมเชิญชวนให้ร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่าน กยท. นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก และทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคใต้ เช่น นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา พัทลุง ตรัง สตูล และนราธิวาส ซึ่งมีพื้นที่ปลูกยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ทั้งหมดประมาณ 5,274,333 ไร่ เป็นเกษตรกร จำนวน 478,760 ราย โดยขณะนี้ได้สั่งการให้ กยท.เขต และ กยท.จังหวัดในภาคใต้เร่งสำรวจสวนยางที่เกิดความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่ง กยท. มีมาตรการช่วยเหลือกรณีสวนยางประสบอุทกภัยผ่านกองทุนพัฒนายางพารา โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้ ต้องเป็นสวนยางที่ถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหายจนเสียสภาพสวน หรือได้รับความเสียหายในคราวเดียวกันไม่น้อยกว่า 20 ต้น ต่อไร่ เกษตรกรจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 3,000 บาท นอกจากนี้ กรณีสวนปลูกแทนที่ประสบอุทกภัยซึ่งหากพบว่าเสียสภาพสวน จะให้ระงับการปลูกแทน โดยไม่เรียกเงินคืนในส่
“ผู้ว่าการฯ กยท.” เผยความคืบหน้า โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 2 หลังที่ประชุมคณะกรรมการโครงการฯ วานนี้ ให้เร่งทำความเข้าใจละเอียดมติ ครม. เพื่อให้จ่ายเงินแก่เกษตรกรชาวสวนยางผู้มีสิทธิ์ตามโครงการฯ พร้อมกัน ยัน กยท. ไม่นิ่งนอนใจ ประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เร่งหาทางจ่ายเงินพี่น้องชาวสวนยางโดยเร็วที่สุด นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางในระยะ 1 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้จ่ายเงินให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางแล้วกว่า 1.3 ล้านราย เป็นเงินทั้งสิ้น 2.4 หมื่นล้านบาท และเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา ได้จัดประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 2 โดยมี ดร. ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ณ ห้องสถลสถานพิทักษ์ กยท. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ ผลที่ประชุมให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งทำความเข้าใจในระเบียบการจ่ายเงินเกษตรกรชาวสวนยางผู้มีสิทธิ์ตามโครงการฯ ที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางที่มีสิทธิ์ตามโครงการฯ ได้รับเงินโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 256
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ออกโรงชี้แจงความคืบหน้าโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา “Colletotrichum sp.” ยันไม่นิ่งนอนใจ ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามใกล้ชิด ทีมวิจัย กยท. ชี้ เนื่องจากเป็นเชื้อชนิดใหม่ต้องใช้เวลาในการศึกษา สำรวจโรค และหาวิธีกำจัดที่เหมาะสม นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กยท. ได้รับรายงานการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในพื้นที่ภาคใต้เมื่อปี 2562 ใน 10 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา สตูล ตรัง กระบี่ พังงา พัทลุง และสุราษฎร์ธานี รวมพื้นที่ระบาดสูงสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2563 จำนวน 775,195 ไร่ โดยพบการระบาดมากที่สุดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เป็นไปได้ที่เชื้อราตัวนี้มีการแพร่กระจายเข้ามาระบาดในพื้นที่ปลูกยางแถบชายแดนรอยต่อกับประเทศมาเลเซีย เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกันคือร้อนชื้นและฝนตกชุก หลังจากได้นำตัวอย่างไปวิเคราะห์พิสูจน์เชื้อหาสาเหตุแล้ว พบว่าโรคใบร่วงชนิดนี้เป็นเชื้อ Colletotrichum sp. จากนั้นต้นยางพาราเข้าสู่การผลัดใบตามฤดูกาล โรคจึงคลี่คลายไปกับใบที่ร่วงหล่น และหลังจากมีการแตกใบใหม่พบการระบาดซ้ำในปีที่ 2 โดยข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 256
ดร. กฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ตามธรรมชาติของต้นยางพารา เป็นพืชที่สามารถทนต่อน้ำท่วมขังได้พอสมควร ประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 2 เดือน โดยขึ้นอยู่กับอายุของต้นยาง ระดับน้ำและความยาวนานของน้ำที่ท่วมขัง โดยต้นยางที่มีอายุน้อยจะทนต่อการท่วมขังของน้ำได้น้อยกว่าต้นยางที่โตแล้ว เช่น ยางพาราที่มีอายุ 2-8 เดือน สามารถทนน้ำท่วมได้ไม่เกิน 15 วัน และหากน้ำท่วมยอด ต้นยางจะตายภายใน 7 วัน เมื่อต้นยางถูกน้ำท่วมจะส่งผลให้ก๊าซออกซิเจนในดินต่ำลง ทำให้พืชขาดก๊าซออกซิเจนที่นำไปใช้หายใจ อาจเกิดการเสียสมดุลของธาตุอาหารบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก อะลูมินัม อาจมีปริมาณเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อต้นยางพาราโดยตรง สังเกตจากต้นยางจะมีลำต้นแคระแกร็น ใบเหลืองซีด บางครั้งพบปลายยอดแห้งตาย รากเน่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งรากฝอย หากท่วมขังเป็นเวลานานจะทำให้ต้นยางยืนต้นตายหรือต้นยางโค่นล้มเนื่องจากดินบริเวณโคนอ่อนตัว อย่างไรก็ตาม ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่เกษตรกรชาวสวนยางหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการฟื้นฟูสวนยางให้ดีขึ้นหลังจากน้ำลดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด กยท. แนะนำเกษตรกรสำรวจความเสียหายสภาพสวนยาง เพื่อห
(27 ตุลาคม 2563) นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า ราคายางยังแรงไม่หยุด วันเดียวพุ่ง 6 บาท/กิโลกรัม หลังปิดตลาดวันแรกของสัปดาห์ราคายางแผ่นรมควันพุ่งแตะสูงสุด 72.50 บาท/กิโลกรัม ที่ตลาดกลางยางพารา จังหวัดสงขลา ส่วนตลาดกลางฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช และตลาดกลางฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ราคาอยู่ที่ 72.30 บาท/กิโลกรัม และ 72.26 บาท/กิโลกรัม ตามลำดับ จากราคาเปิดตลาด 66.22 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 6 บาท คาดการณ์ราคายางสามารถพุ่งสูงต่อเนื่องแตะ 80 บาท/กิโลกรัม นายณกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคายางยังคงอยู่ในแนวบวกอย่างต่อเนื่อง และทะลุแนวต้านสูงสุดในรอบ 3 ปี 5 เดือน โดยปัจจัยที่ส่งผลด้านราคายางมาจากสภาพอากาศในกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางที่มีฝนตกชุก และเกิดน้ำท่วม และยังมีพายุโซเดลซึ่งเป็นพายุลูกใหม่ที่กำลังก่อตัว ทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นอีกในช่วงสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ผลผลิตยางออกสู่ตลาดน้อยลง ทั้งนี้ อ้างอิงจากการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติในเดือนตุลาคม 2563 อยู่ที่ 4.41 แสนตัน ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2562 ขณะเดียวกันในช่วงนี้ตรงกับกำหนดส่งมอบยางตามสัญญาซื้อขายที่ทำไว้ล่วงหน้า ส่งผลใ
วันนี้ (21 ตุลาคม 2563) นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า ราคายางทะยานไม่หยุดทะลุกิโลกรัมละ 65 บาท และคาดการณ์ว่ายังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดกลางรับซื้อยาง ของ กยท. เฉลี่ยทั้ง 3 ตลาด สุราษฎร์ธานี สงขลา และนครศรีธรรมราช ราคายางยางแผ่นรมควันชั้น 3 ปิดตลาดที่กิโลกรัมละ 64.97 บาท เฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 2 บาท/กิโลกรัม ซึ่งราคายางใกล้เคียงราคาประกันที่รัฐบาลตั้งไว้ ขณะนี้ราคายางแผ่นดิบกิโลกรัมละ 59.59 บาท น้ำยางสด (DRC100%) กิโลกรัมละ 59 บาท และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) กิโลกรัมละ 43 บาท จึงนับได้ว่าเป็นราคายางที่สูงที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากที่คาดการณ์ไว้เชื่อว่าราคายางยังคงไปต่อได้อีก ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อราคายาง มาจากเศรษฐกิจที่จีนเติบโตขึ้น 4.9% และมีแนวโน้มการใช้ยางที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ในประเทศเพื่อนบ้านผู้ผลิตยางธรรมชาติ ประสบปัญหาพายุและปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ ทำให้ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดน้อยลงตามไปด้วย
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) อัปเดตสถานการณ์โรคใบร่วงชนิดใหม่ยางพารา ยังคงเกาะติดเดินหน้า เร่งแก้ปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ หนุนนโยบาย และงบประมาณ พร้อมระดมกำลัง ส่งทีมลงพื้นที่สำรวจและติดตามโรคฯ เร่งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ จากสถานการณ์เกิดการแพร่ระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราเมื่อปีที่ผ่าน ส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดในสวนยางพาราของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางอย่างรวดเร็วเกือบ 800,000 ไร่ใน 10 จังหวัดภาคใต้ ซึ่ง กยท. ได้เร่งดำเนินการจนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้วในระดับหนึ่ง แม้ปีนี้ข้อมูล ณ ปัจจุบันยังคงพบการระบาดอยู่ประมาณ 23,269 ไร่ ใน 6 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา ตรังและสุราษฎร์ธานี ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม กยท. ยังคงให้ความสำคัญ ได้มอบนโยบายและงบประมาณในแต่ละพื้นที่ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา พร้อมจัดทีมเจ้าหน้าที่ เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรคใบร่วงชนิดนี้ทำให้ต้นยางพาราเกิดใบร่วงอย่างรุนแรงและกระทบถึงปริมาณผลผลิต ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อนโดยตรง นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผ
