กยท.
เมื่อเร็วๆ นี้ นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านธุรกิจและปฏิบัติการ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยธุรกิจ (BU) ของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เข้าร่วมกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์สินค้ายางพาราและผลิตภัณฑ์ โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เยี่ยมชมการจัดกิจกรรมดังกล่าว ณ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กยท. เข้าร่วมกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ กลุ่มสินค้ายางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา จนถึง 7 ตุลาคม นี้ สำหรับกิจกรรมจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ เป็นการเจรจากับผู้นำเข้าสินค้ายางพาราในรูปแบบออนไลน์ เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการซื้อขายยางในสถานการณ์ COVID-19 ถือเป็นโอกาสที่ดีทางการค้าที่เอื้อประโยชน์ในอนาคต ทั้งนี้ จากการเจรจาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ (6 ตุลาคม 63) มีประเทศที่เข้าร่วมเจรจา จำนวน 17 ประเทศ คือ เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา พม่า อินเดีย รัสเซีย อาร์เจนตินา ฝรั่งเศส เ
นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านธุรกิจและปฏิบัติการ เผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโนอึล ทำให้พื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่ทำสวนยางพาราได้รับความเสียหาย การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พร้อมให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อน โดยมีสวัสดิการที่จัดสรรให้กับเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนจากสวนยางที่ประสบภัย ตามระเบียบการยางแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง พ.ศ. 2560 ตามมาตรา 49 (5) โดยจ่ายเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรชาวสวนยางกรณีสวนประสบภัย ไม่ว่าจะเป็น อัคคีภัย อุทกภัย หรือวาตภัย ทั้งนี้ กยท.มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบภัยในเบื้องต้น หากสวนยางได้รับผลกระทบจนเสียสภาพสวน คือ ต้องมีต้นยางพาราเสียหายคราวเดียวกัน ไม่น้อยกว่า 20 ต้นต่อไร่ ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละไม่เกิน 3,000 บาท “เกษตรกรชาวสวนยางจะต้องเป็นเกษตรฯที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. และที่ดินของสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต้องมีกรรมสิทธิ
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยสถานการณ์ราคายางขยับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (1 กันยายน 2563) ราคายางพุ่งทะลุ 60 บาท ต่อกิโลกรัม โดยยางแผ่นรมควันชั้น 3 ณ ตลาดกลางยางพาราทั้ง 3 แห่ง ของ กยท. คือ ตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา ตลาดกลางยางพาราจังหวัดสุราษฎร์ธานี และตลาดกลางยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราช ราคาปิดตลาดอยู่ที่ 60.05 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด 1.80 บาท นับเป็นราคายางที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณรัฐบาล นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน แทนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ให้ความสำคัญและผลักดันราคายางพารามาตลอด กระทั่งในวันนี้ราคายางสูงขึ้นกว่า 60 บาท/กิโลกรัม ช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งใจไว้
วันนี้ (18 สิงหาคม 2563) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมโครงการประกันรายได้ชาวสวนยาง ระยะ 1 ชง ธ.ก.ส. เร่งจ่ายเงินให้เกษตรกรที่ยังตกค้างอยู่ทันที นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้ผ่านความเห็นชอบอนุมัติวงเงินงบประมาณเพิ่มเติมในโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1 เป็นเงินกว่า 2,400 ล้านบาท เพื่อจ่ายให้กับเกษตรกรชาวสวนยางที่เข้าร่วมโครงการฯ และผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ให้จนครบ โดยที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 จนถึงปัจจุบันได้จ่ายเงินประกันรายได้ให้แก่เกษตรชาวสวนยางที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของโครงการแล้ว จำนวน 1,312,871 ราย คิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 23,422 ล้านบาท นายณกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจาก ครม. อนุมัติวงเงิน กว่า 2,400 ล้านบาท ในวันนี้แล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการจ่ายเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรชาวสวนยางผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินให้กับเกษตรกรชาวสวนยางที่ยังตกค้างได้ทันที แล้วเสร็จไม่เกินกันยายน 2563 นี้  
วันนี้ (5 ส.ค. 63) การยางแห่งประเทศไทย ร่วม สหกรณ์กองทุนสวนยาง จังหวัดสตูล ลงนาม MOU การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ แปรรูปบล็อกยางปูพื้นรูปตัวหนอน หนุนสถาบันเกษตรกรพร้อมแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางมีคุณภาพสร้างมูลค่าเพิ่ม และรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า กยท. ที่ได้เห็นความสำคัญในการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เป็นผลจากการค้นคว้า ศึกษา วิจัย ขยายผลสู่เกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชวนยาง และผู้ประกอบการยาง ให้สามารถนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ สร้างมูลค่าให้กับผลผลิตยาง และสร้างรายได้ให้สถาบันเกษตรกร อันจะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาง ส่งเสริมให้เกิดการนำผลผลิตยางมาใช้ในประเทศเพิ่มมากขึ้น ลดการพึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบยางเพียงอย่างเดียว นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า กยท. เห็นถึงศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูล จำกัด ในการแปรรูปยางซึ่งเป็นผลผลิตจากเกษตรกรชาวสวนยางในจังหวัดสตูล จึงนำผลงานวิจัย บล็อกยางปูพื้นรูปตัวหนอน ของ กยท. มาขยายผลสู่สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง มีวัตถุประสงค์เพื
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เตือนเกษตรกรชาวสวนยางการ์ดอย่าตก หมั่นดูแลสวนยางในช่วงฤดูฝน หวั่นโรคใบร่วงชนิดใหม่อาจกลับมาระบาดหนักเพราะอากาศที่มีความชื้นสูง ย้ำควรใส่ปุ๋ยบำรุงต้นและไม่ควรกรีดหน้ายางหักโหม โดยเฉพาะในสวนยางที่สภาพต้นไม่สมบูรณ์เนื่องจากการเข้าทำลายของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในปีที่ผ่านมาต้องดูแลมากเป็นพิเศษ นายกฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย กล่าวเตือนพี่น้องเกษตรชาวสวนยางว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมขังและสวนยางพาราของเกษตรกรอาจได้รับความเสียหาย จึงต้องหมั่นเข้าไปดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งการดูแลสวนยางในช่วงฤดูฝนนั้น กยท. แนะนำให้ใส่ปุ๋ยบำรุง เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำทั้งในช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน เพื่อสร้างความสมบูรณ์ของต้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำยางพาราของต้นยาง ช่วงฤดูฝนมีปริมาณฝนตกมากทำให้สวนยางมีความชื้นสูงเหมาะแก่การเข้าทำลายของเชื้อราต่างๆ ที่ก่อให้เกิดโรคกับต้นยาง ดังนั้นหลังการกรีดยาง เกษตรกรควรใช้ยาทารักษาหน้ายางเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคจากเชื้อรา ในกรณีที่เกิดน้ำท่วมขัง ควรจัดกา
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าให้การสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อย SMEs วิสาหกิจชุมชน สถาบันเกษตรกร/เกษตรกรชาวสวนยาง ผลักดันสินค้ายางพาราสู่ภาคอุตสาหกรรม ดึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมเป็นพี่เลี้ยง เชื่อมั่น เทรนด์การใช้ยางธรรมชาติปรับตัวในทิศทางที่ดี นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า กยท. มุ่งหาแนวทางการส่งเสริมการลงทุนในกิจการยางพารา เพื่อให้เกิดพัฒนาอุตสาหกรรมยาง จึงได้ร่วมประสานความร่วมมือกับ บีโอไอ เพื่อหาแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบกิจการยาง สถาบันเกษตรกร หรือผู้ประกอบกิจการของ กยท. เนื่องจาก บีโอไอ เป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย ทั้งด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และด้านการบริการสนับสนุนธุรกิจ ซึ่ง กยท. มองว่าสามารถช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร สถาบันเกษตรชาวสวนยาง รวมถึงผู้ประกอบกิจการยางพารารายย่อยได้ โดยผ่านมาตรการต่างๆ ได้แก่ มาตรการเรื่องของการลดหย่อนภาษี มาตรการลดหย่อนภาษีนำเข้า กิจกรรมส่งเสริมการลงทุน การยกเว้นอากรวัตถุดิบเพื่อการวิจัยพัฒนา และการพัฒนามาตรฐานการผลิตต่างๆ เช่น การลดผลกระ
วันนี้ (26 พฤษภาคม 2563) นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านธุรกิจและปฏิบัติการ เผยความคืบหน้าโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนยาง 15,000 บาท ว่า ปัจจุบันทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางของ กยท. มีจำนวนกว่า 1.8 ล้านราย ซึ่ง กยท. ได้ส่งรายชื่อทั้งหมดให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เพื่อรวบรวมส่งกระทรวงการคลัง พิจารณาตรวจสอบสิทธิ์ โดยมีเกษตรกรชาวสวนยางได้รับเงินเยียวยาไปแล้วบางส่วน ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับทั้ง กยท. และกรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) ในส่วนของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. หน่วยเดียว ข้อมูลล่าสุดได้รับแจ้งว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเปิดระบบให้ตรวจสอบสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม เป็นต้นไป และ ธ.ก.ส. จะจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ จึงขอให้เกษตรกรชาวสวนยางอย่าตื่นตระหนก หากในช่วงนี้ตรวจสอบทางระบบไม่พบชื่อตนเอง อย่างไรก็ตาม หากสิ้นเดือนพฤษภาคมแล้วเกษตรกรชาวสวนยางยังไม่ได้รับสิทธิ์เยียวยา สามารถแจ้งอุทธรณ์กับหน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียนในส่วนกลางหรือภูมิภาคใกล้บ้านทั้ง 6 หน่วยงาน ได้แก่ 1. กยท. จังหวัด/สาขา 2. เกษตรจังหวัด/อำเภอ 3. ประมงจังหวัด
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านธุรกิจและปฏิบัติการ เผยรอบการจ่ายเงินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนยาง ว่า การจ่ายเงินให้เกษตรกรชาวสวนยาง จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก ซึ่งขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และมีชื่อในทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตร (ตัดยอด วันที่ 30 เม.ย. 63) โดย ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินแล้วตั้งแต่วันที่ 15, 18-20 พ.ค. 63 ชาวสวนยางกลุ่มที่ 2 เฉพาะกลุ่มที่มีชื่อขึ้นทะเบียนกับ กยท. (ตัดยอด วันที่ 30 เม.ย. 63) จะจ่ายเงินในวันที่ 22-25 พ.ค. 63 และชาวสวนยางกลุ่มที่ 3 ซึ่งแจ้งปรับปรุงข้อมูลและขึ้นทะเบียนกับ กยท. ระหว่าง 1-15 พ.ค.ที่ผ่านมา จะจ่ายเงินในช่วงวันที่ 30-31 พ.ค. 63 แต่จากนั้นหากยังไม่ได้รับสิทธิ์ฯ สามารถแจ้งขออุทธรณ์การเยียวยาได้ “เกษตรกรชาวสวนยางตรวจสอบสิทธิ์การเยียวยาฯ ครบจบในเว็บเดียว ได้ทางเว็บไซต์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ https://www.moac.go.th/ หรือเช็คตรง ที่ http://savefarmer.oae.go.th โดยเมื่อตรวจสอบสถานะแล้วได้รับสิทธิ์ สามารถตรวจสอบการโอนเงินเข้าบัญชีได้จา
การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดนครพนม ขานรับมาตรการคุมเข้มสู้ภัยโควิด 19 ยกศูนย์เรียนรู้ยางพารานครพนม เป็นที่กักตัวชั่วคราวประชาชนที่มีความเสี่ยงจากนอกพื้นที่ 14 วัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นายปฐพงศ์ เมืองปลอด ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า กยท.จังหวัดนครพนม ได้รับการประสานจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ขอใช้สถานที่ของศูนย์เรียนรู้ยางพารานครพนม จัดตั้งเป็นหอผู้ป่วย ใช้กักตัวประชาชนที่มีความเสี่ยงจากนอกพื้นที่เพื่อสังเกตอาการ โดย กยท.จังหวัดนครพนม อนุญาตให้ใช้อาคารสัมมนาและอาคารพักรับรองตึก A, B ของศูนย์เรียนรู้ยางพารานครพนม เป็นที่รองรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มที่เดินทางมาจากจังหวัดที่มีรายงานการแพร่ระบาด กลุ่มที่ขนส่งสินค้าไปยังชายแดนประเทศลาวและอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเกิน 7 ชั่วโมง ก็จะต้องรายงานตัวแล้วเข้ามากักตัว 14 วัน ตามมาตรการของสาธารณสุขจังหวัดนครพนม ผอ.กยท.จังหวัดนครพนม กล่าวด้วยว่า หลังจากได้รับการประสานจากทางผู้ว่าราชการจังหวัด ทาง กยท.จังหวัดนครพนม ก็มีความพร้อมที่จะให้ใช้อาคารของศูนย์เรียนรู้ยางพารานครพนม เป็นสถานที่กักตัวชั่วคราวโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้ง
