กรมการข้าว
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัล Thailand Research Expo 2020 Award และมอบโล่แสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานที่นำผลงานร่วมนำเสนอ ในพิธีปิดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2020) เวลา 16.00 น. ณ Highlight Stage ห้องคอนเวนชัน ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนและกระตุ้นให้หน่วยงานต่าง ๆ เห็นความสำคัญในการนำเสนอผลงานวิจัยและกิจกรรมส่งเสริมการวิจัยที่มีคุณภาพ เข้าร่วมในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2020)” และได้จัดให้มีกิจกรรม Thailand Research Expo 2020 Award ซึ่งเป็นการพิจารณาคัดเลือกผลงานที่มีกระบวนการนำเสนอที่มีความโดดเด่นในรูปแบบที่หลากหลายและสามารถเชื่อมโย
เกษตรจับมือทุกภาคส่วน ตั้งธงเลือกตัวแทนพันธุ์ข้าวทีมชาติไทย มุ่งเน้นชิงเหรียญทอง ไม่หวั่นชาติใด ทวงแชมป์คุณภาพและปริมาณการส่งออกโลก นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ตลาดข้าวมีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น หลายประเทศมีการพัฒนาศักยภาพในการผลิตข้าวเพื่อบริโภคภายในประเทศ และสามารถส่งออกจนเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ในขณะที่หลายประเทศสามารถปลูกข้าวได้ปริมาณมาก แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ ประเทศไทยถือเป็นผู้นำการส่งออกข้าวของโลกมาหลายปี แต่ในช่วงปี 2559-2562 ประเทศไทยมีปริมาณการส่งออกข้าวไทยที่ลดลง ประกอบกับต้องเผชิญกับภาวะการแข่งขันในเรื่องของราคากับประเทศส่งออกคู่แข่งต่างๆ อาทิ ประเทศอินเดีย เวียดนาม กัมพูชา และพม่า เป็นต้น ดังนั้น ประเทศไทยจึงควรพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีความแตกต่างทั้งในเรื่องของความโดดเด่นของพันธุ์ข้าว ความหอม รสชาติ ผลผลิต รวมไปถึงเทคโนโลยีการผลิตที่สามารถลดต้นทุนการผลิตข้าวให้กับเกษตรกรได้ นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวได้ร่วมหารือกับกรมการค้าต่างประเทศ และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อห
ตั้งแต่ปี 2517 จนถึงปัจจุบัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่นเป็นอันดับ 1 แต่ละประเภท ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยขั้นตอนการคัดเลือกแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ 1. ระดับจังหวัด/ศูนย์ กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด พิจารณาคัดเลือกผู้มีผลงานดีเด่น อันดับที่ 1, 2 และ 3 ให้คณะกรรมการระดับเขตที่รับผิดชอบจังหวัดนั้น ก่อนพิจารณาตัดสินในระดับเขต และระดับกรม ตามลำดับ กรมการข้าว เป็นหน่วยงานหลักในการคัดเลือกชาวนาและองค์กรชาวนา (ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนและกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว) ที่มีศักยภาพ การผลิต การตลาด เพื่อรับรางวัล 4 ประเภท ได้แก่ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำนา ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนดีเด่นแห่งชาติ ประเภทข้าวหอมมะลิ ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนดีเด่นแห่งชาติ ประเภทข้าวอื่นๆ และกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวดีเด่นแห่งชาติ โดยผู้ได้รับคัดเลือกแต่ละปีจะได้เข้ารับพระราชทานรางวัลเชิดชูเกียรติในวันพระราชพิธีจรดพระนางคัลแรกนาขวัญ (วันพืชมงคล) ในเวลาต่อมา ถอดเคล็ดลับความสำเร็จ
อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นอีกหนึ่งแห่งของพื้นที่อีสานใต้ซึ่งในอดีตมีความแห้งแล้งขาดแหล่งน้ำ ไม่มีต้นไม้ มีแต่หญ้าขึ้นสูงเต็มไปหมด ส่วนดินก็เป็นดินปนทราย พอเข้าหน้าฝนน้ำจะท่วมทุ่งทุกปี ใต้ผืนดินลงไปเป็นดินเค็ม น้ำที่สูบขึ้นมาก็เป็นน้ำเค็ม ยากแก่การปลูกพืชชนิดใดได้สำเร็จ สภาพเช่นนี้จึงได้ชื่อว่า “ทุ่งกุลาร้องไห้” ภายหลังที่หน่วยงานต่างๆ ระดมเข้าให้ความช่วยเหลือ ด้วยการสร้างถนน สร้างอ่างเก็บน้ำ ขุดคลองซอยจำนวนหลายแห่งให้เชื่อมกัน พร้อมกับจัดการผันน้ำที่มีปริมาณมากในฤดูฝนเข้าสู่ทุกพื้นที่ ขณะเดียวกันกับความมุ่งมั่น บากบั่น และอดทนของชาวบ้านในพื้นที่แต่ละแห่งที่ต่างช่วยกันจนสามารถพลิกผืนดินที่ไร้ประโยชน์ให้กลับมาเกิดความอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้สภาพทุ่งกุลาฯ ในตอนนี้ไม่ต้องร้องไห้อีกต่อไป ปลูกข้าวใช้สารเคมี ไม่เคยมีเงินเหลือเลย ครอบครัวอินทร์สำราญ ที่ประกอบไปด้วย คุณสิทธิ์ และ คุณรำพึง พร้อมบุตรชายอีกคน ได้ผจญกับความเดือดร้อนทุกข์ยากเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการเอาชนะธรรมชาติแทนการนิ่งเฉย จึงทำให้พวกเขานำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย
วันนี้ เวลา 09.00 น. นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จ.อุบลราชธานี โดยเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ฤดูฝนปี 2563 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 12 ศูนย์ ใน 12 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร บึงกาฬ นครราชสีมา ร้อยเอ็ด สุรินทร์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และอำนาจเจริญ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ณ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี อ.เมือง จ.อุบลราชธานี นายประภัตร กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับข้าวและชาวนาไทย ซึ่งประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวมากถึงปีละกว่า 70 ล้านไร่ เกษตรกรประมาณ 4.3 ล้านครัวเรือน โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้สินค้าเกษตรโดยเฉพาะสินค้าข้าวเป็นสินค้าที่มีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือ การวางรากฐานในการรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ ซึ่งผลผลิตที่ดีมาจากเมล็ดพันธุ์ที่ดี อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา จากเดิมได้ตั้งเป้าผลิตเมล็ดพันธุ์ 85,000 ตัน ต่อปีนั้น จะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 ตัน ต่อปี “นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่
‘รมช. ประภัตร’ ขับเคลื่อนงานวิจัยพันธุ์ข้าว ระดมสมองนักวิชาการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตรงตามความต้องการของตลาด ช่วยชาวนาไทยเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ดี มุ่งเพิ่มศักยภาพส่งออกข้าวในตลาดโลก นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานการสัมมนา “การวิจัยพันธุ์ข้าวตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ในนาแปลงใหญ่ โดยมี นายอภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมข้าวและนักวิชาการเข้าร่วมการสัมนา ณ โรงแรมพาโค่ เขาใหญ่ บายโบนันซ่า จังหวัดนครราชสีมา ว่า ปัจจุบันสถานการณ์ตลาดข้าวมีการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น หลายประเทศมีศักยภาพในการผลิตข้าวเพื่อบริโภคภายในประเทศ และส่งออกในอันดับต้นๆ ของโลก ในขณะที่หลายประเทศสามารถปลูกข้าวได้ปริมาณมาก แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ ทำให้จำเป็นต้องนำเข้าข้าวเพิ่มเติม ไทยเป็นผู้นำการส่งออกข้าวของโลกมาหลายปี คิดเป็นมูลค่าปีละนับแสนล้านบาท แต่ในช่วงปี 2559-2562 ปริมาณการส่งออกข้าวไทยลดลง โดยปี 2561 ส่งออก 11.23 ล้านตั
กรมการข้าว มีนโยบายที่จะสนองพระราชดำริด้านการสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านข้าวและชาวนา ที่เกี่ยวข้องกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการหลวงและโครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะ โดยมอบหมายให้โรงเรียนข้าวและชาวนาเป็นศูนย์กลาง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านการผลิตข้าว การดูงานด้านข้าว รวมทั้งมีการจัดทำหลักสูตร ให้มีความเหมาะสม ทันสมัยเพื่อจะพัฒนาชาวนาไทยเป็นชาวนายุค 4.0 ที่มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน. “นางรจนา สีวันทา” หนึ่งในเกษตรกรคนเก่งที่กรมการข้าวยกย่องให้เป็น “ชาวนาต้นแบบด้านเกษตรอินทรีย์” ด้วยความภาคภูมิใจ เนื่องจากคุณรจนาเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำนาแบบเกษตรธรรมชาติ คุณรจนาเป็นผู้ใฝ่รู้ ศึกษาลงมือทำด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐและเชิญให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ เป็นผู้ทรงภูมิปัญญาด้านการเกษตรกรรม (ข้าว) โดยใช้ภูมิปัญญาไทยเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยการทำนาแบบอินทรีย์ คุณรจนาคิดค้นวิธีการทำนาแบบอินทรีย์ที่ได้ผลผลิตมากขึ้นและใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมในพื้นที่ มีการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์เพื่อใช้เอง และผลิตสารชีวภัณฑ์ต่างๆ เพื่อใ
กลุ่มเกษตรกรทํานาบ่อทอง ตำบลบ่อทอง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ นับเป็นหนึ่งในสถาบันเกษตรกรต้นแบบที่เข้มแข็ง ทั้งด้านการบริหารจัดการกลุ่ม การผลิต-การตลาด มีความคิดริเริ่มต่างๆ มากมาย เพื่อช่วยเหลือสมาชิกให้สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ทำกำไรได้ดีอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยกย่องจากกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประเภทกลุ่มเกษตรกรทำนาถึง 2 ปีซ้อน คือ ประจำปี 2557 และ ปี 2563 กลุ่มเกษตรกรทํานาบ่อทอง จัดตั้งเมื่อ วันที่ 1 กันยายน 2546 สมาชิกแรกตั้ง 33 คน ปัจจุบัน มีสมาชิกจำนวน 136 คน นายตุ้น น่วมคำ รับหน้าที่เป็นประธานกลุ่มเกษตรกรทํานาบ่อทอง ที่ทำการกลุ่มตั้งอยู่บ้านเลขที่ 69/2 หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อทอง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ รหัสไปรษณีย์ 53230 โทรศัพท์ 061-294-7002 โครงการ ราดีพิทักษ์ทรัพย์ สมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่มเกษตรกรทำนาบ่อทองมีอาชีพทำนา แต่มักประสบปัญหาจากโรคพืช เช่น โรครากเน่าโคนเน่า โรคกล้าไหม้ โรคใบไหม้ และศัตรูพืช เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยแป้ง เพื่อเป็นการช่วยเหลือสมาชิก ทางกลุ่มได้ดำเนิน “โครงการ ราดีพิทักษ์ทรัพย์” เพื่อจัดอบรมควา
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุม แก้ไขปัญหาการเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกข้าวในพื้นที่ดินเค็ม จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับกรมชลประทาน เกษตรจังหวัด และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น เพื่อหารือร่วมกันถึงการแก้ไขปัญหาดินเค็มในพื้นที่ปลูกข้าวของในจังหวัดเพชรบุรี ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี พร้อมกันนี้อธิบดีกรมการข้าวยังได้ลงพื้นที่ดูงานแปลงนาที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และดินเค็ม รวมถึงเขื่อนกั้นน้ำระหว่างน้ำเค็มและน้ำจืดที่กำลังประสบปัญหาน้ำเค็มหนุนเข้ามาปะปนกับ น้ำจืด ที่ส่งผลตกระทบต่อการทำเกษตรกรรมของชาวบ้านในพื้นที่ นายสุดสาคร เปิดเผยว่า ดินเค็มเป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการปลูกข้าวมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้นต่อผลผลิตข้าวในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้ผลผลิตข้าวลดลงถึง ร้อยละ 50 โดยปัญหาดินเค็มนั้น จะส่งผลให้ดินเกาะตัวแน่น เนื่องจากเกลือที่เข้าไปลดพื้นที่ของช่องอากาศภายในดิน ทำให้น้ำซึมลงสู่ดินยาก ทำให้ข้าวที่หว่านไม่เจริญเติบโต อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า จังหวัดเพชรบุรีเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที
หลายคนอาจไม่รู้ว่า กลุ่มเกษตรกรบ้านตอนิมิตร ตำบลร่องกาศ อำเภอสูงเม่น เทศบาลเมืองแพร่ ยืนเป็นหนึ่งในเรื่องของการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2529 โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านตอนิมิตร ตลอดจนขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์ข้าวชุมชน ในระหว่าง ปี พ.ศ. 2553-2557 เกษตรกรได้ร่วมด้วยช่วยกันผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อส่งกรมการข้าวมามากกว่า 30 ปี การผลิตพันธุ์ข้าวบ้านตอนิมิตร ผลิตอยู่มี 2 สายพันธุ์ ซึ่งการผลิตเมล็ดพันธุ์มีความแตกต่างจากการปลูกข้าวทั่วไป และต้องใช้หลักวิชาการเพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ดีผ่านมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ที่ได้ตั้งเป้าไว้ จนทำให้เป็นชุมชนที่แข็งแกร่ง เข้มแข็ง มีผลผลิตที่ดี มีรายได้เพิ่ม พันธุ์ข้าวที่ปลูกเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ระดับชุมชนในเขตจังหวัดแพร่และจังหวัดใกล้เคียง ส่วนมากเป็นข้าวนาสวน (พันธุ์ที่ปลูกในเขตที่น้ำขัง) แบ่งตามการตอบสนองต่อช่วงแสงได้ 2 ชนิด คือ ข้าวไวต่อแสง ได้แก่ พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 (1 ปี ปลูกได้ครั้งเดียว) ข้าวไม่ไวต่อแสง ได้แก่ สันป่าตอง 1 (ปลูกได้ตลอดปี) พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ชนิด : ข้าวเจ้าหอม ประวัติพันธุ์ : ได้ม
