กรมวิชาการเกษตร
“กาแฟอาราบิก้า” ต้นแรกอยู่ที่ ดอยมูเซอ จังหวัดตาก นี่คือ ข้อมูลแรกที่เราได้รับ หลังจากเตรียมตัวเดินทางสำรวจเส้นทาง เพื่อนำคณะผู้สนใจศึกษาดูงานด้านการเกษตร กับสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย จากนั้นเป้าหมายแรกของการเดินทางคือ การตามหา “กาแฟต้นแรก” จากพิกัดที่เราอยู่ปลายทาง บอกว่า ระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร จึงจะถึงเป้าหมาย นั่นหมายความว่า การเดินทางครั้งนี้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 ชั่วโมง และก็ไปตามนั่น เพราะการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่กำแพงเพชร ใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง และจากถนนทางแยกขึ้นไปยังดอยมูเซออีก 1 ชั่วโมง บนเส้นทางลาดชันและคดเคี้ยว ในที่สุดเราก็มาถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก (ดอยมูเซอ) และเยี่ยมชมแปลงทดลองวิจัยพืชเศรษฐกิจอีกหลากหลายชนิดที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่เกษตรกรเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น อะโวกาโด แมคคาเดเมียนัท หรือ วานิลลา ที่ว่ากันว่าตอนนี้มีพื้นที่ปลูกใหญ่ที่สุดของหน่วยงานราชการ โดยการเดินทางครั้งนี้ได้พาหนะคู่ใจในการเดินทางอย่าง “ฟอร์ด เอเวอร์เรส เอสยูวี ” พันธุ์แกร่งเพื่องานเกษตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก (ดอยมูเซอ) สังกัดกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งอยู่ร
กรมวิชาการเกษตร แนะนำกล้วยน้ำว้าพันธุ์ใหม่ “สุโขทัย 1” ผลกลมป้อม ใหญ่ยาว เนื้อทั้งสุกและดิบสีครีมอ่อน เนื้อละเอียดเหนียว รสชาติหวานไม่อมเปรี้ยว ให้ผลผลิตสูง 1 เครือ มี 9 หวี น้ำหนักเครือกว่า 16 กิโลกรัม ทั้งคุณค่าทางโภชนาการ วิตามินบี 3 และโพแทสเซียมสูง แซงพันธุ์การค้า นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกกล้วยประมาณ 481,639 ไร่ ในจำนวนนี้มีพื้นที่ปลูกกล้วยน้ำว้ามากที่สุด จำนวน 328,456 ไร่ กล้วยไข่ จำนวน 63,233 ไร่ กล้วยหอม จำนวน 62,525 ไร่ และกล้วยอื่นๆ จำนวนประมาณ 27,425 ไร่ โดยพื้นที่ปลูกกล้วยน้ำว้าจะปลูกมากที่สุดในเขตภาคเหนือ ที่ผ่านมาในประเทศไทยยังขาดกล้วยน้ำว้าพันธุ์ดี และขาดข้อมูลของพันธุ์ ดังนั้น ศูนย์วิจัยพืชสวนสุโขทัย กรมวิชาการเกษตร จึงได้ศึกษาหาสายต้นหรือพันธุ์กล้วยน้ำว้าที่ดีมีคุณภาพ เพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้ได้สายพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะดีเด่น ให้ผลผลิตสูง มีคุณภาพ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าพันธุ์การค้า เป็นที่ยอมรับของเกษตรกรและผู้บริโภค เพื่อเป็นพันธุ์ทางเลือกสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร ระหว่าง ปี 2547-2554 ศูนย์วิจัยพืช
กลางวันอากาศร้อนแดดแรง กลางคืนอากาศเย็นอุณหภูมิลดต่ำลงในช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกกระเจี๊ยบเขียวให้เฝ้าระวังโรคเส้นใบเหลือง ที่สามารถพบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช อาการเริ่มแรกจะพบใบกระเจี๊ยบเขียวด่าง เส้นใบมีสีเหลือง ยอดเหลือง ใบและยอดม้วนงอ ต้นเตี้ยแคระแกร็น ฝักมีสีเหลือง ติดฝักน้อย และฝักไม่สมบูรณ์ สำหรับในแปลงปลูกกระเจี๊ยบเขียวที่มีการระบาดของโรค ให้เกษตรกรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ ถ้าพบต้นที่เป็นโรค ให้ถอนแล้วนำไปทำลายนอกแปลงปลูกทันที และกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูก โดยเฉพาะวัชพืชที่เป็นพืชอาศัยของเชื้อไวรัสสาเหตุโรค เช่น สาบแร้งสาบกา กะเม็ง หญ้าขน ลำโพง โทงเทง และขี้กาขาว เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อไวรัสและแมลงพาหะ กรณีพบโรค เชื้อไวรัสสาเหตุโรคพืชยังไม่มีสารป้องกันกำจัดโดยตรง แต่สามารถป้องกันการระบาดของโรคได้ ด้วยการกำจัดแมลงหวี่ขาวยาสูบที่เป็นพาหะนำโรค โดยใช้สารฆ่าแมลงบูโพรเฟซิน 25% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 3 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หลังการเก็บเ
“ละมุดท่าทอง” นับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวบ้านตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย มาตั้งแต่สมัยอดีต ดั่งคำขวัญประจำตำบลท่าทอง ที่ว่า “ถิ่นละมุดสุดหวาน” ละมุดท่าทอง มีจุดเด่นในเรื่อง มีรสชาติหวานอร่อย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของผู้บริโภค หากใครต้องการชิมละมุดรสอร่อยที่สุด ต้องรอผลผลิตในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ เพราะละมุดพันธุ์มะกอกรุ่นนี้จะมีรสหวานจัด หอม ผลสีแดง เนื้อกรอบ ถูกใจผู้บริโภค การปลูกดูแล ในอดีต ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลท่าทองก็ทำนาปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก ต่อมามีเกษตรกรบางรายหันมาปลูกละมุดแล้วได้ผลผลิตที่ดี ต่อมา วัดหนองโว้ง ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก ได้จัดประกวดผลผลิตละมุดเป็นประจำทุกปี ทำให้ชาวบ้านตื่นตัวหันมาปลูกละมุดกันมากขึ้น โดยเฉพาะละมุดพันธุ์มะกอก ที่มีลักษณะเด่นคือ ผลรูปร่างกลมใหญ่ ผลสุกมีสีน้ำตาลออกแดง รสหวาน เนื้อผลแข็งและกรอบ แต่ผลผลิตไม่ค่อยดกสักเท่าไร ละมุดสามารถปลูกได้ทั่วไป การปลูกละมุดนั้นไม่ยุ่งยากเลย รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เอากิ่งตอนปลูกในระยะห่างประมาณ 4 วา ปลูกได้เฉลี่ยไร่ละ 40 ต้น คอยดูแลให้น้ำสม่ำเสมอ ต้นละมุดจะออกดอกครั้งแรกเมื่อต้น
จากสภาพอากาศเย็น มีหมอกในตอนเช้า และมีความชื้นสูงระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะเขือเทศเฝ้าระวังโรคใบไหม้ ที่สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของมะเขือเทศ เริ่มแรกจะพบอาการของโรคที่ใบล่างก่อน และด้านบนใบพบแผลฉ่ำน้ำสีเขียวหม่นคล้ายถูกน้ำร้อนลวก ต่อมาแผลจะขยายใหญ่ตรงกลางแผลแห้งเป็นสีน้ำตาล บริเวณขอบแผลฉ่ำน้ำมีสีดำ เมื่อพลิกดูด้านใต้ใบบริเวณตรงกันจะพบส่วนของเชื้อราสาเหตุโรคสีขาว และแผลจะลุกลามออกไปทำให้ใบไหม้แห้งเป็นสีน้ำตาลในที่สุด หากสภาพแวดล้อมเหมาะสมมีความชื้นสูง หรือในสภาพที่มีหมอกลงจัด โรคจะลุกลามอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้จะพบอาการโรคที่ส่วนของลำต้น กิ่ง และผล หากเกิดแผลที่ลำต้นหรือโคนกิ่ง จะทำให้ส่วนยอดแสดงอาการเหี่ยวเฉา เนื่องจากพืชไม่สามารถลำเลียงน้ำและอาหารได้ ต่อมากิ่งหรือต้นจะแห้งตาย หากโรคเข้าทำลายที่ผลจะทำให้ผลเน่า เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบโรคให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดเมโทมอร์ฟ 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไซมอกซานิล+แมนโคแซบ 8%+64% ดับเบิ้ลยูพี อั
กรมวิชาการเกษตร เตรียมป้อนพืชไร่พันธุ์ใหม่ใช้น้ำน้อย “ถั่วลิสงขอนแก่น 9” สร้างรายได้ให้เกษตรกรช่วงวิกฤตภัยแล้ง โชว์ลักษณะเด่นโดนใจเกษตรกรครบวงจร ทั้งขนาดเมล็ดโต ฝักดก ผลผลิตสูง แถมปลิดฝักง่าย เผยปี 63 เตรียมความพร้อมเมล็ดพันธุ์ไว้รองรับความต้องการเกษตรกรแล้ว นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ถั่วลิสง เป็นพืชตระกูลถั่วที่ปลูกได้ตลอดปี เป็นพืชที่มีอายุเก็บเกี่ยวค่อนข้างสั้น ปลูกได้ทั้งต้นฤดูฝน ปลายฤดูฝน และฤดูแล้ง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของรายได้ให้เกษตรกร และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยมีพื้นที่ปลูกที่สำคัญคือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซี่งผลผลิตถั่วลิสงสามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งใช้เป็นแหล่งอาหารโปรตีน ต้นใช้เลี้ยงสัตว์และปรับปรุงบำรุงดิน ประเทศไทยนิยมใช้ถั่วลิสงเพื่อการบริโภคโดยตรง หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งในกลุ่มถั่วลิสงใช้เมล็ดนี้จัดกลุ่มตามขนาดเมล็ด คือ กลุ่มเมล็ดโต มีน้ำหนัก 100 เมล็ด มากกว่า 60 กรัม พันธุ์มาตรฐานในกลุ่มนี้ ได้แก่ ขอนแก่น 6 กลุ่มเมล็ดปานกลางมีน้ำหนัก 100 เมล็ด 35 -60 กรัม พันธุ์มาตรฐานในกลุ่มนี้
ระยะนี้เข้าสู่ช่วงที่มะม่วงเริ่มแทงช่อดอกจนถึงระยะพัฒนาผล กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนมะม่วงให้เฝ้าระวังสังเกตการเข้าทำลายของเพลี้ยจักจั่นมะม่วง มักพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเข้าทำลายใบอ่อน ช่อดอก ก้านดอก และยอดอ่อน โดยระยะที่มะม่วงกำลังออกดอกจะเกิดความเสียหายมากที่สุด เพลี้ยจักจั่นมะม่วงจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากช่อดอก ทำให้ดอกแห้ง ดอกร่วง และติดผลน้อยหรือไม่ติดผล ขณะที่เพลี้ยจักจั่นดูดกินน้ำเลี้ยงจะถ่ายมูล เป็นน้ำหวานเหนียวๆ ติดตามใบ ช่อดอก ผล และรอบทรงพุ่ม ทำให้ใบเปียก เกิดราดำปกคลุมมาก ส่งผลต่อการสังเคราะห์แสงของใบ ส่วนใบอ่อน (ใบเพสลาด) จะบิดงอโค้งลง ให้สังเกตด้านใต้ใบมีอาการปลายใบแห้งได้ หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตมะม่วง ให้เกษตรกรตัดแต่งกิ่งทรงพุ่มต้นมะม่วงให้โปร่งอยู่เสมอ เพื่อช่วยลดที่หลบซ่อนต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของเพลี้ยจักจั่นมะม่วง จากนั้น ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 60 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อช่วยให้การพ่นสารฆ่าแมลง
ในระยะนี้จะมีสภาพอากาศแห้งแล้ง กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองเฝ้าระวังติดตามการระบาดของหนอนแมลงวันเจาะลำต้นถั่วใน 2 ระยะ คือ ช่วงถั่วเหลืองปลูกใหม่อายุไม่เกิน 14 วัน มักพบหนอนแมลงวันเจาะลำต้นถั่วเข้าทำลายถั่วเหลืองตั้งแต่ระยะต้นกล้า เมื่อหนอนฟักออกมาจากไข่จะชอนไชตามเส้นใบไปที่ก้านใบ เพื่อเข้าไปกัดกินเนื้อเยื่อที่บริเวณไส้กลางลำต้น ทำให้ผลผลิตถั่วเหลืองลดลงมากกว่า 40% เกษตรกรควรคลุกเมล็ดถั่วเหลืองก่อนปลูกด้วยสารฆ่าแมลงอิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิลยูเอส อัตรา 2 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม หรือพ่นด้วยสารฆ่าแมลงไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฆ่าแมลงฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฆ่าแมลงคลอร์ไพริฟอส 40% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่น 2 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน พ่นครั้งแรก เมื่อใบจริงคู่แรกคลี่ออกมาเต็มที่ หรืออายุประมาณ 7-10 วันหลังถั่วเหลืองเริ่มงอก
กลางวันแดดแรงอากาศร้อนและแห้ง ส่วนกลางคืนอากาศเย็นอุณหภูมิลดต่ำลงในระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมังคุดเฝ้าระวังการระบาดของเพลี้ยไฟ มักพบเข้าทำลายในระยะที่ต้นมังคุดเริ่มออกดอกและติดผลอ่อน จนถึงระยะแตกยอดอ่อนและใบอ่อน โดยจะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยไฟเข้าทำลายดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนต่างๆ ของพืช สำหรับการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟในระยะออกดอกและติดผลอ่อน อาจทำให้ดอกและผลอ่อนมังคุดร่วง ส่วนผลอ่อนมังคุดที่ไม่ร่วงเมื่อมีการพัฒนาผลโตขึ้น จะเห็นรอยทำลายของเพลี้ยไฟชัดเจน เนื่องจากผิวเปลือกมังคุดจะมีลักษณะขรุขระที่เรียกว่า ผิวขี้กลาก ทำให้ผลผลิตมังคุดมีคุณภาพต่ำ การเข้าทำลายของเพลี้ยไฟในระยะแตกยอดอ่อนและใบอ่อน จะส่งผลทำให้ต้นมังคุดชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น หงิกงอ ใบไหม้ และต้นมังคุดขาดความสมบูรณ์ แนวทางในการป้องกันและแก้ไขการระบาดของเพลี้ยไฟ ให้เกษตรกรสำรวจการระบาดของเพลี้ยไฟบนดอกและยอดอ่อน หากพบเพลี้ยไฟจำนวนมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ตัวต่อ 4 ดอก หรือ 1 ตัวต่อยอด ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดอิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 3 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสา
กรมวิชาการเกษตร จัดหนัก ลุยปรับปรุงพันธุ์มะละกอฮอลแลนด์ได้พันธุ์ใหม่ใช้ชื่อพันธุ์ศรีสะเกษ ลักษณะเด่นสุดยอดปาดหน้าพันธุ์การค้า ต้นสูงไม่มาก แค่ 128 เซนติเมตร ให้ผลผลผลิตสูงกว่า 24 กิโลกรัม/ต้น แถมเก็บเกี่ยวได้เร็วกว่าพันธุ์การค้าถึง 45 วัน เนื้อหนา สีเนื้อส้มอมแดงเข้มสม่ำเสมอกันทั้งผล ผลทรงกระบอก ช่วยลดความเสียหายจากการขนส่ง นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า มะละกอ จัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญชนิดหนึ่งของประเทศ ผลมะละกอนอกจากใช้บริโภคสดแล้ว ยังใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปหลายชนิด โดยเฉพาะมะละกอฮอลแลนด์จัดเป็นมะละกอเพื่อรับประทานสุกที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคสูง ซึ่งราคาซื้อขายในท้องตลาดจะสูงกว่าพันธุ์แขกดำหรือแขกนวล กิโลกรัมละ 10 บาท แต่ปัญหาของมะละกอฮอลแลนด์ คือ ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดี พันธุ์ราคาแพง พันธุ์ทั่วไปมีความแปรปรวนในพันธุ์สูง ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงและคุณภาพผลผลิตต่ำ ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ กรมวิชาการเกษตร จึงได้ปรับปรุงพันธุ์มะละกอฮอลแลนด์สายพันธุ์แท้ที่ให้ผลผลิตสูงมากกว่าพันธุ์การค้า ออกดอกติดผลเร็ว ต้นเตี้ย ผลเป็นทรงกระบอกเพื่อลดความเสียหายจากการขนส่ง
