กรมชลประทาน
นางธีรารัตน์ สมพงษ์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมชลประทาน ได้วางแผนเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึง เพื่อให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด ภาครัฐจึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวข้าวนาปีไปแล้วให้ลดทำนาปรังต่อเนื่อง สำรองน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำให้มากที่สุด เพื่อให้เพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้งปี 2563/2564 รวมถึงแนะเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอายุสั้น ใช้น้ำน้อย สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะสั้นเพื่อสร้างรายได้ในช่วงฤดูแล้ง อาทิ ถั่วลิสง ถั่วฝักยาว คะน้า กวางตุ้ง เป็นต้น นอกจากการปลูกพืชอายุสั้นแล้ว เกษตรกรยังสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่เป็นเกษตรผสมผสาน โดยปลูกพืชทางเลือกที่มีอายุยาว ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะยาวและสร้างรายได้แก่เกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง สศท.6 ชลบุรี ได้ศึกษาต้นทุนสินค้าทางเลือก (Future Crop) ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ที่ให้ผลตอบแทนสูงและมีโอกาสทางการตลาด ภายใต้โครงการบริหารจัดการสินค้าเกษตรที่สำคั
นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า หลังจากได้รับรายงานว่า ตรวจพบรอยรั่วบริเวณใต้ฐานเขื่อนห้วยยาง อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เมื่อกลางดึกของวันที่ 21 ต.ค. 63 ได้สั่งการด่วนให้ผู้เชี่ยวชาญทุกด้านทุกสาขาเข้าพื้นที่ พร้อมสั่งระดมเครื่องจักร เครื่องมือเต็มพิกัด เพื่อตรวจหารูรั่วให้เจอโดยเร็วที่สุด จนกระทั่งในช่วงกลางคืนของวันที่ 26 ต.ค. 63 จึงตรวจพบและได้อุดรูรั่วได้สำเร็จ และยังคงเดินหน้าสแกนหาจุดอื่นๆ เพื่อป้องกันการรั่วซึมในวันหน้า รวมระยะเวลากว่า 120 ชั่วโมง ด้าน ดร.กัมปนาท ขวัญศิริกุล ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมธรณี กรมชลประทาน กล่าวว่า แม้ว่าจะตรวจพบรูรั่วและอุดรูรั่วได้สำเร็จแล้ว กรมชลประทาน ยังคงเดินหน้าสแกนหาจุดรั่วซึมอื่นๆ ต่อไปตามหลักสากลด้านความปลอดภัยเขื่อน เพื่อเป็นการตอกย้ำความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ถึงความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อนที่ก่อสร้างถูกต้องตามหลักวิศวกรรมชลประทาน จึงขอให้ประชาชนมั่นใจและวางใจว่าเขื่อนห้วยยาง มีความมั่นคงแข็งแรงแน่นอน ทั้งนี้ กรมชลประทาน ขอขอบคุณ ทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมภารกิจที่สำคัญในคร
กรมชลประทาน ชี้แจงกรณี กทม.เตรียมรองรับมวลน้ำหลัง “กรมชลฯ” ร่อนหนังสือด่วนแจ้งเตือนเขื่อนปล่อยน้ำสูงขึ้น ให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เผยมี 17 ชุมชน 358 ครัวเรือน นอกคันกั้นน้ำเสี่ยงนั้น ดร. ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 เรื่อง ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่งผลให้มีฝนตกหนักกระจายบริเวณจังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ และพิจิตร ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ และน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง รวมกันไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่พื้นที่ชลประทานในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกมีปริมาณมากต้องเร่งระบายออก จึงสามารถแบ่งระบายน้ำจากเหนือเขื่อนเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งได้จำกัด คาดการณ์ว่าระดับน้ำจะมีแนวโน้มสูงขึ้นในเกณฑ์ ประมาณ 900-1,100 ลบ.ม./ต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น โดยบริเวณคลองโผงเผง คลองบางบาล อำเภอบางบาล อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.60-1.00 เมตร
กรมชลประทาน สนับสนุนระบบน้ำดื่มเพื่อการอุปโภค บริโภค สะอาด ปลอดภัย ให้กับ 3 โรงเรียนที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองพิษณุโลก เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เยาวชนและบุคลากรทางการศึกษา พร้อมผนึกสมาคมยี่สิบสองนอจัดสร้างฝายต้นน้ำ และตรวจวัดสายตาแจกแว่นสายตาแก่ประชาชนฟรี นางณภัทร เวียงคำมา ผู้อำนวยการส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ได้รับมอบหมายจาก ดร. ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ให้เป็นผู้แทนกรมชลประทาน พร้อมด้วย นางสาวกนกนุช นวกุลจิตมั่น หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ นายเจษฎา งามธุระ นายช่างชลประทานชำนาญงาน ผู้แทนจากโครงการชลประทานพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่จากส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักงานเลขานุการกรม ในการส่งมอบระบบเครื่องกรองน้ำดื่มสะอาด ในโครงการน้ำดื่มชลประทานเพื่อประชาชน ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก สำหรับการร่วมสนับสนุนระบบน้ำดื่มดังกล่าว เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่มีเป้าหมายในการสนับสนุนน้ำดื่มเพื่อการอุปโภค บริโภค ที่สะอาดผ่านการกรองอย่างดี ทำให้ได้น้ำดื่มที่มีมาตรฐานสะอาด ปลอดภัย เหมาะสำหรับดื่มกิน ให้กับ 3 โรงเรียนที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองพิษณุโลก ได้แก่ โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี โรง
นายสุชาติ เจริญศรี รองอธิบดีกรมชลประทาน ผู้แทนกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายสุรัช ธนูศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 ผู้แทนจากคณะกรรมการจัดการน้ำชลประทานแก่งคอย -บ้านหมอ นายนิธินันท์ คชทโรภาส ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ลาว และตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำฝายแม่ลาวฝั่งขวา ขึ้นรับรางวัลรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ.2563 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ที่มอบให้กับหน่วยงานมีผลการดำเนินงานเป็นเลิศทั้งในด้านการให้บริการภาครัฐ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภายในองค์กร และการเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารราชการ ซึ่งในปีนี้กรมชลประทานคว้ารางวัลมาได้ถึง 3 รางวัล จากมติผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับรางวัล ซึ่งแบ่งรางวัลออกเป็น 3 สาขา ได้แก่ สาขาบริการภาครัฐ สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และสาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม โดยมีรางวัลเลิศรัฐ จำนวน 3 ผลงาน และผลงานในระดับดีเด่น จำนวน 51 ผลงาน และผลงานในระดับดี จำนวน 144 ผลงาน ทั้ง
นายสุชาติ เจริญศรี รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะประธานคณะทำงานบริหารจัดการน้ำ ภาคตะวันออก เปิดเผยว่า คณะทำงานบริหารจัดการน้ำ ภาคตะวันออก พร้อมด้วย นายสุริยพล นุชอนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 นายเกรียงศักดิ์ พุ่มนาค ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 9 นายวิทวัฒน์ วันทนียกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจันทบุรี นายกิตติธัช เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ ผศ.เจริญ ปิยารมณ์ ประธานคณะทำงานลุ่มน้ำแม่น้ำวังโตนด นาย พีระศักดิ์ สนั่นเครื่อง นายอำเภอแก่งหางแมว นายโชคชัย มนตร์อมรเชษฐ์ กรรมการสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายวิทยา สามสุวรรณ ผู้อำนวยการประปาส่วนภูมิภาคเขต 1 ตัวแทนภาคอุตสาหกรรม ตัวแทนภาคเกษตรกร บริษัท East Water และภาคเอกชน ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมชลประทาน และคณะทำงานลุ่มน้ำแม่น้ำวังโตนด ณ สถานีสูบน้ำบ้างวังประดู่ ตำบลสามพี่น้อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เพื่อดำเนินการสูบผันน้ำส่วนเกินที่ไหลทิ้งทะเลในคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี มาเก็บในอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง สำรองน้
ประเทศไทยมีพื้นที่ประมาณ 320 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่การเกษตรประมาณ 149 ล้านไร่ เป็นพื้นที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ 60 ล้านไร่ ปัจจุบันมีการพัฒนาพื้นที่ชลประทานไปแล้วกว่า 33 ล้านไร่ ยังคงเหลือประมาณ 27 ล้านไร่ ที่จะต้องดำเนินการต่อไป กรมชลประทานได้เร่งรัดงานพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ โดยกำชับให้ทุกโครงการแล้วเสร็จภายในกรอบงบประมาณและระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์จากโครงการได้อย่างเต็มศักยภาพ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กำหนดไว้ ในการเร่งรัดและพัฒนาแหล่งน้ำเดิมควบคู่กับการพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ เป้าหมายของกรมชลประทานที่จะพัฒนาพื้นที่ชลประทานให้ได้อีก 18 ล้านไร่ ในส่วนของปริมาณน้ำท่ามีเฉลี่ยปีละ 280,000 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้เพียง 82,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 37 กรมชลประทานจึงต้องหาแนวทางเก็บกักน้ำให้ได้เพิ่มขึ้น เป้าหมายใน 20 ปีข้างหน้าคือเพิ่มปริมาณน้ำให้ได้ 13,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเพียงพอต่อความต้อ
นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล ได้มอบหมายให้ นายคำนึง คงรอด ผู้อำนวยการส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 2 ส่งเครื่องจักรกลเพื่อปฏิบัติการรองรับกับน้ำหลากลำน้ำยมและลำน้ำน่าน ในจังหวัดพื้นที่ที่รับผิดชอบ อันเป็นผลสืบเนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านช่วงทางตอนบนของประเทศ ส่งผลให้น้ำบ่าไหลหลากมีน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรบางส่วนได้รับความเสียหาย โดยได้นำรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ 4 คัน รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ 1 คัน และแบ็กโฮแขนมาตรฐาน 1 คัน แขนยาว 2 คัน เข้าปฏิบัติงานทำแนวกั้นน้ำไม่ให้ทะลักที่บริเวณประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก และส่งแบ็กโฮแขนมาตรฐาน 1 คัน เข้าปฏิบัติการที่ประตูระบายน้ำยางซ้าย อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าจะสามารถช่วยเหลือและบรรเทาภัยให้เข้าสู่สถานการณ์ปกติได้ ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม เป็นต้นไป นอกจากนี้ ส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 2 สำนักเครื่องจักรกล และส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 4 ได้เร่งดำเนินการจัดเก็บเศษสวะหน้าประตูระบายน้ำแม่น้ำยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุ
“หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั้น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้” พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2529 “ น้ำคือชีวิต ” น้ำ คือ ปัจจัยสำคัญในการขจัดความทุกข์ร้อนของราษฎร กรมชลประทานจึงได้น้อมนำ “ศาสตร์พระราชา ” มาใช้พัฒนาแหล่งน้ำชลประทานในภาคเกษตร ใช้อุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน และรักษาระบบนิเวศน์ ก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ ที่ดีขึ้น สร้างความมั่นคงของชาติ ภายใต้แผนปฏิบัติการ “RID NO.1” ซึ่งเป็นนโยบายของ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ที่มอบให้ผู้บริหารกรมชลประทาน และข้าราชการทุกคนนำไปใช้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี ให้สัมฤทธิ์ผล ใน 7 ด้านได้แก่ 1) เร่งรัดการดำเนินโครงการตามพระราชดำริ 2) ปรับปรุงกระบวนการจัดทำแผนงานและงบประมาณทั้งระบบ 3) เร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 4) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ 5) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 6) นำเทคโนโลยีที่ทันส
เมื่อเร็วๆ นี้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง และ พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อม นายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงเยี่ยมชมและติดตามผลสัมฤทธิ์จากการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริของโครงการอ่างเก็บน้ำพระปรงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลช่องกุ่ม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว โอกาสนี้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เปิดเผยภายหลังรับฟังการสรุปผลการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง และการสนองพระราชดำริในเขตพื้นที่จังหวัดสระแก้วว่า จังหวัดสระแก้วมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากถึง 104 โครงการ โดยมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำถึง 82 โครงการ ทั้งเล็กและใหญ่ ซึ่งอ่างเก็บน้ำพระปรงฯ เป็นโครงการที่ดำเนินการมาหลายปีแล้ว ปัจจุบันก็มีการพัฒนาเพิ่มเติมให้การเก็บกักน้ำ
