กรมส่งเสริมการเกษตร
เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พุทธศักราช 2562 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำ “โครงการรวมพลังสร้างมูลค่าจากไร่นาสู่สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสสำคัญนี้ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์ในไร่นาและชุมชน ลดการเผาวัสดุเหลือใช้ และส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้เป็นปัจจัยการผลิตและพลังงานชีวมวล ซึ่งจากสถานการณ์ที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาวิกฤตหมอกควันปกคลุม และเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยมีสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง คือ การเผาในพื้นที่การเกษตร ซึ่งการเผาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังส่งผลเสียต่อการทำอาชีพการเกษตรโดยตรง กล่าวคือ การเผาในพื้นที่กา
โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ผลสำเร็จที่เกินคาด ยกเป็นโมเดลแก้ปัญหาปลูกพืชในฤดูแล้ง สร้างสมดุลการผลิต เกษตรกรพอใจ สร้างรายได้ ตอบโจทย์ตลาด ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา นับเป็นโมเดลสำคัญในการพัฒนาการเกษตร เพราะโครงการมุ่งเป้าที่เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม จากการไม่ทำนาปรังและปลูกพืชอื่นแทน นอกจากนี้ ยังได้รับความรู้ ทั้งภาครัฐ เอกชน สมาคมต่างๆ ได้แก่ เกษตรจังหวัด ชลประทาน สหกรณ์ พัฒนาที่ดิน ธ.ก.ส. ที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้ความรู้เกษตรกร เป็นทีม 5 เสือ นอกจากนี้ ผู้แทนภาคเอกชน จากสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย และสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ที่เข้ามาทั้งการดูแลคุณภาพ และการรับซื้อผลผลิตให้เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการฯ ตั้งแต่เริ่มวิเคราะห์เพื่อเสนอทางเลือกปลูกพืชที่มีความเหมาะสมต่อ การเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง สภาพปัญหา ความเหมาะสมของสภาพดิน ปริมาณแหล่งน้ำ และความต้องการของตลาด ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จึงตอบโจทย์นี้ โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าว
กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งข่าวดี พร้อมเชิญชวนลูกหลานเกษตรกร เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) และเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ที่มีความสนใจ เพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตรยุคใหม่ให้ยั่งยืน สมัครเข้าร่วมโครงการทุนปริญญาตรีเฉลิมพระเกียรติสืบสาน ร.9 เพื่อเกษตรกรรุ่นใหม่ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ได้จัดทำโครงการทุนปริญญาตรีเฉลิมพระเกียรติ สืบสาน ร.9 เพื่อเกษตรกรรุ่นใหม่ เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดรับสมัครเกษตรกรรุ่นใหม่ผู้สนใจ ตั้งแต่ วันที่ 16-24 พฤษภาคม 2562 รุ่นที่ 1 โดยสมัครสอบผ่านลิงค์ http://bit.ly/2VTYAMs หรือ Scan QR Code เพื่อสร้างนักวิจัยด้านการเกษตรระดับชุมชนและเป็นผู้นำเกษตรกรให้กับชุมชน ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเริ่มต้นธุรกิจใหม่ (Start-up) และสร้างรายได้ให้ภาคการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ
กรมส่งเสริมการเกษตรแจ้งข่าวดีพร้อมเชิญชวนลูกหลานเกษตรกร เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) และเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ที่มีความสนใจ เพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตรยุคใหม่ให้ยั่งยืน สมัครเข้าร่วมโครงการทุนปริญญาตรีเฉลิมพระเกียรติสืบสาน ร.9 เพื่อเกษตรกรรุ่นใหม่ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ได้จัดทำโครงการทุนปริญญาตรีเฉลิมพระเกียรติ สืบสาน ร.9 เพื่อเกษตรกรรุ่นใหม่ เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดรับสมัครเกษตรกรรุ่นใหม่ผู้สนใจ ตั้งแต่วันที่ 16-24 พฤษภาคม 2562 รุ่นที่ 1 โดยสมัครสอบผ่านลิงค์ http://bit.ly/2VTYAMs หรือ Scan QR Code เพื่อสร้างนักวิจัยด้านการเกษตรระดับชุมชนและเป็นผู้นำเกษตรกรให้กับชุมชน ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเริ่มต้นธุรกิจใหม่ (Start-up) และสร้างรายได้ให้ภาคการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม
กรมส่งเสริมการเกษตรจัดสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับประเทศ สร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับพื้นที่และสินค้า พัฒนาสู่ความเป็น Smart Farmer และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวในงานสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับประเทศ ณ โรงแรมเวสท์เกต เรสซิเดนท์ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ว่า กรมส่งเสริมการเกษตร เล็งเห็นบทบาทความสำคัญของ “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร” จึงจัดโครงการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับประเทศขึ้น เพื่อใช้เป็นเวทีกลางระดมแนวคิดการพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร และสตรีในภาคการเกษตร ให้เกิดการขับเคลื่อนและพัฒนาไปสู่ความเข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วยยกระดับเศรษฐกิจของครัวเรือนเกษตรกรโดยประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับพื้นที่และสินค้า พัฒนาให้เป็น Smart Farmer และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ต่อไป อีกทั้งการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร เป็นภารกิจสำคัญที่เจ
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมผลักดันเกษตรกร สู่ปราชญ์เกษตรดีเด่น ปี 2562 ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ต้นแบบการทำสวนสละครบวงจร –เน้นแปรรูปสละสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีนักส่งเสริมการเกษตรครอบคลุมในทุกตำบล ทำหน้าที่ให้ความรู้ คำแนะนำ เป็นพี่เลี้ยงให้แก่เกษตรกร พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรในด้านต่างๆ เพื่อผลักดันให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นเกษตรกรที่มีความเข้มแข็ง ทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืน รวมถึงสามารถผลักดันเกษตรกรในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงให้เกิดความเข้มแข็งไปด้วยกัน หนึ่งในเกษตรกรรายนั้นคือ นายอาทิตย์ มติธรรม ชาวอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกษตรกรที่ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นเกษตรกรต้นแบบการทำสวนสละครบวงจร เน้นการแปรรูปผลผลิตสร้างมูลค่าเพิ่ม ผู้ได้รับรางวัลปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ประจำปี 2562 ซึ่งได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลปราชญ์เกษตรดีเด่น ในงานพระราช พิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ.2562 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9
ผุดไอเดียสร้างต้นแบบ 6 จุด ดึงพลังคนรุ่นใหม่ YSF เกษตรกรแปลงใหญ่ และวิสาหกิจชุมชน ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง ภายใต้โครงการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เนื่องจากเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคง เช่นเดียวกับงานส่งเสริมการเกษตรที่มุ่งพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้นและเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เริ่มจากการวิเคราะห์พื้นที่เป้าหมายให้ครอบคลุมมิติของพื้นที่ – คน – สินค้า ตามหลักสำคัญของงานส่งเสริมการเกษตร จนเข้าสู่การส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ในปัจจุบัน โดยส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยรวมกลุ่มกันเพื่อบริหารจัดการการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรร่วมกัน ซึ่งการพัฒนายังไม่ขยายผลไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน อีกทั้งภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตรยังมีหน้าที่ในการจดทะเบียนผู้ประกอบการเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนายกระดับกิจการ และยังมีเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพ หัวคิดก้าวหน้า
นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้เป็นเจ้าภาพเชิญเกษตรกรชาวสวนแปลงใหญ่ทุเรียนใน 22 จังหวัด เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือเตรียมการจัดตั้งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยขึ้น ณ ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เกษตรกรได้มีการรวมตัวกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนระดับประเทศ สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนไทยใน 6 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ พร้อมกำหนดแนวทางการพัฒนาและบริหารจัดการทุเรียนทั้งระบบ สำหรับทุเรียนไทยนับว่ามีชื่อเสียงในด้านรสชาติและคุณภาพการผลิตที่มีความโดดเด่นเหนือกว่าประเทศคู่แข่งที่ส่งออกทุเรียนทั่วโลก โดยมีการส่งออกในปี 2561 ปริมาณ 530,226 ตัน คิดเป็นมูลค่า 35,333 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่ส่งออกปริมาณ 513,883 ตัน คิดเป็นมูลค่า 24,847 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จังหวัดที่มีพื้นที่แปลงใหญ่ทุเรียนมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่
กรมส่งเสริมการเกษตร ย้ำให้เกษตรกรที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด ไม้ผล อ้อย และไม้ดอกไม้ประดับ ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร กับกรมส่งเสริมการเกษตร ส่วนยางพารา ขึ้นทะเบียนได้ที่ กยท.ทุกจังหวัด รองรับประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการควบคุมการขาย ซึ่งวัตถุอันตราย 3 สาร นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 5 เมษายน 2562 และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 เพื่อจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ รวมทั้งเงื่อนไขในการผลิต การนำเข้า การส่งออก การมีไว้ครอบครองและกำหนดให้มีบุคลากรเฉพาะรับผิดชอบในการควบคุมการขาย โดยในส่วนของเกษตรกรที่จะใช้สารพาราควอต และไกลโฟเซต จะต้องเป็นเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด ไม้ผล ยางพารา และอ้อย ขณะที่เกษตรกรที่จะใช้สารคลอไพรีฟอส จะต้องเป็นเกษตรกรที่ปลูกพืชไร่ ไม้ดอกไม้ประดับ และไม้ผล ซึ่งทั้งหมดจะต้องผ่านการอบรมและทดสอบหลักสูตรการใช้สารเคมีที่ถูกต้องและปลอดภัย โดยขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดเตรียมเจ
กรมส่งเสริมการเกษตร เผยปี 2562 ประเทศไทยเกิดภาวะฝนแล้งและฝนทิ้งช่วง ส่งผลอุณหภูมิสูงกว่าปกติและปริมาณน้ำฝนน้อย พร้อมแนะเกษตรกรเตรียมรับมือดูแลผลผลิตลิ้นจี่และลำไยภาคเหนือให้ได้คุณภาพ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ผลผลิตผลไม้ภาคเหนือปีการผลิต 2562 ได้แก่ ลิ้นจี่และลำไย พบว่า ปริมาณผลผลิตลิ้นจี่จะมีจำนวน 26,278 ตัน โดยจะออกมาก (Peak) ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม และปริมาณผลผลิตลำไยมีจำนวน 624,321 ตัน จำแนกเป็นลำไยในฤดู 341,028 ตัน และลำไยนอกฤดู 283,293 ตัน โดยลำไยในฤดูจะออกมาก (Peak) ช่วงกลางเดือนสิงหาคม ทั้งนี้ จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าประเทศไทยจะเกิดปรากฏการณ์เอลนิโญ (El Nino) ส่งผลให้มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติและมีปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าปกติร้อยละ 10-20 ซึ่งอาจทำให้ส่งผลกระทบกับลิ้นจี่และลำไยของภาคเหนือได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่และลำไยให้สอดคล้องตามข้อมูลประมาณการผลผลิตและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ กรมส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัด 8 จังหวัดภาคเหนือออกให้คำแนะนำพร้อมแจ้งแนวทางการปฏิบัติของเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่
