กรมชลประทาน
พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี พร้อมกับรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและเยี่ยมชมผลผลิตของเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2530 อ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีขนาดความจุ 4.3 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระบบท่อส่งน้ำ จำนวน 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ Pumping (ระบบส่งน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำ) ความยาวรวม 20.935 กิโลเมตร และระบบ Gravity (ระบบส่งน้ำแบบโดยแรงโน้มถ่วงของโลก) ความยาวรวม 5.952 กิโลเมตร ปัจจุบันอ
โครงข่ายน้ำเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้มีการวางโครงการต่อเนื่องมาเกือบ 20 ปี เพี่อให้ระบบบริหารน้ำสมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากเป็นศูนย์กลางผลิตผลไม้หรือฮับผลไม้และเขตอุตสาหกรรม ซึ่งช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลยังได้มีนโยบายโครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นพื้นที่ภาคการผลิตสำคัญของประเทศ ปี 63 เมื่อแล้งติดลำดับ 2 ในรอบ 40 ปี โครงข่ายน้ำที่มีการพัฒนามาต่อเนื่องแม้จะยังไม่สมบูรณ์ 100% จากข้อจำกัดหลายด้าน จึงถูกใช้บริหารจัดการปัญหาขาดแคลนน้ำ ปีนี้จะได้เห็นการเวียนสลับหมุนวนน้ำในแต่ละอ่างเพื่อเติมเต็มกันและกัน ด้วยพันธกิจแล้งนี้ทุกฝ่ายต้องรอด ดร. ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลฯ ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้มีปัญหาขาดแคลนน้ำหรือแย่งน้ำระหว่างภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเหมือนในอดีต ในการทำงานจะมีการตกลงร่วมกันของผู้ใช้น้ำทั้งหมด มีการตั้งคณะทำงานใน KEY MAN WARROOM ซึ่งเป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนประชุมทุก 15 วัน ดังนั้น การบริหารน้ำภาคตะวันออกจึงเป็นไปตามข้อห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรั
เมื่อเร็ว ๆนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะที่ปรึกษา ได้เดินทางไปติดตามผลการดำเนินงานของโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรและผู้ปฏิบัติงานในโครงการฯ จำนวน 300 ชุด และโอกาสนี้ได้พบปะเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขา บ้านป่าคา บ้านโละโคะ และบ้านป่าหมาก เพื่อรับทราบชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ โดยมุ่งส่งเสริมอาชีพด้านการทำเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ ตลอดจนสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ให้กับราษฎร ชาวไทยภูเขาบ้านป่าคาและหมู่บ้านบริวาร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวได้น้อมนำพระราชดำริมาดำเนินการมีการดำเนินงานแบบบูรณา โดยมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชรับผิดชอบหลัก โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระ
“เฉลิมชัย” นำทีมลงใต้ ติดตามสถานการณ์น้ำ สร้างความมั่นใจในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ ย้ำทุกจว.เตรียมแผนรับมือเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 62 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ และความคืบหน้าโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ (ระยะที่ 2) จังหวัดสงขลา โดยมี นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน นายปริญญา สัคคะนายก ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 15 รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 16 และนายเสริมชัย เซียวศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและบรรยายสรุปความก้าวหน้าของโครงการฯ ณ สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 11 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบริเวณก่อสร้างประตูระบายน้ำหน้าควน คลองภูมินารถดำริ (คลองระบายน้ำ ร.1) รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เป็นอย่างมาก จากการลงพื้นที่ติดตามงานก่อสร้างปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ
สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล RUN FOR HEALTH CHARITY MINI HALF MARATHON 2019 @ Khun Dan Prakarn Chon Dam ส่งเสริมสุขภาพสมาชิก พร้อมร่วมทำบุญจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์มอบศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะนายกสมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง การกุศล RUN FOR HEALTH CHARITY MINI HALF MARATHON 2019 @Khun Dan Prakarn Chon Dam ในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็น ครั้งที่ 2 หลังจากในปีแรกที่ได้มีการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยในปีนี้สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง ขึ้นอีกครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562 ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพให้แก่สมาชิกของสมาคมฯ ตลอดจนประชาชนที่สนใจ ด้วยการเดินหรือวิ่ง พร้อมชมทิวทัศน์ที่สวยงามบนเขื่อนฯ โดยแบ่งประเภทการวิ่ง ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก
กรมชลประทาน เปิดเขื่อนขุนด่านปราการชล ให้ชาวปอดเหล็กวิ่งชมวิวทิวทัศน์รอบเขื่อนเต็มพิกัด 360 องศา ในงาน “ขุนด่านรัน 20 ไมล์” เป็นงานปีที่ 2 ที่เพิ่มระดับงานที่ใหญ่กว่าเดิมทั้งระยะทางและจำนวนนักวิ่งกว่า 7,000 คน โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ โรงพยาบาลสงฆ์ โรงพยาบาลชลประทาน โรงพยาบาลนครนายก และมูลนิธิก้าวคนละก้าว (ตูน บอร์ดี้แสลม) ในอาทิตย์ที่ 29 กันยายน นี้ นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การจัดงานขุนด่านรัน 20 ไมล์ ในครั้งนี้จัดเป็นปีที่ 2 โดยในปีแรกได้มีการจัดการแข่งขันสูงสุดเป็นระยะทาง 10 ไมล์ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักวิ่งทั่วประเทศที่เข้าร่วมถึง 4,500 คน โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายในครั้งนั้นมอบให้กับโรงพยาบาลชลประทาน และในปีนี้ทางสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน ได้กำหนดระยะทางการแข่งขันใหม่โดยเพิ่มระยะทางการแข่งขันเป็น 20 ไมล์ ซึ่งเท่ากับ 32 กิโลเมตร เพื่อทำให้เกิดความท้าทายในหมู่นักวิ่ง และยังได้เพลิดเพลินความสวยงามของวิวทิวทัศน์จากบนสันเขื่อนแบบ 360 องศา ในระยะทาง 1.6 ไมล์อีกด้วย โดยงานครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562 ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จัง
นายสุชาติ กาญจนวิลัย ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรี เปิดเผยว่า ปี 2562 กรมชลประทานจะเริ่มงานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำโป่งพรหม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ในพื้นที่บ้านโป่งพรหม ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี โดยขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตใช้พื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้าง และคาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดความจุ 1,064,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แห่งนี้ได้แล้วเสร็จในปี 2565 เป็นแหล่งน้ำสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1,700 ไร่ และสนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภค 200 ครัวเรือน ทั้งนี้ เมื่ออ่างเก็บน้ำโป่งพรหม ก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นการสนองพระราชดำริที่ทรงให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำครบทั้ง 6 แห่ง มีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกัน 3,278,030 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) รองรับพื้นที่เกษตร 7,300 ไร่ ซึ่ง ณ ปี 2542 ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้ว 5 แห่ง เป็นแหล่งน้ำสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกไปแล้วกว่า 6,000 ไร่ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำบ้านพุกรูดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำห้วยพุกรูดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำเขาหัวแดงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจันอัน
