กรมชลประทาน
ประเทศไทยมีพื้นที่ประมาณ 320 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่การเกษตรประมาณ 149 ล้านไร่ เป็นพื้นที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ 60 ล้านไร่ ปัจจุบันมีการพัฒนาพื้นที่ชลประทานไปแล้วกว่า 33 ล้านไร่ ยังคงเหลือประมาณ 27 ล้านไร่ ที่จะต้องดำเนินการต่อไป กรมชลประทานได้เร่งรัดงานพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ โดยกำชับให้ทุกโครงการแล้วเสร็จภายในกรอบงบประมาณและระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์จากโครงการได้อย่างเต็มศักยภาพ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กำหนดไว้ ในการเร่งรัดและพัฒนาแหล่งน้ำเดิมควบคู่กับการพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ เป้าหมายของกรมชลประทานที่จะพัฒนาพื้นที่ชลประทานให้ได้อีก 18 ล้านไร่ ในส่วนของปริมาณน้ำท่ามีเฉลี่ยปีละ 280,000 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้เพียง 82,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 37 กรมชลประทานจึงต้องหาแนวทางเก็บกักน้ำให้ได้เพิ่มขึ้น เป้าหมายใน 20 ปีข้างหน้าคือเพิ่มปริมาณน้ำให้ได้ 13,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเพียงพอต่อความต้อ
นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล ได้มอบหมายให้ นายคำนึง คงรอด ผู้อำนวยการส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 2 ส่งเครื่องจักรกลเพื่อปฏิบัติการรองรับกับน้ำหลากลำน้ำยมและลำน้ำน่าน ในจังหวัดพื้นที่ที่รับผิดชอบ อันเป็นผลสืบเนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านช่วงทางตอนบนของประเทศ ส่งผลให้น้ำบ่าไหลหลากมีน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรบางส่วนได้รับความเสียหาย โดยได้นำรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ 4 คัน รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ 1 คัน และแบ็กโฮแขนมาตรฐาน 1 คัน แขนยาว 2 คัน เข้าปฏิบัติงานทำแนวกั้นน้ำไม่ให้ทะลักที่บริเวณประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก และส่งแบ็กโฮแขนมาตรฐาน 1 คัน เข้าปฏิบัติการที่ประตูระบายน้ำยางซ้าย อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าจะสามารถช่วยเหลือและบรรเทาภัยให้เข้าสู่สถานการณ์ปกติได้ ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม เป็นต้นไป นอกจากนี้ ส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 2 สำนักเครื่องจักรกล และส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 4 ได้เร่งดำเนินการจัดเก็บเศษสวะหน้าประตูระบายน้ำแม่น้ำยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุ
“หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั้น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้” พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2529 “ น้ำคือชีวิต ” น้ำ คือ ปัจจัยสำคัญในการขจัดความทุกข์ร้อนของราษฎร กรมชลประทานจึงได้น้อมนำ “ศาสตร์พระราชา ” มาใช้พัฒนาแหล่งน้ำชลประทานในภาคเกษตร ใช้อุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน และรักษาระบบนิเวศน์ ก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ ที่ดีขึ้น สร้างความมั่นคงของชาติ ภายใต้แผนปฏิบัติการ “RID NO.1” ซึ่งเป็นนโยบายของ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ที่มอบให้ผู้บริหารกรมชลประทาน และข้าราชการทุกคนนำไปใช้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี ให้สัมฤทธิ์ผล ใน 7 ด้านได้แก่ 1) เร่งรัดการดำเนินโครงการตามพระราชดำริ 2) ปรับปรุงกระบวนการจัดทำแผนงานและงบประมาณทั้งระบบ 3) เร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 4) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ 5) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 6) นำเทคโนโลยีที่ทันส
เมื่อเร็วๆ นี้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง และ พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อม นายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงเยี่ยมชมและติดตามผลสัมฤทธิ์จากการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริของโครงการอ่างเก็บน้ำพระปรงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลช่องกุ่ม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว โอกาสนี้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เปิดเผยภายหลังรับฟังการสรุปผลการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง และการสนองพระราชดำริในเขตพื้นที่จังหวัดสระแก้วว่า จังหวัดสระแก้วมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากถึง 104 โครงการ โดยมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำถึง 82 โครงการ ทั้งเล็กและใหญ่ ซึ่งอ่างเก็บน้ำพระปรงฯ เป็นโครงการที่ดำเนินการมาหลายปีแล้ว ปัจจุบันก็มีการพัฒนาเพิ่มเติมให้การเก็บกักน้ำ
นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ และคณะอนุกรรมาธิการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้ลงพื้นที่บริเวณจุดบรรจบแม่น้ำยมกับแม่น้ำน่าน ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ เพื่อศึกษาดูงานและประชุมรับฟังข้อคิดเห็น รวมทั้งความต้องการจากประชาชนในพื้นที่ โดยในเบื้องต้นประชาชนได้เสนอให้กรมชลประทานดำเนินการใน 2 โครงการ ได้แก่ ฝายกั้นแม่น้ำน่านบริเวณบ้านวังหมาเน่า และประตูระบายน้ำปากแม่น้ำยม เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำหลากในช่วงฤดูฝนและการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูฝนแล้ง โดยทางกรมชลประทานได้นำข้อเสนอดังกล่าวกลับมาศึกษาความเป็นไปได้และหาข้อสรุปในการดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่จังหวัดพิจิตร เพื่อติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านวังจิก และประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นโครงการอาคารบังคับน้ำและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง ดำเนินการโดยสำนักงานก่อสร้างขนาดกลางที่ 3 โดยมีเป้าหมายเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมให้เกษตรกรสามารถใช้น้ำได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับประตูระบายน้ำบ้า
กรมชลประทาน เล็งนำเทคโนโลยี มาใช้กักเก็บน้ำ หลังกรมอุตุฯ คาดการณ์ ก.ค.-ก.ย. ฝนมากขึ้น แต่ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนน้อย ส่วนลุ่มเจ้าพระยาขอความร่วมมือรอฝนก่อนเพาะปลูกข้าว 5.3 ล้านไร่ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ช่วงเดือน ก.ค.-กลางเดือน ก.ย.นี้ จะมีฝนตกมากขึ้นทั่วประเทศ กรมชลประทานจึงเตรียมหารือหน่วยงานด้านเทคโนโลยีสำรวจทางน้ำ เพื่อร่วมกันกำหนดแผนเร่งด่วนในการเก็บกักน้ำและให้ทุกเขื่อนเตรียมทุกวิธีเพื่อเก็บน้ำไว้ให้ได้มากสุดและให้สำรวจ ประเมินปริมาณน้ำและอุปสรรคที่ทำให้น้ำไม่ไหลเข้าเขื่อน เพราะช่วงที่ผ่านมาแม้จะเป็นช่วงฤดูฝน แต่ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนยังมีน้อย โดยเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีน้ำไหลเข้าเขื่อนทั่วประเทศ ปริมาณ 39.47 ล้าน ลบ.ม./วัน แต่มีการระบายออกเพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่จำเป็น 78.40 ล้าน ลบ.ม./วัน ส่วนผลการเพาะปลูกพืชเกษตรตามแผนการผลิตทั่วประเทศ 17.33 ล้านไร่ ณ วันที่ 8 ก.ค. 2563 มีการเพาะปลูกได้ 7.07 ล้านไร่ หรือประมาณ 40% ของแผนฯ แบ่งเป็นแผนการปลูกข้าว 16.79 ล้านไร่ เพาะปลูกได้ 6.972 ล้านไร่ หรือ 41.53% ของแผนฯ พืชไร่และพืชผัก แผนก
นายสุชาติ เจริญศรี รองอธิบดีกรมชลประทานฝ่ายบริหาร ร่วมเดินทางไปศึกษาดูงาน เรื่อง “บทบาทและภารกิจของจังหวัดสกลนคร และจังหวัดมุกดาหารในการบริหารจัดการงบประมาณจังหวัด/กลุ่มจังหวัด แนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด การบริหารจัดการน้ำ ลุ่มน้ำก่ำ และการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร” โดยมี นายไพจิต ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุปการบริหารจัดการงบประมาณจังหวัด/กลุ่มจังหวัด การแก้ไขปัญหายาเสพติด แนวนโยบาย สภาพปัญหาหรือข้อขัดข้องในการดำเนินการแก้ไขปัญหา พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร และจังหวัดมุกดาหาร ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด จังหวัดสกลนคร ทางคณะกรรมาธิการฯ ยังได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินโครงการประตูระบายน้ำลำน้ำพุง-น้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ศึกษาเส้นทางการระบายน้ำและการผลักดันน้ำบริเวณลุ่มน้ำก่ำอีกด้วย โครงการประตูระบายน้ำลำน้ำพุง-น้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร จัดสร้างขึ้นเพื่อพัฒ
นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ที่ประกอบด้วย กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกรมชลประทาน เตือนทุกฝ่ายใช้น้ำอย่างประหยัด เพราะตั้งแต่ ปลาย มิ.ย.-กลาง ก.ค.นี้ จะมีปริมาณฝนตกน้อย เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง หรือสถานการณ์แล้งในหน้าฝน ล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 17 มิ.ย. การเพาะปลูกข้าวนาปี ทั้งประเทศมีการทำนาปีไปแล้วประมาณ 4.43 ล้านไร่ หรือ 26% ของแผนการปลูกข้าวทั้งหมดที่วางไว้ 16.79 ล้านไร่ น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.87 ล้านไร่, ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำนาแล้ว 1.88 ล้านไร่ คิดเป็น 23% ของแผนการปลูกข้าวที่วางไว้ 8.10 ล้านไร่ หรือน้อยกว่าปีก่อน 6.89 ล้านไร่ ภาคเหนือ ทำนาแล้ว 3.11 แสนไร่ หรือ 13.13% ของแผนการเพาะปลูกข้าว 2.37 ล้านไร่, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำนาได้ 1.757 ล้านไร่ หรือ 50.46% จากแผนเพาะปลูกข้าว 3.48 ล้านไร่, ภาคกลางทำนาแล้วประมาณ 1,000 ไร่ หรือประมาณ 8.28% ของแผนเพาะปลูกข้าว 10,000 ไร่, ภาคตะวันออกทำนาแล้วประมาณ 4.59 แสนไ
นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า มาตรการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนปี 2563 เพื่อให้ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำ มีเพียงพอสำหรับการใช้น้ำตลอดฤดูฝน 2563 และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ปี 2563/64 หรือระหว่าง 1 พ.ย.2563-30 เม.ย.2564 ภายใต้ความต้องการใช้น้ำทั่วประเทศ 31,351.15 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำต้นทุนประมาณ 11,654 ล้าน ลบ.ม. (ณ วันที่ 1 พ.ค.2563) ด้วยข้อจำกัดนี้ ส่งผลให้กรมชลประทาน ต้องบริหารจัดการน้ำเพื่อความต้องการของทุกภาคส่วนภายใต้ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีจำกัด การจัดสรรน้ำฤดูฝนจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ตามแผนการจัดสรรน้ำ ภายใต้น้ำต้นทุนประมาณ 11,975 ล้าน ลบ.ม. (ณ วันที่ 23 เม.ย.2563) แบ่งเป็นน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค 2,980 ล้าน ลบ.ม. หรือ 25% ของน้ำต้นทุน รักษาระบบนิเวศและอื่น ๆ จำนวน 3,654 ล้าน ลบ.ม. หรือ 30% ของน้ำต้นทุน น้ำเพื่อทำการเกษตร จำนวน 4,974 ล้าน ลบ.ม.หรือ 42% ของปริมาณน้ำต้นทุน และน้ำเพื่ออุตสาหกรรม 367 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 3% ของน้ำต้นทุน จากสถานการณ์น้ำท่วม น้ำแล้งที่ผ่านมา กรมชลประทานได้บริหารจัดการให้สถานการณ์ความรุนแรงทุเลาลง อาทิ เมื่อปี 2562 คาดว่าจะมีพื้น
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า มาตรการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝน ปี 2563 เพื่อให้ปริมาณน้ำมีเพียงพอสำหรับการใช้ตลอดฤดูฝนและเก็บกักไว้ใช้ในหน้าแล้งปี 2563/64 แบ่งเป็น 5 มาตรการ คือ 1. การจัดสรรน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี 2. ส่งเสริมการปลูกพืชฤดูฝนให้ใช้น้ำฝนเป็นหลักและใช้น้ำชลประทานเสริมกรณีฝนทิ้งช่วง 3. บริหารจัดการน้ำท่าให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยระบบชลประทาน 4. กักเก็บน้ำในเขื่อนให้มากที่สุด ไม่ให้ต่ำกว่าเกณฑ์เก็บกักน้ำต่ำสุด ตามช่วงเวลา เพื่อความมั่นคงด้านอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ 5. วางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย แผนการจัดสรรน้ำและการปลูกพืชในฤดูฝนปี 2563 กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำต้นทุนและความต้องการน้ำในการเพาะปลูกทั่วประเทศไว้ปริมาณ 31,351.50 ล้าน ลบ.ม. เพื่อเพาะปลูก 27.61 ล้านไร่ แบ่งเป็นการทำนาปี 16.79 ล้านไร่ เพาะปลูกพืชไร่พืชผัก 0.54 ล้านไร่ และพืชอื่นๆ 10.29 ล้านไร่ ทั้งนี้ เป็นการใช้น้ำในการเพาะปลูกในลุ่มเจ้าพระยา 11,664.94 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการเพาะปลูกทั้งหมด 10.57 ล้านไร่ แบ่งเป็นการทำนาปี 8.1 ล
