กรมวิชาการเกษตร
อากาศร้อน และมีฝนตกในบางพื้นที่ระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนเงาะเฝ้าระวังการเกิดโรคราแป้ง มักพบได้ในระยะที่ต้นเงาะสร้างช่อดอกและเริ่มติดผลอ่อน เริ่มแรกจะพบผงสีขาวหรือสีเทาอ่อนคล้ายแป้งเกาะบนช่อดอกและตามร่องขนของผลเงาะ ทำให้ต้นเงาะติดผลน้อยหรือไม่ติดผล กรณีที่ต้นเงาะติดผลจะมีผลขนาดเล็กไม่สมบูรณ์ ผลหลุดร่วงง่ายหรือทำให้ผลเน่าแห้งติดคาที่ก้านช่อ หากเป็นโรคราแป้งในระยะผลโต จะทำให้ขนที่ผลแห้ง แข็ง ผิวผลมีสีคล้ำไม่สม่ำเสมอ ถ้าอาการรุนแรงจะทำให้ขนกุด เรียกว่า เงาะขนเกรียน สำหรับในระยะที่ผลเงาะกำลังสุก ส่วนที่มีเชื้อราปกคลุมจะมีสีซีดกว่าปกติ อาจพบอาการของโรคได้ที่ส่วนยอดและใบ หากอาการรุนแรงจะทำให้ใบอ่อนร่วง สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคราแป้ง ให้เกษตรกรกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก และตัดแต่งทรงพุ่มต้นเงาะให้โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อเป็นการลดความชื้นในทรงพุ่ม และลดแหล่งสะสมของเชื้อสาเหตุโรค จากนั้น เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบโรค ให้เกษตรกรตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค ส่วนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตรเมื่อใช้ในแปลงที่
ทุเรียน เป็นไม้ผลที่มีแหล่งดั้งเดิมในคาบสมุทรมลายู ก่อนจะกระจายพันธุ์ไปยังประเทศต่างๆ สำหรับประเทศไทยคาดว่า ได้รับสายพันธุ์ทุเรียนมาจากประเทศมาเลเซีย โดยเริ่มปลูกครั้งแรกในพื้นที่ภาคใต้ก่อน จากนั้นจึงค่อยนำมาปลูกในพื้นที่ภาคกลาง เช่น จังหวัดนนทบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ก่อนจะขยายไปทั่วประเทศในเวลาต่อมา ในอดีตไทยปลูกทุเรียนพื้นบ้านหลายร้อยสายพันธุ์ โดยนำมาปลูกเชิงการค้า ประมาณ 60-80 พันธุ์ เท่านั้น ในปัจจุบันทุเรียนพื้นบ้านซึ่งเป็นสายพันธุ์โบราณเหล่านั้นปลูกน้อยลง และหายาก บางสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากเกษตรกรเปลี่ยนมาปลูกพันธุ์เชิงการค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง รองลงมาคือ ทุเรียนพันธุ์ชะนี พันธุ์กระดุม และพันธุ์อื่นๆ ทุเรียนสายพันธุ์โบราณโดดเด่นเรื่องความทนทานโรค-แมลง และการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อม เพราะถูกทดสอบและคัดเลือกพันธุ์มาจากเกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนในอดีต ช่วงที่นักวิชาการไปเก็บรวบรวมพันธุ์ทุเรียนโบราณจากแหล่งผลิตที่มีอายุการปลูก 40-50 ปี ขณะที่บางสวนมีทุเรียนต้นพ่อแม่พันธุ์ที่มีอายุมาก 100-200 ปี ก็เคยเจอมาแล้ว ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร ได้รวบรว
กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าแผนปฏิบัติการอบรมการใช้ 3 สารพาราควอต ไกลโฟเชตและคลอร์ไพริฟอส งัดหลักสูตรเข้มข้นเสริมเขี้ยวเล็บวิทยากรต้นแบบ (ครู ก) จำนวน 2 รุ่น เพื่อไปสร้างเครือข่าย ครู ข ทำหน้าที่เดินสายให้ความรู้แก่เกษตรกร 1.5 ล้านคนทั่วประเทศ ใช้ 3 สารอย่างถูกต้องและปลอดภัย พร้อมเชื่อมั่นหลัง 180 วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ปริมาณการนำเข้าและการใช้ 3 สารของไทยจะลดฮวบและเลิกใช้อย่างยั่งยืนแน่นอน ระหว่างวันที่ 24-25 เม.ย ที่ผ่านมา กรมวิชาเกษตร ได้จัดฝึกอบรมหลักสูตรวิทยากรครู ก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในภูมิภาคของกรมวิชาการเกษตร จำนวน 2 รุ่น รวม 240 คน เพื่อสร้างเป็นวิทยากรต้นแบบในถ่ายทอดความรู้การจำกัดการใช้ 3 สาร คือ พาราควอต ไกลโฟเชตและคลอร์ไพริฟอสอย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อไปยังวิทยากร ครู ข ที่เป็นหน้าที่จาก 3 หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง นายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร (สคว) กล่าวว่า หลังจากมีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5 ฉบับในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 เม.ยที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตรก็เร่งเดินหน้าแผนปฏิบัติการฝึกอบรมการใช้ 3 สาร(พาราควอต ไกลโฟเชตและคลอร์ไพริฟอส)ภายใ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมมีความสงสัยว่า เพราะเหตุใดรัฐบาลทุกรัฐบาลไม่มีข้อมูลมาแจ้งล่วงหน้าว่า ในแต่ละปีจะเกิดสภาวะแห้งแล้ง หรือน้ำท่วมเกิดขึ้น เพื่อว่าเกษตรกรจะได้เตรียมตัวได้ทันเวลา ผมจึงขอรบกวนคุณหมอเกษตรให้ข้อคิดและคำแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง ส่งศักดิ์ ศรีพัฒนวงศ์ นครนายก ตอบ คุณส่งศักดิ์ ศรีพัฒนวงศ์ ประเทศไทย มีข้อมูลในทางวิชาการอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยในทุกสาขา แต่ภาครัฐนำไปใช้ประโยชน์ไม่เต็มประสิทธิภาพ ตัวอย่าง กรมวิชาการเกษตร ได้นำข้อมูลปริมาณน้ำฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่รวบรวมไว้ 97 ปี มาวิเคราะห์อย่างละเอียด พบว่า ในทุกรอบ 10 ปี จะเกิดสภาวะฝนแล้ง 4 ปี โดยแบ่งเป็นแล้งรุนแรง 2 ปี แล้งไม่รุนแรง 2 ปี น้ำท่วม 3 ปี และอยู่ในสภาวะปกติเพียง 3 ปี เท่านั้น สภาวะดังกล่าวใช้จำนวน พายุดีเปรสชั่น (Depression) เป็นตัวชี้วัด คือ ในสภาวะปกติจะมีดีเปรสชั่นพัดเข้าสู่ประเทศไทยจากทะเลจีนใต้ผ่านมาทางเวียดนาม จำนวน 3 ลูก หากพายุดีเปรสชั่นพัดเข้ามาเกิน 3 ลูก ปีนั้นน้ำจะท่วมทันที ตัวอย่างปี พ.ศ. 2554 พายุดีเปรสชั่นพัดเข้ามาที่ประเทศไทย จำนวน 5 ลูก และหากปีใดพายุดีเปรสชั่นพัดเข้าม
สภาพอากาศแปรปรวนมีฝนตกร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ส่วนในตอนกลางวันมีอากาศร้อนช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนทุเรียนเฝ้าระวังการระบาดของโรคผลเน่า สามารถพบได้ตั้งแต่ระยะผลอ่อน และมักพบโรคในช่วง 1 เดือนก่อนที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน หรือในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน และหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนแล้วอาจพบโรคผลเน่าในระหว่างการบ่มผลทุเรียนให้สุก โดยอาการเริ่มแรกจะพบเปลือกผลทุเรียนเกิดจุดแผลขนาดเล็กสีน้ำตาลดำ ต่อมาจุดแผลจะลุกลามขยายใหญ่มากขึ้นตามการสุกของผลทุเรียน กรณีที่สภาพอากาศมีความชื้นสูง อาจพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราสาเหตุโรคบริเวณแผล ซึ่งสามารถพบอาการของโรคได้ตั้งแต่ผลทุเรียนที่ยังอยู่บนต้น ถ้าอาการรุนแรงมาก ผลทุเรียนจะเน่าและร่วงหล่นก่อนกำหนด สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคผลเน่า เกษตรกรควรหมั่นตรวจผลทุเรียนในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ ให้เกษตรกรตัดผลทุเรียนที่เป็นโรคและเก็บผลทุเรียนเน่าที่ร่วงหล่นใต้ต้นนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสะสมในแปลง หลีกเลี่ยงการนำเครื่องมือตัดแต่งที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคไปใช้ต่อกับต้นปกติ และควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรเมื่อใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อ
ระยะนี้เข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตมะม่วง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงเฝ้าระวังช่วงที่อากาศร้อน และมีแดดจัด ในช่วงที่มะม่วงผลใหญ่ใกล้เก็บเกี่ยว ให้สังเกตการเข้าทำลายของแมลงวันผลไม้ มักพบแมลงวันผลไม้เพศเมียใช้อวัยวะแทงเข้าไปวางไข่ในผลมะม่วง พบรอยช้ำใต้ผิวเปลือก ตัวหนอนจะฟักจากไข่และอาศัยชอนไชอยู่ภายในผล ทำให้ผลเน่าเสียและร่วงหล่นลงพื้น เมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะเจาะรูออกมาจากผลมะม่วงเพื่อเข้าดักแด้ในดิน และกลายเป็นแมลงวันผลไม้ตัวเต็มวัย ส่วนผลที่หนอนเจาะเป็นรูจะมีน้ำไหลเยิ้ม ผลเละ เน่าเสีย และร่วงหล่น ผลที่ถูกทำลายมักมีโรคและแมลงชนิดอื่นๆ เข้าทำลายซ้ำ เกษตรกรควรหมั่นทำความสะอาดแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยเก็บผลที่เน่าเสียออกจากแปลงและนำไปฝังกลบให้หน้าดินหนาอย่างน้อย 15 เซนติเมตร จากนั้น ให้ห่อผลด้วยถุงกระดาษสีน้ำตาลหรือถุงกระดาษที่ภายใน เคลือบด้วยกระดาษคาร์บอน โดยเริ่มห่อเมื่อมะม่วงติดผลได้ประมาณ 60 วัน และใช้กับดักที่ภายในแขวนก้อนสำลีชุบสารเมทธิลยูจินอลผสมสารฆ่าแมลงมาลาไทออน 83% อีซี ในอัตรา 4 :1 นำไปแขวนไว้ในทรงพุ่มที่ระดับความสูง 1-1.5 เมตร จำนวน 1 กับดักต่อพื้นที่ 1 ไร่ ให้เกษตรกร
กรมวิชาการเกษตร ส่งสัญญาณเฝ้าระวังหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ ชี้ติดอันดับศัตรูพืชรุกรานร้ายแรงระดับโลก ชี้เป้าโฉบเข้าประเทศเพื่อนบ้านของไทยแล้ว สั่งด่านตรวจพืชชายแดนเข้มงวดตรวจสอบหวั่นเล็ดลอดติดเข้ามากับผลผลิต พร้อมสร้างการรับรู้ทุกภาคส่วนร่วมสกัดศัตรูพืชรุกรานเข้าประเทศ นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้รับรายงานว่าหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศซึ่งเป็นศัตรูพืชที่มีความร้ายแรงระดับโลก เนื่องจากสามารถทำลายและสร้างความเสียหายต่อพืชเศรษฐกิจหลายชนิดได้แพร่ระบาดเข้ามาแถวประเทศเพื่อนบ้านของไทยแล้ว จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จากสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร สร้างการรับรู้และเฝ้าระวังการระบาดของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศให้แก่เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันมิให้แมลงศัตรูพืชต่างถิ่นดังกล่าวเข้ามาแพร่ระบาดสร้างความเสียหายให้กับพืชเศรษฐกิจในประเทศไทย หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเปรู ต่อมาพบการระบาดและสร้างความเสียหายอย่างมากในแหล่งปลูกมะเขือเทศหลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้ รวมทั้งหลายพื้นที่ของทวีปยุโรป สำหรับในทวีปเอเชี
กรมวิชาการเกษตร แจง สภาพอากาศร้อนสลับฝนส่งผลมังคุดสุกแก่เร็ว ผลผลิตล้น ผู้ประกอบการตั้งรับไม่ทัน ขาดแรงงานคัดแยกผลผลิต ส่งผลราคาตกต่ำ ยันมาตรการตรวจสอบก่อนปล่อยผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นไปตามเงื่อนไขคู่ค้า เอื้อส่งออกทั้งลดขั้นตอนตรวจสอบ สะดวก และรวดเร็ว นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์ข้อความในสื่อโซเซียลมีเดียว่า กรมวิชาการเกษตร ดำเนินงานล่าช้าเป็นเหตุให้ราคามังคุดตกต่ำนั้น ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เกี่ยวข้องของกรมวิชาการเกษตร ได้แก่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จันทบุรี และด่านตรวจพืชจันทบุรี เข้าไปตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ราคามังคุดตกต่ำ พบว่า ในปีนี้มังคุดภาคตะวันออกมีปริมาณผลผลิตมากและมีหลายรุ่น ซึ่งจะเริ่มทยอยสุกและเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม และจะมีปริมาณผลผลิตออกตลาดมากในช่วงเดือนพฤษภาคม แต่ในปีนี้จากสภาพอากาศร้อนสลับกับฝนตกเป็นบางช่วง ทำให้มังคุดสุกแก่เร็วกว่าปกติ ผลผลิตมังคุดรุ่นแรกทะลักออกสู่ตลาดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ผู้ประกอบการบางรายจัดเตรียมแรงงานไว้สำหรับคัดแยกมังคุดไม่เพียงพอ ประกอบกับมีการกวดข
เมื่อเร็วๆนี้ นายชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 กรมวิชาการเกษตร และ นายนพดล แดงพวง ผู้อำนวยการกลุ่มถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกับ คณะทำงานชุดเฉพาะกิจตามมาตรการป้องกันผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด จังหวัดจันทบุรี นำโดย นายปิยะ สมัครพงศ์ เกษตรจังหวัดจันทบุรี นายสุชาติ จันทร์เหลือง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต และนายสุเทพ สินชัย เกษตรอำเภอท่าใหม่ ลงพื้นที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ร่วมกันตรวจสอบคุณภาพทุเรียนภายใต้สถานประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ทั้งเปลือก (ล้ง) และในตลาดค้าผลไม้เนินสูง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบคุณภาพของทุเรียนของโรงคัดบรรจุแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอท่าใหม่ พบทุเรียนด้อยคุณภาพ ซึ่งเสียหายหลุดร่วงจากพายุฤดูร้อน เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง น้ำหนักรวม 3,500 กิโลกรัม จึงได้แจ้งเจ้าของโรงคัดบรรจุคัดแยกและคณะชุดปฏิบัติการได้ทำสัญลักษณ์/ตำหนิ เพื่อมิให้นำไปจำหน่าย โดยได้มีการบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้มีทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดทั้งในและนอกประเทศต่อไป
อากาศร้อนและแดดจัดในระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนทุเรียนเฝ้าระวังการระบาดของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน มักพบการเข้าทำลายในช่วงที่ทุเรียนมีผล รุ่นที่ 2 อายุ 65-70 วัน หลังดอกบาน เกษตรกรควรหมั่นสำรวจสวนทุเรียนในระยะนี้ จะพบตัวเต็มวัยหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนวางไข่เป็นฟองเดี่ยวบนผลทุเรียนช่วงที่ผลยังอ่อน จากนั้น ตัวหนอนที่เพิ่งฟักจากไข่จะเจาะเข้าไปกัดกินเมล็ดภายในผล และไม่สามารถสังเกตเห็นร่องรอยการเข้าทำลายจากผิวผลภายนอกได้ เนื่องจากหนอนมีขนาดเล็กมากและเปลือกทุเรียนที่กำลังขยายจะปิดรูเจาะของหนอน สำหรับทุเรียนที่ถูกทำลายส่วนใหญ่อยู่ในระยะที่เมล็ดแข็งแล้ว การทำลายของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนจะเจาะเข้าไปในเมล็ดกัดกินและถ่ายมูลออกมาทำให้เนื้อทุเรียนเปรอะเปื้อนเสียหาย หนอนจะอาศัยอยู่ภายในผลทุเรียนจนกระทั่งผลทุเรียนแก่ เมื่อหนอนโตเต็มที่ขนาดยาวประมาณ 4 เซนติเมตร หรือถ้าผลร่วงก่อนหนอนจะเจาะผลทุเรียนเป็นรูกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-8 มิลลิเมตร ออกมาภายนอกเพื่อเข้าสู่ระยะดักแด้ในดินที่ชื้นนาน 1-9 เดือน (กรณีที่สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมหนอนอาจอยู่ในดักแด้นานกว่านั้น) จึงฟักเป็นตัวเต็มวัย ซึ่งตรงกับช่ว
