กรมส่งเสริมการเกษตร
นนทบุรี, 24 เมษายน 2569 – บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด (เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง) ผู้เชี่ยวชาญด้านเมล็ดพันธุ์ระดับสากล เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์เพื่อนคู่คิดเกษตรกร จับมือ ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 6 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี และองค์การบริหารส่วนตำบลไทรน้อย จัดงาน “Green Gain Day: สร้างการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจ ไม่เผาแต่ได้รายได้” เพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปี 2569 มุ่งแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากการเผาตอซัง พร้อมชูทางออกด้วย “เมล็ดพันธุ์พืชหลังนา” ที่ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย และสร้างรายได้เร็วกว่าการทำนา ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงานและร่วมลงแปลงเก็บเกี่ยวผลผลิต ณ ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 6 ปตท. อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 200 คน นายอิสระ วงศ์อินทร์ Head of Marketing บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด เปิดเผยว่า ปัญหา PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรถือเป็นวาระแห่งชาติ ทางบริษัทฯ จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่
ปรากฏการณ์เอลนีโญส่งผลให้อุณหภูมิโลกปรับตัวสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ทำให้ทั่วโลกเกิดภาวะโลกร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนน้อยจากอิทธิพลเอลนีโญ ทำให้มีปริมาณน้ำสำหรับใช้ในการเพาะปลูกพืชลดลง หลายหน่วยงานจึงสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เช่น “ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก. 1” ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เพื่อยกระดับอาชีพภาคการเกษตรของเกษตรกร ให้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นภายใต้นโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” การผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงเกษตรศาสตร์ สวก.1 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หากมีการดูแลรักษา การให้ปุ๋ยตามความต้องการของพืช การให้ธาตุอาหารเสริมที่จำเป็นต่อความสมบูรณ์ของเมล็ด ก็จะให้ผลตอบแทนสูงคุ้มค่ากับการลงทุน หากปลูกถั่วลิสงพันธุ์นี้ในช่วงฤดูฝนจะมีปริมาณผลผลิตที่ได้ 300 กิโลกรัมต่อไร่ หากปลูกในช่วงฤดูแล้งจะมีปริมาณผลผลิตที่ได้ 350 กิโลกรัมต่อไร่ จุดเด่นของถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก.1 ถั่วลิสงเกษตรศาสตร์ สวก.1 มีลักษณะประจำพันธุ์ที่ดี คือ ทรงต
กรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนเกษตรกรใช้แหนแดงร่วมกับปุ๋ยเคมี ช่วยลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นทั้งปุ๋ยและพืชอาหารสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำเกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี ถึงแม้ว่าราคาปุ๋ยเคมีในปัจจุบันจะปรับลดลงแล้ว แต่กรมส่งเสริมการเกษตร ยังคงส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ปรับปรุงค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินให้เหมาะสม รวมทั้งการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน (ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ) พร้อมถ่ายทอดความรู้เพื่อให้ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ทำหน้าที่เป็นต้นแบบและกลไกการขยายผลสู่ชุมชนรอบข้าง โดยอีกหนึ่งแนวทางที่มีประโยชน์และเป็นที่นิยมของเกษตรกรคือ การผลิตและใช้แหนแดง แหนแดง เป็นเฟิร์นลอยน้ำชนิดหนึ่งมีขนาดเล็ก เปรียบเสมือนโรงงานผลิตปุ๋ยไนโตรเจนธรรมชาติ โดยกระบวนการตรึงไนโตรเจนของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่อาศัยอยู่ในโพรงใบของแหนแดง ทำให้แหนแดงมีประโยชน์ในด้านเป็นปุ๋ยชีวภาพทดแทนหรือลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีได้ เนื่องจากแหนแดงมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ สูงถึง 4.6 % ซึ่งสูงก
แปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชหรือแปลงพยากรณ์ศัตรูพืช เป็นหนึ่งในวิธีการอารักขาพืชหรือการบริหารจัดการศัตรูพืช ที่กรมส่งเสริมการเกษตร นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสำรวจติดตาม และเฝ้าระวังศัตรูพืช เพื่อสามารถพยากรณ์หรือคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดการระบาดของศัตรูพืช และเตือนภัยแก่เกษตรกรได้ทันท่วงที นำไปสู่การเลือกวิธีการจัดการศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น รวมไปถึงลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ด้วย พื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งปลูกผักและผลไม้ที่สำคัญแห่งหนึ่ง เช่น วิสาหกิจชุมชนผักอินทรีย์แปลงใหญ่นิคมเศรษฐกิจพอเพียง บ้านคลองบงพัฒนา อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่มีการใช้แปลงพยากรณ์ศัตรูพืช ในการป้องกันศัตรูพืชและแจ้งเตือนภัยสถานการณ์ศัตรูพืชให้กับสมาชิกกลุ่มได้ทราบ จึงได้บริหารจัดการได้ทันท่วงที ว่าที่ร้อยโท ธีรภัทร ศรีคงอยู่ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอวังน้ำเขียว กล่าวว่า ทางสำนักงานเกษตรอำเภอวังน้ำเขียวได้เข้ามาส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักอินทรีย์แปลงใหญ่นิคมเศรษฐกิจพอเพียง บ้านคลองบงพัฒนา ตั้งแต่ต้นน้ำ ให้ความรู้การ
ตื่นตานวัตกรรมไฮเทคในงาน “AGRI-TECH DEMO DAY 2026” กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนเกษตรกรใช้เกษตรแม่นยำสูง ในแปลงปลูกเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตและแก้วิกฤตขาดแคลนแรงงาน สร้างความมั่นคงให้เกษตรกรในระยะยาว เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมส่งเสริมการเกษตร จับมือ DLG Markets Asia Pacific จัดงาน AGRI-TECH DEMO DAY 2026 ณ ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ (ไร่สุวรรณ) อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยได้รับเกียรติจาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงาน นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น และความผันผวนของตลาดโลก กรมส่งเสริมการเกษตรจึงให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีที่ “ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา” มาใช้ โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมที่มีความซับซ้อนหรือมีต้นทุนสูง ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับโครงการความร่วมมือด้านการเกษตรเยอรมัน-ไท
ปัจจุบัน ปัญหาการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ส่งผลกระทบต่อผลผลิต รวมทั้งขาดแคลนท่อนพันธุ์สะอาดสำหรับการปลูกในรอบถัดไป กรมส่งเสริมการเกษตรจึงแนะนำและส่งเสริมให้เกษตรกรใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนคัดเลือกท่อนพันธุ์ดีมีคุณภาพ ทนทาน และต้านทานโรค อันเป็นปัจจัยตั้งต้นสำคัญที่ทำให้การเกษตรประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่ผลผลิต คุณภาพ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า หลักการหรือประเด็นสำคัญ 4 ข้อ ที่ควรคำนึงในการคัดเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง คือ 1. เลือกพันธุ์ที่ได้รับรองจากหน่วยงานราชการ/สถาบัน/มหาวิทยาลัย จะช่วยรับประกันคุณภาพ ผลผลิตต่อไร่สูงและมีเชื้อแป้งดีตรงตามมาตรฐาน ทั้งยังได้รับคำแนะนำวิชาการที่ถูกต้อง เพิ่มโอกาสสำเร็จ และลดความเสี่ยงขาดทุน ได้แก่ เกษตรศาสตร์50 ห้วยบง60 ระยอง72 เป็นต้น 2. เลือกพันธุ์ตามศักยภาพของดิน ได้แก่ – ดินทราย หรือดินทรายปนร่วน เหมาะกับการปลูกพันธุ์เกษตรศาสตร์50 ระยอง72 ห้วยบง60 – ดินร่วนปนทราย เหมาะกับการปลูกพันธุ์ระยอง7 ระยอง9 ระยอง90 เกษตรศาสตร์50 ห้วยบง60 – ดินร่วนปนเหนียว เหมาะกับการปลูกพันธุ์ระยอ
โดยทั่วไป ช่วงฤดูกาลการเก็บผลผลิตน้ำผึ้งจากผึ้งและชันโรง คือช่วงที่มีดอกไม้บานตั้งแต่ปลายปี จนกระทั่งเข้าสู่ฤดูร้อนในเดือนเมษายน ซึ่งจะได้น้ำผึ้งจากดอกไม้และผลไม้ที่ออกดอกในเดือนที่แตกต่างกัน ทำให้มีผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งหลากหลายชนิด ได้แก่ น้ำผึ้งจากดอกไม้ป่าหรือดอกสาบเสือ น้ำผึ้งดอกลิ้นจี่ น้ำผึ้งดอกลำไย เป็นต้น ธรรมชาติของผึ้ง-ชันโรง โดยทั่วไป ประชากรผึ้งและชันโรงเจริญเติบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อพัฒนาของดักแด้จนไปถึงตัวเต็มวัยไม่แข็งแรงได้ ทำให้ประชากรภายในรังน้อยลง เกิดการล่มสลายของรังผึ้งและชันโรงได้ ทุกวันนี้ ภาวะโลกรวน (Climate Change) ทำให้ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง ฤดูร้อนยาวนานขึ้น ฤดูหนาวสั้นลง ทำให้ระบบนิเวศและรอบการเพาะปลูกเปลี่ยนไป ปัจจุบันสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง ในเดือนมกราคม-มีนาคม เป็นช่วงที่อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น เกษตรกรจึงควรติดตามตรวจสอบสภาพอากาศ คาดการณ์การเกิดภัยในพื้นที่วางรังผึ้ง และบันทึกน้ำหนักรัง เพื่อวางแผนการตั้งรัง สถานที่ตั้ง การเคลื่อนย้ายรัง การดูแลและเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งให้ได้ประสิทธิภาพ
กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ภายใต้แนวคิด “Cassava Solution 2026 : ปฏิวัติมันสำปะหลังด้วยเทคโนโลยี” โดยได้นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการผลิตมันสำปะหลัง อาทิ การเตรียมดินและระบบน้ำ ท่อนพันธุ์สะอาดและการจัดการ โรคแมลง การผลิตน้ำหมักชีวภาพ การประยุกต์ใช้ BCG Model และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท รับผิดชอบ การดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคกลาง ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง รวมกว่า 513,000 ไร่ โดยมีผลผลิตเฉลี่ย 2,880 กิโลกรัมต่อไร่ อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรต้นแบบในพื้นที่จังหวัดสระบุรีสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต จนเพิ่มผลผลิตได้ถึง 8,000 กิโลกรัมต่อไร นางธัญธิตา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับงาน Field Day ครั้งน
กรมส่งเสริมการเกษตร “เปิดฤดูกาลผลไม้” ผนึกกำลังเครือข่ายภาคีทุกภาคส่วน บูรณาการการทำงานผ่านแนวคิด “Learning Network” พร้อมจับมือ แฟลช เอ็กซ์เพรส ลดค่าขนส่งผลไม้เกษตรกร 10% มุ่งยกระดับการบริหารจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรและระบบโลจิสติกส์ภาคเกษตรอย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตผลไม้ไทย นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า “ฤดูกาลผลไม้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของเกษตรกรไทย ซึ่งผลไม้เป็นทั้งสินค้าเศรษฐกิจหลักและมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกปีนี้คนไทยจะได้กินผลไม้คุณภาพ รวมถึงการจัดงานครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดฤดูกาลผลิต แต่เป็นการบูรณาการความร่วมมือด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านเครือข่ายการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการทำงานจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร โดยส่งเสริมให้เกษตรกรนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ ลดการเผาในพื้นที่เกษตร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อยอดสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ยังได้ผลักดันการพัฒน
ท่ามกลางทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง “มันฝรั่งพันธุ์โรงงาน” กำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่เชื่อมโยงภาคการผลิตกับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่มีศักยภาพด้านภูมิอากาศและทรัพยากรการผลิต การขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบ ลดการนำเข้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ณ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา จึงสะท้อนภาพของการบูรณาการอย่างเป็นระบบระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรและภาคเอกชน ในการผลักดันการผลิตมันฝรั่งพันธุ์โรงงานอย่างยั่งยืน ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และระบบตลาดที่ชัดเจน มุ่งสู่เป้าหมายสำคัญในการยกระดับรายได้เกษตรกร สร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ และวางรากฐานเกษตรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวเพื่อส่งเสริมการผลิตมันฝรั่งพันธุ์โรงงานอย่างยั่งยืน และขยายพื้นที่เพาะปลูกในอำเภอเชียงคำ สอดรับ กับความต้องการของอุตสาหกรรมมันฝรั่งแปรรูปที่มีแนวโน้ม
