กรมส่งเสริมการเกษตร
เมื่อเร็วๆ นี้ นายชาตรี บุญนาค ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนานักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ ภาคตะวันออก ปี 2562 ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เพื่อการพัฒนาบุคลากรเพื่อประสิทธิภาพการทำงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ตามนโยบายของ ทั้งนี้ นายชาตรี กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีนโยบายในการพัฒนาบุคลากรเพื่อประสิทธิภาพการทำงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ โดยเริ่มพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน ให้เป็น Smart Extension Officer เพื่อให้นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรมีความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์และปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สภาพแวดล้อม เพื่อพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกร เกิดผลงานเป็นรูปธรรม “โดยเริ่มจากการปรับระบบความคิดและทัศนคติในการทำงานส่งเสริมการเกษตร ภายใต้การผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความสนใจ ใฝ่รู้ มีพลัง คิดออกแบบ และแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งสามารถ
กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศเจตนารมณ์ ลด แยก ขยะ ลดกล่องโฟม ใช้ถุงผ้า จัดอบรมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรลดและการคัดแยกขยะมูลฝอยอย่างถูกวิธี พร้อมประกาศเจตนารมณ์ ลด คัดแยกขยะมูลฝอย ลดใช้ถุงพลาสติด หูหิ้ว และกล่องโฟมบรรจุอาหาร วันนี้ (28 มี.ค. 62) นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวในการอบรมความรู้การลดและคัดแยกขยะมูลฝอย ภายใต้โครงการรณรงค์ตามแผนปฏิบัติการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยของกรมส่งเสริมการเกษตร ณ กรมส่งเสริมการเกษตร ว่า “การรณรงค์ตามแผนปฏิบัติการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยของกรมส่งเสริมการเกษตร นอกจากมีการให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ให้ตระหนักถึงปัญหาสำคัญ ยังมีกิจกรรมมอบกล่องนมที่ใช้แล้ว ให้กับบริษัท อำพลฟูดส์ จำกัด โดยกล่องนมจำนวน 2,500 กล่อง สามารถ สร้างโต๊ะ-เก้าอี้ ได้ 1 ตัว รวมทั้งกำชับให้มีการนำเศษวัสดุทางการเกษตรเหลือใช้ เช่น เศษใบไม้ เศษกิ่งไม้ นำไปเป็นปุ๋ยเพื่อใช้สำหรับการบำรุงรักษาต้นไม้บริเวณสถานที่ของกรม รวมทั้งมีกิจกรรมให้เจ้าหน้าที่ที่สามารถลด คัดแยกขยะมูลฝอย ลดใช้ถุงพลาสติก หูหิ้ว และกล่องโฟมบรรจุอาหาร ถ่ายรูป พร้อมติด #doae ทำความดีด้วยหัวใจลดภัยสิ่งแวดล้อม ผ่านโซเชี
นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 ที่เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือตามโครงการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ในอัตรา ไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ ซึ่งมีเป้าหมายเกษตรกร 150,000 ราย พื้นที่ 2.25 ล้านไร่ โดย ธ.ก.ส. ดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือตามโครงการไปแล้ว จำนวน 149,949 ราย เป็นเงิน 2,025.02 ล้านบาท พื้นที่ 1.35 ล้านไร่ คิดเป็น 99.96% นายศรายุทธ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข แสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 เห็นชอบในการเพิ่มเป้าหมายในโครงการดังกล่าว ภายใต้กรอบงบประมาณเดิม อีก 99,918 ครัวเรือน พื้นที่ 0.9 ล้านไร่ เป็นเงิน 1,348.87 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. ได้เร่งดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ซึ่งเกษตรกรสามารถมาเบิกรับเงินได้ตั้งแต่ วันที่ 27 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพ
นับวันพื้นที่ป่าไม้ลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ ทำให้ฝนแล้งเป็นระยะเวลานาน ฝนตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาล ส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรของเกษตรกร สำนักงานเกษตรอำเภอเกาะยาว จึงได้ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา ส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ปลูกยางพาราและพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีเป้าหมายพื้นที่ 100 ไร่ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวตามศาสตร์พระราชา เพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มศักยภาพ สร้างอาชีพและรายได้จากไม้ที่ปลูกให้แก่เกษตรกร นางอุษณี เจียมรา เกษตรอำเภอเกาะยาว กล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นับวันพื้นที่ป่าไม้ลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ ทำให้ฝนแล้งเป็นระยะเวลานาน ฝนตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาล ส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรของเกษตรกร สำนักงานเกษตรอำเภอเกาะยาวจึงร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงาส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ปลูกยางพาราและพื้นที่เกษตรกรร
กรมส่งเสริมการเกษตร มั่นใจลดผลกระทบต่อเกษตรกรจากการขาดแคลนน้ำในช่วงแล้งสำเร็จ เผยปรับพื้นที่ปลูกพืชหลากหลายแทนนาปรังแล้ว นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำมี 11 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ กำแพงเพชร สุโขทัย อุทัยธานี อุตรดิตถ์ สุพรรณบุรี ขอนแก่น ชัยภูมิ ศรีสะเกษ หนองบัวลำภู และมหาสารคาม หากวางแผนปลูกข้าวรอบสอง (นาปรัง) รวมพื้นที่จำนวน 151,552 ไร่ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงสร้างการรับรู้และส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชหลากหลายหรือทำกิจกรรมอื่นทดแทนการปลูกข้าว ซึ่งล่าสุดจากการลงสำรวจพื้นที่ดังกล่าว (13 มี.ค. 62) พบว่า เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่นแทนการปลูกข้าวแล้ว ประมาณ 62,177 ไร่ คิดเป็น 41% ของพื้นที่ ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 45,174 ไร่ ถั่วเขียว 12,740 ไร่ พืชผัก 2,925 ไร่ แตงโม 445 ไร่ ข้าวโพดฝักสด 420 ไร่ หญ้าเลี้ยงสัตว์ 203 ไร่ และงา 35 ไร่ และอีก 59% ของพื้นที่ เกษตรกรได้รับทราบข้อมูลสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ จึงปรับเปลี่ยนไปทำปศุสัตว์ ค้าขาย
กรมส่งเสริมการเกษตรเตรียม 3 มาตรการรองรับป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ผ่านพ้นวิกฤติ ปี 2562 นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาที่คาดการณ์ว่า ฤดูร้อนปีนี้จะมาเร็วและนานมากกว่าทุกปี ซึ่งอาจยาวนานไปจนถึงราวเดือนพฤษภาคม 2562 โดยฤดูร้อนปีนี้จะมีอุณหภูมิร้อนกว่าปี 2561 มากกว่าค่าปกติราว 1-2 องศาเซลเซียส ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำในเขื่อนที่ลดน้อยลง ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความสำคัญในการเตรียมรับมือกับปัญหาภัยแล้ง ในปี 2562 โดยกำหนดมาตรการเพื่อช่วยบรรเทาและลดผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อพื้นที่การเกษตร ไว้ 3 ด้าน ดังนี้ การเตรียมความพร้อม เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและแจ้งเตือนภัยให้เกษตรกรทราบ รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรด้านพืชให้เป็นปัจจุบัน พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรออกเยี่ยมเยียนให้คำแนะนำด้านวิชาการแก่เกษตรกรในการดูแลรักษาต้นพืช ตัดแต่งกิ่งที่ไม่จำเป็น ใส่ปุ๋ยอินทรีย์คลุมโคนต้นด้วยหญ้าแห้ง ฟางข้าว การจัดทำระบบน้ำในสวนไม้ผล และเตรี
