กรมการข้าว
วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2562 นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว ได้รับเชิญจากสมาคมพัฒนาคุณภาพและบริการสินค้าเกษตร (China Good Agri-products Development and Service Association) เข้าร่วมพิธีเปิดงาน 2019 Brand Agriculture Development International Symposium ณ เมืองผู่เจียง มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยผู้แทนระดับผู้บริหารหรือระดับอธิบดีจากประเทศต่างๆ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ ทางด้านการค้า การพัฒนาทางการเกษตร งานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือถึงแนวทางนโยบายและมาตรฐานการรับรอง การพัฒนาการเกษตรนวัตกรรมสมัยใหม่ในอนาคต การส่งเสริมสินค้าเกษตรไปสู่มาตรฐานสากลร่วมกัน แนวทางการเพิ่มความร่วมมือทางวิชาการร่วมกันในสาขาเกษตร โดยในงานประกอบด้วยผู้บริหารจากประเทศต่างๆ ได้แก่ จีน มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น โปรแลนด์ รัสเซีย สเปน ยูเครน และโคลัมเบีย ในเวลาต่อมา นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว ร่วมเวทีเสวนาแนวทางความร่วมมือสนับสนุนในการยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพเพื่อการส่งออก โดยมีผู้แทนเข้าร่วมเวทีเสวนาประกอบด้วย Mr.Marcela Urueria Gmezรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเ
กรมการข้าว เตรียมใช้ศูนย์ข้าวชุมชน-นาแปลงใหญ่ ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี 100,000 ตัน แก้ปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวในฤดูการผลิต ปี 2563 ชู “ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสวนแตง” เป็นต้นแบบผลิตเมล็ดพันธุ์ดี สร้างอาชีพ-รายได้มั่นคงสู่เกษตรกร นางจุรี ภัทรกุลนิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว กรมการข้าว เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม และนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยเกษตรกร จึงมีนโยบายสำคัญ ในการส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรมีความกินดีอยู่ดี โดยมอบหมายให้กรมการข้าว ไปดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเกษตร ได้แก่ การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตข้าวคุณภาพ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกษตรกร สามารถผลิตข้าวคุณภาพได้ คือ การใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี โดยปัจจุบันเกษตรกรมีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ดีในปริมาณจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเกษตรกรมีการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง บางส่วนซื้อเมล็ดพันธุ์ดีจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ปีละประมาณ 3 แสนกว่าตัน นางจุรี กล่าวว่า
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการประเมินผลโครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าวหอมมะลิ ปีการผลิต 2562/63 โดย กรมการข้าว และ กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมดำเนินการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิพันธุ์ดีเพื่อให้การผลิตข้าวหอมมะลิของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มีประสิทธิภาพและผลผลิตมีคุณภาพสูง รักษาระดับปริมาณ และความเป็นเอกลักษณ์ของข้าวหอมมะลิไทย โดยโครงการจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ประสบฝนแล้งและฝนทิ้งช่วงในปี 2561 ตามพื้นที่ปลูกข้าวจริง ไร่ละ 5 กิโลกรัม แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ หรือ 50 กิโลกรัม เพื่อนำมาใช้เพาะปลูกในฤดูนาปี ปี 2562/63 กำหนดเป้าหมาย พื้นที่ใน 7 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และสุรินทร์ รวมเกษตรกร 112,811 ราย (คัดเลือกจากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ปลูกข้าวหอมมะลิ และได้รับผลกระทบภัยแล้ง) รวมเมล็ดพันธุ์สนับสนุน 4,423 ตัน พร้อมทั้งให้คำแนะนำการใช้เมล็ดพันธุ์ในอัตราปลูกที่เหมาะสม และถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวที่เหมาะสมเพื่อลดต้
“เฉลิมชัย” ย้ำไม่ทอดทิ้งเกษตรกรผู้ประสบภัย เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วม 24 ชั่วโมง พร้อมสั่งการด่วน กำชับทุกหน่วยงานเร่งระดมพลลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ล่าสุดเตรียมพร้อมแผนฟื้นฟู-เยียวยาอาชีพรับมือหลังน้ำลด นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงเร่งแก้ปัญหาและช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนที่ประสบอุทกภัยหลังน้ำลดว่า หลังจากได้สั่งการด่วนที่สุด ให้กรมส่งเสริมการเกษตร สำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายพื้นที่ที่จะประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอย่างเร่งด่วนทึ่สุด ล่าสุด ยังได้สั่งการด่วน ไปยังหน่วยงานต่างๆ ภายใต้กระทรวงเกษตรฯ ให้เตรียมพร้อมมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติหลังน้ำลดในทันที โดยเบื้องต้นได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเยียวยาให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ก่อนเกิดภัย โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่จริงที่ได้รับความเสียหาย รายละไม่เกิน 30 ไร่ ซึ่งกำหนดให้นาข้าว ได้รับ อัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ ได้รับ อัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ ได้รับ อัตราไร่ละ 1,690 บาท ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเ
เกษตรฯ รวมศูนย์ข้าวชุมชน เร่งเครื่องเพิ่มศักยภาพผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี 2 แสนตัน ภายในปี 63 รองรับความต้องการใช้ในประเทศ พร้อมผนึกเครือข่ายเชื่อมโยงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ นายประภัตร โพธสุธน รมช. เกษตรฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาเชื่อมโยงเครือข่ายประธานศูนย์ข้าวชุมชนระดับเขต พร้อมมอบนโยบายแนวทางการทำงาน ณ โรงแรม ดิ ไอเดิล เซอร์วิส เรสซิเดนซ์ จ.ปทุมธานี ว่า ศูนย์ข้าวชุมชนมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาการผลิตข้าวและชาวนา และผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีไว้ใช้เองอย่างเพียงพอในชุมชน เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดี ที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับเรื่องข้าวมาโดยตลอด ชาวนาจึงเปรียบเสมือนผู้สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ อีกทั้ง กระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเพิ่มเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ ที่จะสามารถช่วยให้การเพาะปลูกได้ผลผลิตดียิ่งขึ้น รัฐบาลต้องการสร้างระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของประเทศให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง โดยศูนย์ข้าวชุมชนคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ จึงต้องร่วมมือกันในการผลิตเมล็ด
กรมการข้าวระบุ เหตุราคาข้าวเหนียวปรับสูงขึ้นต่อเนื่องเพราะชาวนาปลูกน้อยลงและผลกระทบจากภัยแล้ง ข้าวเหนียวในสต๊อกของโรงสีขายหมดเกลี้ยง ขณะที่ความต้องการบริโภคมีมาก นายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ราคาข้าวเหนียวที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ เกิดจากปริมาณข้าวเหนียวในตลาดมีน้อยมาก ขณะที่ความต้องการบริโภคนั้นมีมาก ทั้งนี้ ราคาข้าวเปลือกเหนียวเริ่มปรับตัวลง ชาวนาขายได้เฉลี่ยตันละ 10,188 บาท และปรับตัวลงอีกในปี 2561 เฉลี่ยตันละ 9,549 บาท จากภาวะราคาข้าวเหนียวตกต่ำดังกล่าว ทำให้ชาวนาหันไปปลูกข้าวหอมมะลิแทน จึงทำให้ผลผลิตข้าวเหนียวทั้งนารอบที่ 1 (นาปี) และนารอบที่ 2 (นาปรัง) ที่ผ่านมามีปริมาณน้อยกว่าทุกปี ทั้งนี้ เมื่อปริมาณผลผลิตในตลาดลดลง ราคาข้าวเปลือกเหนียวจึงปรับตัวสูงตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 เป็นตันละ 10,268 บาทจนถึงเดือนสิงหาคม 2562 จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 9,697 บาทเป็นราคาตันละ 15,179 บาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.53 นอกจากนี้ ราคาข้าวเหนียวยังปรับตัวสูงขึ้นมาก ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2562 เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อของฤดูกาล โดยข้าวเก่ามีปริมาณเหลือน้อย ส่วนข้าวให
ข้าวตราฉัตร ร่วมกับ มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ไอคอนสยาม และกระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน •ทรัพย์แผ่นดิน ศิลป์สยาม : Thai Treasures•รังสรรค์ ข้าวไทย ผ้าไหมไทย สมบัติล้ำค่าของชาติไทยเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2562 นายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ข้าวตราฉัตร กล่าวว่า “ด้วยความระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่มีต่ออุตสาหกรรมข้าวไทยมาช้านาน มองถึงอนาคต และความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยมาโดยตลอดสร้างความมั่นคงทางอาชีพและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนมาจนปัจจุบัน เรื่องของ ข้าว ในฐานะภาคเอกชน ข้าวตราฉัตรอยู่ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมข้าวตลอดเวลาที่ผ่านมามากกว่า 30 ปี มีกิจกรรมต่างๆ ที่ได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากภาครัฐ, มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาโดยตลอด องค์กรของเรายึดปรัชญาการทำงานในสิ่งที่เป็น 3 ประโยชน์ คือ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประโยชน์ต่อประชาชนผู้บริโภค และประ
นายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า พื้นที่การทำนาของประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงจากการปลูกแบบปักดำมาเป็นการหว่านข้าวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ เนื่องจากปัญหาแรงงานและความต้องการลดต้นทุนการผลิต แต่ด้วยวิธีการปลูกแบบหว่านข้าวนี้ก็ส่งผลให้เกิดปัญหาวัชพืชเพิ่มมากขึ้นด้วย สาหรับแนวทางการป้องกันกำจัดวัชพืชในนาหว่านข้าว ตามหลักวิชาการถึงแม้สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การกำจัดด้วยการใช้แรงงานคนหรือใช้เครื่องทุ่นแรง การใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ปลูกสูงกว่าปกติ การใช้สารป้องกันกำจัดวัชพืช อย่างไรก็ตาม วิธีการเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มต้นทุนและสร้างความยุ่งยากเพิ่มมากขึ้นให้แก่ชาวนา ดังนั้น ชาวนาหลายพื้นที่โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ทดลองใช้เทคนิคการตัดใบข้าวเพื่อการกำจัดวัชพืช พบว่าได้ผลดีและเริ่มนิยมใช้แพร่หลายมากขึ้น จนปัจจุบันมีงานวิจัยของกรมการข้าว พบว่า “เทคนิคการตัดใบข้าว” ไม่ใช่เพื่อการกำจัดวัชพืชเท่านั้น แต่มีศักยภาพที่จะเพิ่มผลผลิตข้าวในพื้นที่ นาหว่านข้าวได้ด้วย เนื่องจากใบข้าวและวัชพืชที่ตัดออกจะถูกย่อยสลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ให้กับข้าวเป็นอย่างดี ช่วยลดการแข่งขันของ
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนมีโอกาสร่วมคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางติดตาม คุณประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ไปตรวจสอบคุณภาพข้าวทั้งระบบ ย้อนรอยเส้นทางกว่าจะเป็นข้าวสาร Q และข้าวพันธุ์แท้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยกระดับข้าวไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน กรมการข้าวคุมคุณภาพข้าวสาร Q ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ การลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดในครั้งนี้ ทำให้รู้ว่า เกษตรกรชาวนาไทยจำนวนมากกำลังเร่งปรับตัวเพื่อก้าวสู่ระบบตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าว ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร ขณะเดียวกัน กรมการข้าวก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงสีข้าว ในการเชื่อมโยงข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร เพื่อรวบรวมและคัดบรรจุเป็นข้าวสาร Q ต่อไป คุณประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวให้ความสำคัญในเรื่องการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าว เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร สร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ซึ่งกว่าจะเป็นสินค้าข้าวสารที่ได้รับเครื่องหมาย Q การันตีคุณภาพจะต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าว ดังนี้ มาตรฐานเมล็ดพันธุ์ข้าว (GAP Seed) เริ่มจากเมล็ดพันธุ์
กรมการข้าว พร้อมแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้ชาวนาที่ประสบภัยแล้งปลูกใหม่ เป็นข้าวเจ้า 10 พันธุ์ รวม 10,000 ตัน แนะปลูกให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม ไม่เช่นนั้นจะสิ้นสุดฤดูฝนก่อนข้าวออกรวง นายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าวกล่าวว่า ภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้พื้นที่เพาะปลูกข้าวขาดน้ำประมาณ 10 ล้านไร่ ใน 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน สกลนคร ขอนแก่น มุกดาหาร มหาสารคาม ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครสวรรค์ และจังหวัดลพบุรี ซึ่ง ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้เตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีไว้มอบให้ชาวนาที่ต้นข้าวเสียหายเพื่อปลูกใหม่ 10,000 ตัน หากมีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกข้าวได้ต่อไป โดยเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เตรียมไว้เป็นพันธุ์ข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง อายุ 95-120 วัน ได้แก่ พันธุ์ข้าว กข 29 กข 31 กข 41 กข 49 กข 57 กข 71 ชัยนาท 1 พิษณุโลก 2 สุพรรณบุรี 1 และปทุมธานี 1 สาเหตุที่แนะนำให้ปลูกข้าว 10 พันธุ์นี้เนื่องจากยังมีช่วงระยะเวลาเจริญเติบโตของลำต้นและใบเพียงพอต่อการออ
