กรมทรัพย์สินทางปัญญา
“พริกบางช้าง” ถือเป็นหนึ่งในพืชพื้นเมืองที่สะท้อนทั้งอัตลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสงครามได้อย่างชัดเจน โดยได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ซึ่งมีจังหวัดสมุทรสงครามเป็นผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียน นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับจากพืชท้องถิ่น สู่สินค้าคุณภาพที่มีมาตรฐานและมูลค่าเพิ่มในตลาด ในเชิงพันธุกรรม พริกบางช้างมีที่มาจาก “พริกมันบางช้าง TVRC365” ซึ่งเป็นพริกชี้ฟ้าพันธุ์ผสมปล่อย ที่ได้รับการอนุรักษ์พันธุ์ไว้ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดอยู่ในกลุ่มพริกชี้ฟ้าพันธุ์พื้นเมืองที่ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์และกิ่งพันธุ์อย่างเข้มงวด เพื่อรักษาคุณลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์ให้คงอยู่ อาจารย์น้ำ-ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.พิมพร ทองเมือง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิทยาเขตสมุทรสงคราม ให้ข้อมูลว่า การปลูกพริกบางช้างในอดีตนิยมปลูกแบบยกร่องมาตั้งแต่สม
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียน “ชมพู่คลองหาด” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) อย่างเป็นทางการ นับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 2 ของจังหวัดสระแก้ว ต่อจาก “มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว” สะท้อนศักยภาพผลไม้เศรษฐกิจชายแดนภาคตะวันออกที่มีคุณภาพระดับพรีเมียม และมีอัตลักษณ์โดดเด่นเฉพาะถิ่น นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การส่งเสริมและคุ้มครองสินค้า GI เป็นภารกิจสำคัญภายใต้นโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยผ่านการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม โดยการขึ้นทะเบียน GI จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น ควบคู่กับการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับที่น่าเชื่อถือ พร้อมเชื่อมโยงสินค้าเข้าสู่ตลาดสมัยใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับ “ชมพู่คลองหาด” ถือเป็นสินค้า GI รายการใหม่ที่สร้างรายได้ให้จังหวัดสระแก้วมากกว่า 70 ล้านบาทต่อปี โดยมีพื้นที่เพาะปลูกครอบคลุม 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอคลองหาด อำเภอเขาฉกร
เมื่อเร็วๆ นี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย (TAITA) จัดเวทีเสวนาและประชุมหารือ “Combatting Illicit Trade on Online Sales of Pesticides in Thailand” ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และแพลตฟอร์มออนไลน์ ในการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายสารกำจัดศัตรูพืชผิดกฎหมายทางออนไลน์ นางสาวกล้วยไม้ นุชนิยม นายกสมาคม TAITA กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของสารกำจัดศัตรูพืชเถื่อนหรือปลอมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรไทย ทั้งในด้านรายได้ ความปลอดภัยของผลผลิต สุขภาพของผู้ใช้ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม” พร้อมเน้นย้ำว่า “การแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันสร้างระบบที่เกษตรกรสามารถมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้นั้นมีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม” การเสวนาครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมกว่า 10 หน่วยงาน อาทิ กรมวิชาการเกษตร กองบังคับการปราบปรามการคุ้มครองผู้บริโภค (
เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568 กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศรับรองส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งเมืองลอง ให้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ( GI) ทะเบียนเลขที่ สช 68100246 โดยให้มีผลตั้งแต่วันยื่นคำขอขึ้นทะเบียน เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งเมืองลอง เป็นผลไม้อัตลักษณ์จังหวัดแพร่ ที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว คือ ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ที่มีทรงผลค่อนข้างกลมนูนสูง ก้นผลเรียบ เมื่อแก่จัดจะบุ๋ม ผลแก่ผิวเปลือกสีเขียวอมเหลือง น้ำหนักผลไม่น้อยกว่า 1.5 กิโลกรัม เมล็ดน้อย แกะง่าย เนื้อกุ้งใหญ่สีน้ำผึ้ง เนื้อแน่น แห้ง ไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานอมเปรี้ยว ไม่เฝื่อน ไม่ขม และไม่ช่าลิ้น ค่าความหวานไม่น้อยกว่า 9 องศาบริกซ์ ปลูกในอำเภอลองและอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ มีผลผลิตเข้าตลาดมากในเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมของทุกปี ที่มาของพันธุ์ส้มโอเมืองลอง ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง เป็นพืชที่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอลองและอำเภอวังชิ้นปลูกมานานกว่า 40 ปี ส่วนแหล่งที่มาของต้นพันธุ์ส้มโอดั้งเดิมมาจาก 2 แหล่ง เริ่มจากปี 2508 นายวงค์ ชมภูมิ่ง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “พ่อเลี้ยงวงค์” ได้น
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งสะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication หรือ GI) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยส่งเสริมความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และในปี 2024 นี้ มีผลิตภัณฑ์ GI ที่น่าสนใจจากหลากหลายภูมิภาคของไทย ที่ไม่ควรพลาดแวะไปเยือนและลิ้มลองความพิเศษที่หาไม่ได้จากที่อื่น วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้รวบรวมของดีจากแหล่งผลิตทั่วไทย ที่ได้ขึ้นทะเบียน GI ในปี 2024 จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันเลย 1. อะโวคาโดตาก อะโวคาโดตาก เป็นอะโวคาโดพันธุ์แฮสส์ พันธุ์บัคคาเนียร์ พันธุ์พีเตอร์สัน พันธุ์พิงเคาร์ตัน พันธุ์บูท 7 พันธุ์ปากช่อง 2-8 พันธุ์รูเฮิล และ พันธุ์พื้นเมือง ที่มีลักษณะเนื้อสีเหลืองอ่อน สีเหลือง หรือสีเหลืองอมเขียว ส่วนเนื้อติดเปลือกเป็นสีเขียว ไม่ฉ่ำน้ำ รสสัมผัสเหนียวหนีบ รสชาติมัน ปลูก บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 400 – 1,200 เมตร ในเขตพื้นที่จังหวัดตาก ลักษณะของพันธุ์อะโวคาโด : พันธุ์แฮสส์ พันธุ์บัคคาเนียร์ พันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์พิงเคอร์ตัน พันธุ์บูท 7 พันธุ์
นายประหยัด ไชยสิงห์ เกษตรอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี กล่าวถึงแนวทางการส่งเสริมกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยเกษตรอำเภอบางกรวย และเกษตรจังหวัดนนทบุรี ได้แนะนำให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้าช่วยในการบริหารจัดการสวน ประกอบด้วย 1.เครื่องวัดค่าน้ำเค็ม เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเค็มจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าสวนมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อต้นทุเรียนได้ โดยเกษตรกรได้ตอบรับต่อเครื่องวัดค่าน้ำเค็มเป็นอย่างดี เพราะสมาชิก และอาสาสมัครเกษตร มีการส่งค่าวัดในแต่ละวันเข้าไลน์กลุ่ม ทำให้สมาชิกได้รับรู้ระดับความเค็มของน้ำในช่วงนั้น เพื่อวางแผนบริหารจัดการนำน้ำเข้าสวนได้อย่างถูกต้อง แตกต่างจากสมัยก่อนที่นิยมเปิดน้ำเข้าสวนโดยตรง ทำให้ต้นทุเรียนได้รับความเค็มเกินค่ามาตรฐาน กระทบต่อการเจริญเติบโตของทุเรียน และพืชอื่นๆ จำนวนมาก 2.การให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ และตั้งเวลาเปิด ปิด ทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการน้ำให้ทั่วถึง ลดเวลา และการใช้แรงงานคน ปัจจุบันชาวสวนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ การให้น้ำแ
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเสริมแกร่งสินค้า GI ไทย เชิญนักออกแบบมืออาชีพช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ จำนวน 10 สินค้า มั่นใจช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ดันขึ้นชั้นสินค้าพรีเมี่ยม นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมได้เดินหน้ายกระดับสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยได้ดำเนินโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้า GI ไทย เพื่อพัฒนาปรับปรุงรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่น ทันสมัย สวยงาม เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดให้สินค้า GI โดยได้เชิญนักออกแบบมืออาชีพมีประสบการณ์และผลงานด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับแนวหน้าของประเทศ ร่วมกันสร้างสรรค์ ต่อยอด พัฒนาสินค้าชุมชนผ่านการบรรจุภัณฑ์อันทรงคุณค่าให้แก่สินค้า GI ไทย และได้คัดเลือกผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า GI จำนวน 10 รายการ เพื่อเข้าสู่การพลิกโฉมยกระดับบรรจุภัณฑ์ สำหรับสินค้า GI ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ 1. กล้วยเล็บมือนางชุมพร (Chumphon Lady finger Banana) 2. กาแฟเมืองกระบี่ (Muang Krabi Coffee) 3. ข้าวหอมมะลิอุบลราชธานี (Ubon Ratchathani Hom Mali Rice) 4. ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ (Sisaket Volcanic Area Durian) 5. นิลเมืองกาญจ
กรมหม่อนไหมเดินหน้าให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) เพื่อยกระดับการผลิตผ้าไหมของประเทศไทยให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มมูลค่าผ้าไหม และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค มีผ้าไหมไทยที่ได้รับการรับรองมากกว่า 200,000 เมตร/ปี คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาท/ปี สร้างรายได้ให้ผู้ผลิตได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า จากความต้องการใช้ผ้าไหมที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งตลาดในประเทศ อันเนื่องมาจากนโยบายส่งเสริมรณรงค์การใช้ผ้าไทยในทุกโอกาส รวมถึงตลาดต่างประเทศซึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่มีความนิยมต่อสินค้าในเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ ส่งผลให้การผลิตเส้นไหม ซึ่งเป็นวัตถุดิบขั้นต้นในการทอผ้า ไม่เพียงพอต่อความต้องการ นำมาซึ่งการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาคือ เส้นไหมนำเข้าบางส่วน “ด้อยคุณภาพ” ส่งผลต่อคุณภาพผืนผ้า และสืบเนื่องไปยังสินค้าแปรรูปอื่นๆ ที่มีผ้าไหมนั้นๆ เป็นส่วนประกอบ ซึ่งประการสำคัญคือ ส่งผลกระทบด้านลบต่อภาพลักษณ์ของผ้าไหมไทย เนื่องจากมักมีการแอบอ้างว่าเป็น “Thai Silk” จากกรณีดังกล่าว สมเด็จพร
“สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” หรือ “สินค้า GI” คือสินค้าที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (Geographical Indication) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งคุณภาพหรือชื่อเสียงของสินค้านั้นๆ เป็นผลมาจากการผลิตในพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้น GI จึงเปรียบเสมือนแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกคุณภาพ และแหล่งที่มาของสินค้านั้นๆ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลมุ่งผลักดันเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายให้กรมทรัพย์สินค้าปัญญา ที่ทำหน้าที่ในการขึ้นทะเบียน และคุ้มครองสินค้า GI ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และขยายช่องทางการตลาดเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่สินค้า เหล่านั้น และล่าสุดได้มีการลงนามความร่วมมือกับทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง นำสินค้า GI มาขายผ่านช่องทางออนไลน์ www.ShopAt24.com เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยมีสินค้านำร่อง 6 รายการ ได้แก่ ศิลาดลเชียงใหม่ ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอ
น.ส.วันเพ็ญ นิโครวนจำรัส รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปี 2562 กรมฯ มีแผนที่จะยื่นคำขอจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ในต่างประเทศจำนวน 5 สินค้า ที่ประเทศจีน 2 สินค้า ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี และทุเรียนปราจีน และที่มาเลเซีย 3 สินค้า ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง เพราะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดจีนและมาเลเซีย จากการที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย และได้ทดลองบริโภคสินค้าเหล่านี้ ทำให้รู้จักสินค้ามากขึ้น จึงต้องไปจดทะเบียนคุ้มครองไว้ก่อน เพื่อช่วยส่งเสริมสินค้าจีไอที่จะไปจำหน่ายในอนาคตและป้องกันปัญหาการละเมิดที่อาจจะเกิดขึ้น “อย่างมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ดังถึงขนาด มีล้งชาวจีนมารับซื้อถึงแหล่งผลิต และมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนสินค้าข้าว ที่นำไปจดในมาเลเซีย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้น จึงต้องหาทางจดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าข้าวที่เป็น GI ของไทย และยังเป็นไปตามนโยบายของน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการให้กรมฯ จด
